ส.ส.ก้าวไกล อัดนโยบายสิ่งแวดล้อมมีแต่วาทกรรม จับต้องไม่ได้ ติงหานโยบายกำจัดขยะไม่เจอ ด้าน “ศนิวาร” งง ‘เอลนิโญ’ ไม่อยู่ในวาระเร่งด่วน
เมื่อเวลา 15.52 น. วันที่ 12 กันยายน ที่รัฐสภา มีการประชุมร่วมรัฐสภา เพื่อให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) แถลงนโยบายต่อรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 162 เป็นวันที่สอง โดยมี นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม
นายพูนศักดิ์ จันทร์จำปี ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) อภิปรายถึงนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมว่า ไม่มีการกำหนดขั้นตอน และกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจน เป็นนโยบายสิ่งแวดล้อมที่มีแต่วาทกรรม ปัญหาหนึ่งที่สำคัญที่มีการพูดถึงแทบทุกวัน คือปัญหาการจัดการขยะที่รัฐบาลที่แล้วพยายามซุกไว้ใต้พรม ซึ่งดูแล้วรัฐบาลใหม่กำลังจะเดินตามรอยนั้น ที่น่ากังวลคือท่านจะเอาพรมมาวางทับไปอีกชั้นหนึ่ง ตนหาข้อติติงนโยบายการจัดการขยะไม่ได้เลย เพราะไม่มีคำว่าขยะอยู่ในนโยบายเลย ซึ่งในรัฐธรรมนูญระบุว่า รัฐบาลต้องจัดการให้มีการกำจัดขยะมูลฝอยที่มีประสิทธิภาพเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และสามารถนำไปใช้ประโยชน์ด้านอื่น
นายพูนศักดิ์กล่าวว่า ขอฝากการบ้านให้นายกรัฐมนตรี ช่วยกันขบคิดแก้ปัญหา เพราะนโยบายที่ท่านออกมาจับต้องไม่ได้เลย ทำให้ตนไม่เชื่อว่าจะจัดการปัญหาขยะได้ รัฐบาลจะมีมาตรฐานการดำเนินงานในการควบคุมบ่อขยะอย่างไร จะมีระบบอย่างไรที่จะทำให้บ่อขยะเหล่านี้มีระบบควบคุม บำบัด และจัดการผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ รัฐบาลคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ประกาศให้ขยะเป็นวาระแห่งชาติในปี 2557 ต่อมาปี 2559 มีนโยบายเมืองไทยไร้ขยะ โดยมีแผนแม่บทจัดการขยะมูลฝอยของประเทศ แต่เราจ่ายเงินไปมากกว่า 3,000 ล้านบาท ตั้งแต่ปี 2559 ถึงปี 2562 ในการติดตั้งระบบจัดการขยะให้กับเทศบาลใหญ่ๆ ของประเทศ แต่จากการติดตามการใช้จ่ายงบประมาณ น่าเศร้าว่ากว่าครึ่งของระบบที่ติดตั้งใช้ไม่ได้ หรือหยุดดำเนินการ

นายพูนศักดิ์กล่าวว่า ท่านจะแก้ไขปัญหาเหล่านี้ของรัฐบาลชุดก่อนอย่างไร เพราะหน่วยงานรัฐที่รับผิดชอบการจัดการขยะขณะนี้มี 16 กระทรวง ซึ่งต่างพอใจที่จะจัดการขยะที่ตัวเองรับผิดชอบ ขณะเดียวกัน อัตรารีไซเคิลของประเทศไม่เพิ่มขึ้นมากว่า 10 ปีแล้ว ซึ่งร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่มีมากว่า 10 ปี โดยที่รัฐบาล คสช. เคยผ่านวาระที่หนึ่งมาแล้วแต่จากนั้นถูกปัดตก จนปัจจุบันรัฐบาลหมดวาระไปแล้วยังไม่พบว่ามีการนำร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้กลับมายังกระบวนการของรัฐสภาอีกเลย ขอใช้โอกาสนี้ตามหาร่างกฎหมายดังกล่าว
จากนั้น นางสาวศนิวาร บัวบาน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค ก.ก. อภิปรายว่า น่าแปลกใจที่ปรากฏการณ์เอลนิโญไม่ได้ถูกบรรจุในวาระเร่งด่วน ทั้งที่เอลนิโญเป็นที่มาของภัยแล้ง อาจสร้างความเสียหายถึง 5.0-7.8 หมื่นล้านบาท เพราะ 3 ใน 4 ของพื้นที่การเกษตรอยู่นอกเขตชลประทาน ทำให้การเพาะปลูกในปีหน้ามีความเสี่ยงสูง นอกจากนี้ ตนเชื่อว่า ประชาชนยังอยากเห็นแนวทางป้องกันปัญหาอุทกภัยอย่างเป็นระบบ สุดท้ายหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ครม.เศรษฐา 1 จะเป็น ครม.ที่คิดถึงประชาชน รุก รับ ปรับตัวได้ไว และมีธรรมาภิบาล

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- ประเสริฐ ยัน บล็อกเชนโปร่งใส เงินดิจิทัลถึงมือครบทุกบาท ผุด ซูเปอร์แอพพ์ รวมทุกแพลตฟอร์มรัฐ
- ถวิล เปลี่ยนศรี ลุกซัดอดีตนักการเมืองติดคุกไม่กี่ชม. ย้ายไปห้องพิเศษ ทำส.ส.เพื่อไทย ลุกโวย

