‘จตุพร’ กระตุก พท. ท้าเรียงหน้ามาเถียง ‘จะไม่ย้ายข้ามขั้ว?’ มั่นใจ โหวตกี่ครั้งก็ไม่ถึง 376 ถ้าจับ พปชร.จุดหักรุนแรง-เชื่อแก้ ม.272 ยาก เคยเสนอ 6 ครั้งยังแก้ไม่ได้
เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน โพสต์เฟซบุ๊กไลฟ์ ประเทศไทยต้องมาก่อน ตอน “จุดเปลี่ยนเกม” โดยเตือนสติพรรคเพื่อไทยให้ยึดมั่นประกาศสัญญาประชาคม ไม่ข้ามขั้วสลับข้างไปจับมือกับพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ซึ่งจะเป็นจุดหักเหนำประเทศสู่หายนะ เพราะประชาชนไม่ทนต่อการตระบัดสัตย์ และจะออกมาชุมนุมต่อต้านรุนแรงบนถนน
นายจตุพรกล่าวว่า สถานการณ์ขณะนี้ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ยากจะไปถึงเป้าหมายเป็นนายกฯ และได้ตั้งรัฐบาลได้สำเร็จ เพราะถูกกรณีแก้ ม.112 กำหนดห้ามมาตั้งแต่ต้น ซึ่งที่ผ่านมาได้เตือนด้วยความหวังดีมาแล้ว ซึ่งสิ่งที่น่ากังวลว่าการแก้ ม.112 แม้พรรคก้าวไกลไม่บรรจุใน MOU 8 พรรค แต่จะเสนอในนามพรรคตัวเอง ถึงที่สุดแล้วคงเป็นไปไม่ได้เช่นกัน ซึ่งไม่แตกต่างกับการเสนอแก้รัฐธรรมนูญ 2560 ในบทเฉพาะกาล ม.272 เพื่อยุติไม่ให้ ส.ว.มีบทบาทโหวตนายกฯย่อมสำเร็จได้ยาก เพราะเสนอมาแล้วถึง 6 ครั้งก็ยังแก้ไม่ได้
“การตั้งรัฐบาลหนนี้เริ่มเดินไปสู่จุดหักเหของสถานการณ์แล้ว โดย 19 ก.ค.นี้เป็นการโหวตนายกฯครั้งที่สอง และศาลรัฐธรรมนูญมีการประชุมช่วงเช้าเช่นกัน หากศาลรัฐธรรมนูญมีมติรับเรื่องถือหุ้นไอทีวีไว้พิจารณา ย่อมต้องสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่นายพิธาเช่นกัน ดังนั้น นายพิธาคงต้องถูกเชิญออกจากห้องประชุมสภา อย่างไรก็ตาม ถึงจะมีโอกาสได้โหวตนายกฯสักกี่ครั้ง สิ่งสำคัญเสียงย่อมไม่ได้ถึง 376 อยู่ดี”
นายจตุพรประเมินการย้ายขั้วของพรรคเพื่อไทยว่า แม้สถานการณ์ขณะนี้ยังไม่เกิดขึ้น แต่เมื่อเคยประกาศไม่จับมือ พปชร. รวมทั้ง นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ได้ประกาศสอดคล้องกับนายเศรษฐา ทวีสิน และอ้าง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หรืออุ๊งอิ๊ง รับรู้แล้วนั้น ถ้าเพื่อไทยกล้าข้ามขั้วไปจับมือกับพลังประชารัฐ (พปชร.) จะเป็นจุดหักเหทางการเมืองและประชาชนจะลงถนนต่อต้านอย่างรุนแรง
“แม้การข้ามขั้วทำให้ได้ตั้งรัฐบาลสำเร็จก็ตาม แต่เพื่อไทยจะกล้าใช้กำลังปราบประชาชนที่ทนต่อพฤติกรรมตระบัดสัตย์ ไม่รักษาคำพูด ทิ้งคำสัญญาประชาคมหรือไม่ ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่ไม่ง่ายเลย ถึงสถานการณ์นี้ยังไม่เกิดขึ้น จึงต้องเตือนว่าการย้ายสลับขั้วจะนำบ้านเมืองไปสู่ความฉิบหายอย่างยิ่ง”
นายจตุพรเสนอแนวทางไม่ให้สถานการณ์ข้ามขั้วเกิดขึ้นว่า ถ้าก้าวไกลล็อกคอผูดมัดเพื่อไทยเอาไว้ โดยนายพิธาเสนอนายเศรษฐาเป็นนายกฯ และยังมีก้าวไกลอยู่ร่วมเป็นรัฐบาลด้วย อย่างไรก็ตาม เชื่อแนวทางนี้ถึงที่สุดนายเศรษฐาก็ไม่ได้เสียงถึง 376 เช่นกัน ดังนั้น ย่อมตั้งรัฐบาลไม่ได้อีก
“อยากให้เพื่อไทยเรียงหน้ามาเถียงว่าจะไม่ย้ายข้ามขั้ว เนื่องจากขณะนี้อาการเริ่มออกลายจะย้ายข้างไปจับมือกับฝ่าย 188 เสียง แต่ทันทีที่ข้ามห้วยคนจะเต็มถนน แล้วเกิดการเผชิญหน้ากับฝ่ายปกป้อง ม.112 และจะเกิดเรื่องรุนแรง อย่างนี้จะเอาอยู่หรือ ดังนั้น การเมืองควรต้องยอมรับความจริงว่าอะไรเป็นของจริงหรือไม่จริงเสียก่อน อย่ามุ่งหวังผลเอาเฉพาะประโยชน์ของตัวเองอย่างเดียว” นายจตุพรกล่าว
พร้อมทั้งระบุว่า ถ้าพรรคเพื่อไทยกับก้าวไกลใจแข็งยังจับมือกันเหนียวแน่นแล้ว แม้จะเป็นฝ่ายค้านก็เป็นด้วยกัน แต่ประเทศมีทางออกแน่นอน พร้อมกับสามารถเริ่มนับหนึ่งกันได้ ดังนั้น สิ่งสำคัญควรเริ่มด้วยให้แต่ละฝ่ายยืนอยู่ในจุดของตัวเองให้ได้

นายจตุพรย้ำว่า พรรคเพื่อไทยอย่าข้ามขั้วเด็ดขาด เพราะจะเป็นจุดหักเหให้เกิดการชุมนุมบนถนนรุนแรง แล้วไปสร้างการเผชิญหน้ากับอีกฝ่าย นอกจากนี้ ยังแก้ไขประเทศไม่ได้ด้วย แล้วยังจะสร้างความฉิบหายให้บ้านเมืองยิ่งกว่าเดิมอีก
“ทางออกที่ดีที่สุดต้องไม่มีข้ามขั้ว พรรค 312 เสียงต้องจับมือกันให้มั่น ฝ่าย 188 เสียงก็ตั้งรัฐบาลข้างน้อยไม่ได้ และยิ่ง ส.ว. 250 ไม่เลือกใคร สิ่งนี้จะเกิดทางตันทางการเมือง แต่จะเป็นจุดเริ่มต้นนับหนึ่งของประเทศ ซึ่งประชาชนจะหาทางออกร่วมกัน”
นายจตุพรเชื่อว่า วันไหนย้ายขั้วสลับข้างบ้านเมืองเกิดวิกฤตใหญ่ทันที เพราะเพื่อไทยไปประกาศไม่จับมือ พปชร. ประชาชนจะไม่ทนพฤติกรรมตระบัดสัตย์ทางการเมือง เนื่องจากคำประกาศย่อมเป็นนายของตัวเอง
“แต่ถ้าผิดคำพูดที่เคยประกาศเป็นสัญญาประชาคมไว้ก็ฉิบหายทันที เมื่อประชาชนทั้งด้อมส้มและเสื้อแดงออกมาชุมนุมประท้วงรัฐบาลเพื่อไทย แล้วจะกล้าปราบหรือ?” นายจตุพรกล่าว
- อ่านข่าว : ปลุกล้อมสภา จับตา 19 ก.ค. ลั่น เลือกตั้งเพราะรักชาติ ‘เก็ท’ ยัน สู้หมดหน้าตัก
- อานนท์นัด ‘คาร์ม็อบ’ พรุ่งนี้! อนุสาวรีย์ปชต. เสิร์ฟ ‘ใบลาออก’ ให้ ส.ว.ถึงที่
- นัดม็อบอีก พรุ่งนี้ 14 ก.ค. หน้าหอศิลป์ ‘ส.ส.จีน’ เชียงใหม่ ร่ำไห้เบื้องหน้าประชาชน (คลิป)
- ภูมิธรรม ห่วงชิงตั้งนายกฯ ยันต้องจบให้ได้! แม้ พท.-ก.ก.ยังมองเกมต่าง ไม่รอ ส.ว.หมดวาระ

