หน้าแรก การเมือง พิธา หวังมี &...

พิธา หวังมี ‘ปชช.’ ในสมการ #SAVESENATE ขออย่าดึงสถาบัน อ้างไม่เลือกตามเสียงข้างมาก

12.07.23 | 09:28 น.

พิธา หวังมี ‘ประชาชน’ ในสมการ #SAVESENATE ขออย่าดึงสถาบันเป็นข้ออ้างไม่โหวตนายกฯตามเสียงข้างมาก ยืนยันจงรักภักดี อยากเห็นสถาบันอยู่คู่สังคมไทยต่อไป

เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะหัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ให้สัมภาษณ์ในรายการ เรื่องเล่าเช้านี้ ประเด็นที่ นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา ผู้ดำเนินรายการ ระบุว่า ส.ว.อ้างว่ามีการส่งข้อความ #SAVESENATE ส.ว.มีอิสระในการเลือก รวมทั้งจะโนโหวตวันที่ 13 ก.ค.นี้ ว่อนไลน์

นายพิธากล่าวว่า เพิ่งเคยเห็น ข้อความที่ระบุว่า “ส.ว.มีอิสระในการเลือกคนดี มีความซื่อสัตย์ ยึดมั่นในสถาบันชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ไม่ยึดโยงกับผลการเลือกตั้ง ส.ส.แต่อย่างใด” คิดว่าควรมีคำว่า “ประชาชน” อยู่ในนั้นด้วย และถ้ามีคำว่า “ประชาชน” อยู่ในสมการนี้ก็ต้องยึดโยงกับผลเลือกตั้ง ส.ส. นั่นคือหลักการของรัฐบาลเสียงข้างมาก ไม่อย่างนั้นจะเลือกตั้งทำไม (ใช้งบ) ตั้งหลายพันล้าน เพื่อไปเลือกคนที่อยากให้เป็นนายกฯไปมอบฉันทะให้ไปจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งผมตั้งแล้ว ได้มา 8 พรรค ได้มา 312 เสียง ตรงนี้คิดว่ามีเอกสิทธิ์ในการเลือก แต่ท่านต้องเลือกตามหลักการ ทั้งนี้ เรื่องความซื่อสัตย์ คนดี แต่ระบบต้องดีกว่า เพื่อคัดกรองความซื่อสัตย์ การไม่คอร์รัปชั่น

นายพิธากล่าวว่า ส่วนยึดมั่นความเป็นชาติ แน่นอนว่าศาสนาโอบรับความหลากหลาย โดยสถาบันกษัตริย์และสถาบันประชาชนต้องอยู่คู่กัน ถ้าท่านคิดแบบนี้ เอาสถาบันมาอ้างยิ่งทำให้เกิดการปะทะกันระหว่างเสียงของประชาชนที่ได้เลือกตั้งมา ผมว่าไม่เป็นผลดีกับสถาบัน เพราะพระองค์ท่านอยู่เหนือการเมือง ไม่ควรเอามาเป็นเหตุและผลตรงนี้ เข้าใจว่ามีกลุ่มคนหลายคนที่ไม่อยากเห็นผมเป็นนายกฯ ไม่ว่าเขาจะสูญเสียสัมปทาน สูญเสียผลประโยชน์ที่เขาเคยมีอยู่ แต่ไม่กล้าพูดออกมาตรงๆ แล้วอ้างสถาบันมา ทั้งๆ ที่รู้ว่าใช้เป็นเหตุผลแบบนี้ไม่ประโยชน์กับสถาบันไหนเลยในประเทศไทย

Advertisement

“อยากจะขอให้หยุดเถอะครับ ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขพระองค์ท่านอยู่เหนือการเมือง อย่าดึงพระองค์ท่านลงมาแล้วใช้เป็นข้ออ้างบังหน้าแล้วบอกว่าจะไม่เลือกตามเสียงข้างมาก ผมว่าอันตรายเกินไป และไม่ได้เป็นเรื่องของผมเลย เป็นหลักการการบริหารประเทศทั่วไป” นายพิธาระบุ

นายสรยุทธกล่าวถึง นายชัยธวัช ตุลาธน ส.ส.บัญชีรายชื่อและเลขาธิการพรรคก้าวไกล ที่เปิดเผยวานนี้ (11 กรกฎาคม) กังวลว่าจะมีการชูเรื่องความจงรักภักดีในการโหวตหรือไม่โหวตให้นายพิธา

นายพิธาระบุว่า แสดงให้เห็นว่าพวกเรามีเป้าหมายเดียวกับท่าน มีวิธีการแสดงความจงรักภักดีของเรา เชื่อว่าการแสดงความจงรักภักดีทำให้สถาบันธำรงอยู่คือการไม่ให้ใครเอาสถาบันลงมาเป็นข้ออ้างในการไม่ทำตามมติประชาชน หรือโจมตีคนอื่น รังแกคนเห็นต่างทางการเมือง ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องยอมรับว่าใน 20 ปีที่ผ่านมามีการขู่แบบนี้ขึ้นมาเรื่อยๆ แต่เราไม่ยอมแก้ออก และใช้จนถึงทุกวันนี้

นายสรยุทธกล่าวว่า ถึงกังวลว่าถ้าเลือกนายพิธาเหมือนไม่จงรักภักดี? นายพิธาชี้แจงว่า เป็นการอนุมานที่ผิดมาก เป้าหมายตรงกัน ประเมินกับวิธีการต่างกัน นี่คือสิ่งที่ได้คุยกับวุฒิสภา ยังยืนยันว่าพระองค์ท่านควรอยู่เหนือการเมืองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข นี่เป็นระบอบที่ดีที่สุดของไทย

นายสรยุทธ์ถามย้ำว่า นายพิธาและพรรคก้าวไกลจงรักภักดี? นายพิธากล่าวว่า แน่นอน และต้องการให้ธำรงระบบแบบนี้ ไม่ให้ใครเอาพระองค์ท่านลงมาสู่การเมือง

นายสรยุทธ์ระบุว่า หากโหวตให้นายพิธาไม่ได้หมายความว่าจะผ่านร่างแก้ ม.112? นายพิธากล่าวว่า ถูกต้อง มีขั้น มีตอน ยังยืนยันอย่างเดิมว่าทั้งพระราชฐานะและพระราชอำนาจต้องคิดถึงอย่างประณีต ทำให้สถาบันอยู่คู่กับสังคมไทยต่อไปในอนาคต

นายพิธากล่าวต่อว่า 20 ปีที่ผ่านมาลองคิดดูดีๆ ว่าเกิดอะไรขึ้น แล้ว 20 ปีต่อจากนี้ถ้าเรายังใช้วิธีเดิม แบบเดิม จะเป็นผลดี หรือเป็นผลเสียกันแน่ คิดถึงเยาวชน คนหนุ่มสาว คนรุ่นใหม่ที่มีความรู้สึกไม่เหมือนพวกเราที่ผ่านมาก่อน อีก 20 ปีข้างหน้าเรายังจะใช้วิธีแบบเดิมหรือ การที่คุณเป็นอนุรักษนิยม คุณต้องการอนุรักษ์บางสิ่งบางอย่าง คุณต้องการให้ธำรงอยู่แบบเดิม โดยไม่ได้ปรับเปลี่ยนไปกับยุคสมัย หรือต้องการเดินหน้าไปพร้อมกับสังคม เดินหน้าเข้าสู่ศตวรรษที่ 21

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง