หน้าแรก การเมือง ธุรกิจ ผวา &#...

ธุรกิจ ผวา ‘พิธา’ วืดนายกฯ ม็อบฮือลงถนนรุนแรง ห่วงการลงทุนชะงัก-ฉุดความเชื่อมั่น

12.07.23 | 06:11 น.

ธุรกิจ ผวา ‘พิธา’ วืดนายกฯ ม็อบฮือลงถนนรุนแรง ห่วงการลงทุนชะงัก-ฉุดความเชื่อมั่น

เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม นายอิศเรศ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ให้ความเห็นถึงการโหวตนายกรัฐมนตรีวันที่ 13 กรกฎาคมว่า หากไม่เป็นไปตามที่ประชาชนส่วนใหญ่เลือกมา จะมีผลกระทบอย่างแน่นอนด้านของความเชื่อมั่น รวมไปถึงด้านเศรษฐกิจที่ยังมีความไม่แน่นอนอยู่มาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเอลนิโญ หรือการส่งออกที่ยังติดลบ ดังนั้นเห็นว่าระบอบประชาธิปไตยต้องสะท้อนเสียงของประชาชนจำนวนมาก และควรจะเป็นไปตามสิ่งที่ประชาชนต้องการ

หากไม่ได้ ก็มีโอกาสที่จะกระตุ้นให้กลุ่มที่สนับสนุนนายพิธา (ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล และแคนดิเดตนายรัฐมนตรี) เกิดการรวมตัว จนเกิดสิ่งที่น่าห่วง หากมีการรวมตัวกันลงถนนและก่อให้เกิดความรุนแรง

นายอิศเรศกล่าวว่า สำหรับความกังวลเรื่องงบประมาณปี 2567 หากล่าช้าย่อมกระทบต่อเศรษฐกิจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เนื่องจากการใช้จ่ายจากภาครัฐถือเป็นเครื่องยนต์หลักของประเทศนอกจากการท่องเที่ยว ขณะที่การใช้จ่ายของเอกชนขณะนี้ค่อนข้างตึงตัว หากจะลงทุนเพิ่มเติมต้องรอความชัดเจนจากรัฐบาล แต่ถ้ายังเป็นสถานการณ์ที่เลื่อนลอยก็จะไม่กล้าตัดสินใจลงทุนหรือลงทุนเพิ่มเติม ประชาชนเองก็มีปัญหาหนี้ครัวเรือน ซึ่งในการประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ครั้งล่าสุด แสดงความเป็นห่วงเรื่องการใช้เงินงบประมาณของรัฐ โดยต้องการให้นำเงินดังกล่าวมากระตุ้นเศรษฐกิจ นำมาใช้จ่ายในสิ่งที่จำเป็น เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศอย่างแท้จริง ทั้งนี้หากรัฐบาลใหม่ยังไม่มา เศรษฐกิจจะไม่มีการขับเคลื่อน ข้าราชการประจำเองคงไปขับเคลื่อนไม่ได้ การส่งออกจะยิ่งแย่

ด้าน น.ส.ณัฐพร ตรีรัตน์ศิริกุล รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด กล่าวว่า สำหรับการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีในวันที่ 13 กรกฎาคม ต้องดูผลแต่ละครั้งว่าเป็นอย่างไร เพราะมีตัวแปรเป็นองค์ประกอบหลากหลาย ทั้งเรื่อง 8 พรรคร่วม เรื่องการโหวตของสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) จุดน่าสนใจคือผลกระทบของการเมืองต่อเศรษฐกิจไทย หากเกิดการประท้วงก็ขึ้นอยู่กับว่ามีความรุนแรงในระดับใด ท้ายที่สุดผลกระทบอาจเกิดขึ้น ซึ่งต้องดูไปทีละขั้นในแต่ละวันที่มีการโหวตเลือกนายกฯตั้งแต่วันที่ 13 กรกฎาคม และวันที่ 19 กับ 20 กรกฎาคม ยิ่งจัดตั้งรัฐบาลล่าช้าออกไปผลกระทบต่อเศรษฐกิจไม่ใช่เรื่องการเบิกจ่ายภาครัฐ เพราะสามารถบริหารจัดการได้ แต่เป็นผลกระทบด้านความเชื่อมั่นเศรษฐกิจไทย

Advertisement

 

อ่านข่าวน่าสนใจ