ส่องหลักเกณฑ์ พักโทษ ‘ทักษิณ ชินวัตร’ เข้าข่ายกรณีเหตุพิเศษ คาดพ้นคุก ก่อนปีใหม่

ส่องหลักเกณฑ์ พักโทษ ‘ทักษิณ ชินวัตร’ เข้าข่ายกรณีเหตุพิเศษ จ่อพ้นคุก ก่อนปีใหม่

ภายหลังจากนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้รับพระราชทานอภัยลดโทษ เหลือโทษจำคุก 1 ปี หลังจากนี้นายทักษิณจะต้องเข้าสู่ขั้นตอนตามปกติของนักโทษทั่วไป ตามที่ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีและรักษาการ รมว.ยุติธรรม ได้ออกมาระบุว่า

ขั้นตอนหลังจากนี้ก็จะดำเนินการตามปกติกับนักโทษทั่วไป เมื่อนายทักษิณหายป่วยก็กลับเข้าเรือนจำ ถ้าอาการป่วยไม่ดีขึ้นก็ต้องรักษาตัวต่อไป เมื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วก็บังคับใช้ได้ทันที ตั้งแต่วันที่มีการโปรดเกล้าฯลงมา และไม่สามารถที่จะขอพระราชทานอภัยโทษได้อีก ถือว่าเพราะเป็นพระราชอำนาจเด็ดขาดแล้ว

อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้มีแนวโน้มที่ นายทักษิณ จะเข้าสู่กระบวนการพักโทษกรณีพิเศษของกรมราชทัณฑ์ สำหรับพักการลงโทษกรณีมีเหตุพิเศษ เป็นการดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาล กระทรวงยุติธรรม และกรมราชทัณฑ์

Advertisement

โดยมีคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาวินิจฉัยการพักการลงโทษ และมีการกำหนดคุณสมบัติและหลักเกณฑ์ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของแต่ละโครงการ ช่วงปีงบประมาณที่ผ่านมา กรมราชทัณฑ์ กระทรวงยุติธรรม มีโครงการเกี่ยวกับการพักโทษกรณีพิเศษ จำนวน 3 โครงการ ทั้งนี้การพักการลงโทษกรณีพิเศษนั้น นักโทษเด็ดขาดที่มีคุณสมบัติตามกฎหมาย จะได้รับการพักการลงโทษมากกว่าการพักการลงโทษกรณีปกติ

โดยคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาวินิจฉัยการพักการลงโทษพิจารณาให้ความเห็นชอบ และได้รับอนุมัติจากรัฐมนตรีอีกชั้นหนึ่ง 3 โครงการ ที่เกี่ยวกับโครงการพักการลงโทษกรณีมีเหตุพิเศษ (1) โครงการพักการลงโทษกรณีมีเหตุพิเศษเนื่องจากเจ็บป่วยร้ายแรง หรือพิการ หรือมีอายุตั้งแต่ 70 ปีขึ้นไป

(2) โครงการพักการลงโทษกรณีมีเหตุพิเศษ หลักสูตร “การน้อมนำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มาปรับใช้ในการดำเนินชีวิตของผู้ต้องขัง” ภายใต้โครงการกำลังใจในพระดำริ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา

(3) โครงการพักการลงโทษกรณีมีเหตุพิเศษโครงการ “สร้างงาน สร้างอาชีพ ฝึกทักษะการทำงาน ในภาคอุตสาหกรรม” ทั้งนี้ โครงการตาม (2) อยู่ระหว่างการดำเนินการแก้ไขหลักเกณฑ์ เพื่อให้มีความสอดคล้อง และเหมาะสมกับสภาวการณ์ปัจจุบัน

หากดูความเป็นไปได้ทั้ง 3 โครงการแล้ว นายทักษิณน่าจะเข้าสู่หลักเกณฑ์โครงการพักการลงโทษกรณีมีเหตุพิเศษเนื่องจากเจ็บป่วยร้ายแรง หรือพิการ หรือมีอายุตั้งแต่ 70 ปีขึ้นไป

ซึ่งต้องมีหลักเกณฑ์ ดังนี้ เป็นนักโทษเด็ดขาด ต้องโทษมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของกำหนดโทษตามหมายแจ้ง เป็นนักโทษเด็ดขาดชั้นกลางขึ้นไป ไม่มีโทษกักขัง หรือไม่ถูกคุมขังตามหมายขังในคดีอื่น ต้องมีผู้อุปการะและยินดีรับอุปการะ ในกรณีที่ไม่มีผู้เกี่ยวข้องกับนักโทษเด็ดขาด

จะมีการอุปการะดูแลทดแทนจากสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด หรือหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สถานพยาบาล สถานสงเคราะห์ บ้านกึ่งวิถี (Halfway House) องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น วัด มูลนิธิ และองค์กรสาธารณประโยชน์ โดยออกเป็นหนังสือรับรองว่าจะให้การช่วยเหลือดูแลระหว่างคุมประพฤติ หรือตามที่พนักงานคุมประพฤติเห็นสมควร

ดังนั้น นายทักษิณมีโทษจำคุก 1 ปี จะต้องรับโทษ 1 ใน 3 ก็คือ จำคุก 3 เดือน ซึ่งตรงกับช่วงเดือนธันวาคม 2566 จากนั้นก็จะเข้าสู่กระบวนการพักการลงโทษกรณีพิเศษ นำตัวออกจากเรือนจำ คล้ายกับอดีตผู้ต้องขังชื่อดังหลายคนก่อนหน้านี้ที่ได้รับการพักโทษกรณีพิเศษ (ปิดหลักเกณฑ์กรณีพิเศษ “บิ๊กจิน” พักโทษคนดัง ‘กำนันเป๊าะ-สุชาย-วิโรจน์-มัชฌิมา’)

ซึ่งไม่ใช่นายทักษิณเพียงคนเดียว แต่จะมีชื่อนักโทษรายอื่นอีกจำนวนมากที่เข้าโครงการ และเหลือโทษจำคุกไม่เกินหลักเกณฑ์ ก็เข้าสู่กระบวนการคุมประพฤติ การรายงานตัวตามกำหนดเวลาของสำนักงานคุมประพฤติ ในเขตพื้นที่ของบ้านที่นายทักษิณแจ้งที่อยู่ ส่วนประเด็นการติดกำไลอีเอ็มหรือไม่ หรือมีเงื่อนไขแบบใดนั้นขึ้นอยู่กับดุลพินิจ ของเจ้าพนักงานคุมประพฤติ

อย่างไรก็ตามหากในช่วงเวลาหลังจากนี้มีพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษ ประกาศออกมาลดน้อยลง ออกจากเรือนจำ เป็นอิสรภาพได้เร็วขึ้นตามขั้นตอน ได้กลับออกจากเรือนจำกลับไปฉลองปีใหม่ที่บ้านแน่นอน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

 

.

 

.

 

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image