หน้าแรก การเมือง สมชายชี้ ส.ว....

สมชายชี้ ส.ว.ฟังข้อมูลรอบด้าน ก่อนโหวตนายกฯ ยอมรับห่วงโดนยื่นตีความชงชื่อโหวตพิธาซ้ำ

11.07.23 | 15:20 น.

ส.ว.ฟังข้อมูลรอบด้านโหวตนายกฯ ห่วงถูกยื่นตีความชงชื่อ ‘พิธา’ 2 รอบ

เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม ที่รัฐสภา นายสมชาย แสวงการ ส.ว. กล่าวถึงทิศทางการโหวตนายกรัฐมนตรีของ ส.ว.ว่า เชื่อว่า ส.ว.มีดุลพินิจอยู่แล้วในการลงมติโหวตนายกรัฐมนตรีวันที่ 13 กรกฎาคมนี้ ส.ส.มีสิทธิเสนอชื่อนายกรัฐมนตรี แต่ ส.ว.ก็มีหน้าที่ให้ความเห็นชอบจึงต้องฟังข้อมูลรอบด้าน ทั้งการแสดงวิสัยทัศน์จากผู้สมัครที่ได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี ข้อมูลการอภิปรายจากสมาชิกรัฐสภา ข้อมูลทางคดีที่จะส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญ เชื่อว่า ส.ว.จะใช้ดุลพินิจได้อย่างดี แต่ผลโหวตจะออกมาอย่างไรขอรอดูวันที่ 13 กรกฎาคม

นายสมชายระบุว่า ส่วนข้อเสนอให้เลื่อนโหวตนายกรัฐมนตรีในวันที่ 13 กรกฎาคมออกไปก่อน เพื่อรอให้มีความชัดเจนถึงการตีความคุณสมบัติ ส.ส.ของ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคก้าวไกล (ก.ก.) เรื่องการถือหุ้นสื่อนั้น ขึ้นอยู่กับที่ประชุมรัฐสภาจะเห็นอย่างไร จะมีความกังวลถึงขั้นให้เลื่อนโหวตนายกรัฐมนตรีหรือไม่นั้นจะรอฟังข้อมูลการอภิปรายถึงเวลา 17.00 น. วันที่ 13 กรกฎาคม แล้วจึงลงมติโหวตนายกรัฐมนตรี

นายสมชายกล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีอะไรมาเปลี่ยนแปลงในสิ่งที่กังวลดังกล่าว ส่วนกระแสข่าวจะมี ส.ว.งดออกเสียง 90% ในการโหวตนายกรัฐมนตรีนั้นยังไม่ทราบ เพราะบางฝ่ายก็บอกว่ามีเสียงเพียงพอ การโหวตของ ส.ว.ต้องคำนึงว่าถ้าพาประเทศรุ่งเรืองก็เห็นด้วย แต่ถ้าเลือกแล้วพาประเทศวิกฤต เปลี่ยนแปลงพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินก็ไม่เห็นด้วย เพราะ ส.ว. 250 คน ต้องร่วมรับผิดชอบในการโหวต ส่วนตัวมีความไม่สบายใจในหลายประเด็น ทั้งการแก้ไขมาตรา 112 แม้สุดท้ายนายพิธายืนยันจะไม่แก้ไข แต่ต้องถามสมาชิกพรรค ก.ก.ที่เหลือและเครือข่ายว่าคิดแบบเดียวกันหรือไม่

นายสมชายยังกล่าวถึงข้อกังวลของ ส.ว.ไม่ให้นำชื่อนายพิธามาโหวตในรอบ 2 หากไม่ได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมรัฐสภาในการโหวตครั้งแรกวันที่ 13 กรกฎาคม ว่าแม้รัฐธรรมนูญจะไม่มีข้อห้ามเรื่องการเสนอชื่อโหวตซ้ำรอบ 2 แต่ ส.ว.ก็กังวลใจ หากจะให้โหวตไปเรื่อยๆ ได้ จึงหยิบเรื่องนี้มาหารือกัน แต่ยังไม่มีข้อสรุปชัดเจน มองว่าเป็นเรื่องที่มีประเด็น หากโหวตครั้งแรกไม่ได้แต่มาได้เสียงเห็นชอบตอนโหวตครั้งที่ 2 แต่มีคนไปยื่นตีความว่าการเสนอชื่อโหวตซ้ำ 2 รอบทำไม่ได้

Advertisement

นายสมชายกล่าวว่า หากปล่อยให้ทำหน้าที่ไปสัก 3 เดือนแล้วศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่ากระทำไม่ได้ จะทำให้การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่ผ่านมาเป็นโมฆะหรือไม่ จะยิ่งยุ่งไปกันใหญ่ อย่างไรก็ตาม หากในที่สุดชื่อนายพิธาไม่ได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมรัฐสภาแล้วมีการพลิกขั้วรัฐบาลจัดตั้งรัฐบาลก็เป็นเรื่องที่นักการเมืองต้องไปตกลงกันว่าจะเสนอชื่อใครเป็นนายกรัฐมนตรี ไม่ว่าจะเป็น นายเศรษฐา ทวีสิน น.ส.แพทองธาร ชินวัตร สองแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทย (พท.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) หรือชื่อของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ส.ว.ไม่ยุ่งเกี่ยวด้วย

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง