หน้าแรก การเมือง เอ็มดีมติชน เ...

เอ็มดีมติชน เปิด 3 คีย์เวิร์ด ลุยโพลร่วมเดลินิวส์ ทำหน้าที่สื่อสะท้อนเสียงปชช. หนุน ‘จูนนโยบาย’ ให้ตรงจุด

13.09.23 | 19:11 น.

เอ็มดีมติชน เปิด 3 คีย์เวิร์ด ‘รัฐบาล ปัญหา ประชาชน’ จับมือ ‘เดลินิวส์’ ทำโพลสำรวจความเห็น สร้างพื้นที่สะท้อนความเห็น ชี้ ประชาชนไม่แผ่ว สื่อก็ต้องไม่แผ่ว ลุยทำหน้าที่ตามวิถีประชาธิปไตย เปิดเวทีสู่การวิเคราะห์ ส่งเสียง ‘จูนนโยบาย’ ให้ตรงจุด

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 13 กันยายน ที่ชั้น 8 อาคารเดลินิวส์ ถนนวิภาวดีรังสิต เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ หนังสือพิมพ์มติชน ร่วมกับหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ แถลงข่าวการจัดทำโพล “มติชน X เดลินิวส์” หลังได้รัฐบาลชุดใหม่ที่นำโดย นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พรรคเพื่อไทย

โดยมี น.ส.ปานบัว บุนปาน กรรมการผู้จัดการบริษัท มติชน จำกัด (มหาชน), นายปราปต์ บุนปาน รองกรรมการผู้จัดการสายเทคโนโลยีและดิจิทัลมีเดีย บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน), นางประพิณ รุจิรวงศ์ และนายปารเมศ เหตระกูล กรรมการบริหาร หนังสือพิมพ์เดลินิวส์และเดลินิวส์ ออนไลน์, ผศ.อัครพงษ์ ค่ำคูณ อดีตคณบดีวิทยาลัยนานาชาติปรีดี พนมยงค์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แถลงรายละเอียดความร่วมมือในการทำโพลครั้งนี้ (อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง  มติชนXเดลินิวส์ จับมือทำโพลรอบ 2 ‘รัฐบาลเศรษฐาควรแก้ปัญหาอะไร?’ จัดเต็ม 1 เดือน เริ่ม 1 ต.ค.นี้)

ภายหลังจากที่สื่อ 2 สำนักใหญ่ร่วมกันจัดทำ โพลเลือกตั้ง 66 “มติชน X เดลินิวส์” ได้รับผลตอบรับเกินคาด สะท้อนผลการเลือกครั้งประวัติศาสตร์ 14 พฤษภาคม 2566 ได้อย่างแม่นยำ โดยเปิดทางออนไลน์ทุกแพลตฟอร์มของสื่อเครือมติชนและเดลินิวส์ทั้งข่องทางเว็บไซต์และสแกนคิวอาร์โค้ด บนหนังสือพิมพ์เพื่อร่วมโหวต สำหรับการทำโพลครั้งนี้ “มติชน X เดลินิวส์ : รัฐบาลเศรษฐา ควรแก้ไขปัญหาอะไร” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 1 – 31 ตุลาคมนี้ เพื่อสะท้อนเสียงความต้องการของประชาชนว่าต้องการให้แก้ไขปัญหาอะไรก่อน ระหว่าง 1.การเมือง 2.เศรษฐกิจ ปากท้อง

น.ส.ปานบัว บุนปาน กรรมการผู้จัดการ บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า สาระสำคัญของแคมเปญนี้ ประกอบไปด้วย 3 คีย์เวิร์ด คือ ‘รัฐบาล ปัญหา ประชาชน’ โดยองค์ประกอบทั้ง 3 สิ่งนี้ สะท้อนกันไป-มา ซึ่งเป็นเรื่องจำเป็นอย่างมากที่รัฐบาลต้องฟังเสียงประชาชนจึงจะแก้ปัญหาได้ และการที่ประชาชนจะได้รับการแก้ปัญหาที่ถูกจุดนั้น ก็ต้องสะท้อนปัญหาที่แท้จริงกลับมาให้ได้ หน้าที่ของสื่อในวันนี้ การที่เดลินิวส์จับมือร่วมกันกับมติชน ก็เพื่อสร้างพื้นที่ในการสะท้อนความเห็นไปสู่ผู้นำ ผู้มีอำนาจ และรัฐบาลชุดใหม่

Advertisement

วันนี้เป็นวันแรกในการแถลงข่าวร่วมกัน แต่ความจริงเรามีคณะที่จะมีส่วนร่วมในการทำโพลอีกประมาณ 2 สำนัก ซึ่งจะเปิดเผยก่อนวันทำโพล หรือประมาณสิ้นเดือนนี้ โดยเป็นสำนักทางด้านรัฐศาสตร์และเศรษฐศาสตร์ หลังจากนั้นจะเป็นช่วงเวลาของการทำโพล 1 เดือนเต็ม ตั้งแต่ 1-31 ตุลาคมนี้ ระหว่างทางก็จะมีการเผยแพร่ข่าว เชิญชวนให้มาร่วมแสดงความเห็น สะท้อนความตื่นตัวที่เกิดขึ้นอย่างเต็มที่ของทั้ง 2 สื่อ

“ความเห็นไม่ได้กระจุกอยู่เพียงแค่กรุงเทพฯ แต่กระจายไปทั่วประเทศ อยู่ตามท้องถิ่น อยู่ตามชุมชน ตลอดทั้งเดือนก็น่าเป็นการทำให้เกิดการตื่นตัว ตระหนักทางการเมืองขึ้นมาอีกระลอก หลังจากนั้นเมื่อมีการปิดโพล ก็จะชี้ผลโพลได้ทันที เผยแพร่ทั้งสิ่งพิมพ์และออนไลน์ ปิดท้ายแคมเปญนี้ด้วยเวทีครั้งใหญ่ของเรา วิเคราะห์ผลโพลที่ออกมา

ณ ปัจจุบันนี้ยังไม่มีใครทราบว่าผลโพลจะออกมาเป็นเรื่องการเมือง หรือเศรษฐกิจ ความเห็นของเราอาจจะเป็นการเมือง แต่ความเห็นของประชาชนทั่วประเทศ ยังไม่มีใครทราบ ล้วนแล้วแต่เป็นความเห็นส่วนบุคคลทั้งนั้น

โพลนี้จะเป็นกระดาน เป็นการเปิดเวทีที่จะนำไปสู่การวิเคราะห์ กระทั่งนำปัญหาที่ปรากฏขึ้นมาขยาย รวมถึงให้แนวทางในการแก้ไข คือสิ่งที่จะเกิดขึ้น” น.ส.ปานบัวกล่าว


น.ส.ปานบัว กล่าวว่า ถ้าหากรัฐบาลเข้มแข็ง ฝ่ายค้านเข้มแข็ง สิ่งที่ต้องการคือภาคประชาชนเข้มแข็ง จึงอยากให้ประชาชนมีบทบาทตื่นตัวทางการเมือง

“เราเห็นการตื่นตัวทางการเมืองเพิ่มสูงขึ้นอย่างมากในช่วงก่อนการเลือกตั้ง หลังการเลือกตั้งรัฐบาลก็ยังสูงอยู่ แต่เมื่อตั้งรัฐบาลเสร็จทำไมการตื่นตัวลดวูบ คิดว่าวิถีประชาธิปไตยไม่ต้องรอรอบใหม่ หน้าที่ของสื่อคือ รัฐบาลเข้มแข็ง ฝ่ายค้านน่าจับตามอง ภาคประชาชนส่งเสียง สื่อทำหน้าที่เต็มที่ในการเป็นกระดานสะท้อนจุดนี้

หลายคนคิดว่า สิทธิและเสียงของเราหมดไปตั้งแต่เลือกตั้ง หมดอย่างสิ้นเชิงเมื่อตั้งรัฐบาลเรียบร้อย ความจริงไม่ใช่ สิทธิและเสียงยังอยู่ ไม่น้อยกว่าเดิม ถ้าเรามีส่วนร่วมในการสะท้อนความคิดเห็นกลับไปสู่รัฐบาล” น.ส.ปานบัวกล่าว

น.ส.ปานบัวกล่าวว่า ตนเชื่อมั่นว่ารัฐบาลที่ดีคือรัฐบาลที่ฟังเสียงประชาชนแล้วแก้ไขปัญหาได้ถูกจุด ไม่ว่าจะประกาศอะไรไว้ เมื่อเข้ามาสู่การรับตำแหน่งอยู่ในวาระจริง สิ่งที่ควรจะเกิดขึ้นคือฟังเสียงประชาชนอย่างสม่ำเสมอ ตลอดเวลาที่อยู่ในวาระเพราะไม่ว่ารัฐบาลใดก็ตาม อยู่ได้ด้วยประชาชน พิสูจน์ตัวเองได้โดยการที่รับฟังปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน นำมาแก้ไข เป็นหน้าที่ของรัฐบาลและเป็นความคาดหวังของประชาชนจริงๆ

หวังว่าการทำแคมเปญในครั้งนี้ จะนำไปสู่การตื่นตัวทางการเมืองอีกระลอก เป็นประโยชน์กับประชาชนอย่างสูงสุด สะท้อนปัญหาที่กระทบตามความเป็นจริงออกมา ซึ่งจะเป็นผลดีกับทุกฝ่ายทั้งในฝ่ายการเมืองด้วย ไม่ว่านโยบายของรัฐบาลจะเป็นอย่างไร เมื่อผลออกมา ก็อาจจะปรับจูนนโยบาย แก้ปัญหาที่ภาคประชาชนเดือดร้อนอย่างเร่งด่วนได้

“ในส่วนของสื่อเอง เรากระตุ้นเสมอว่าเมื่อประชาชนไม่แผ่ว เราก็ต้องไม่แผ่ว กิจกรรมการมีส่วนร่วมที่เกิดขึ้น คือวิถีของประชาธิปไตย ที่เข้มแข็งที่สุดและเป็นปกติที่สุด แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ตรวจสอบกันตามปกติจริงๆ ซึ่งการที่จะอยู่ได้ด้วยวิถีประชาธิปไตยที่เข้มแข็ง เราต้องเรียกร้องกันตั้งแต่วันนี้ กิจกรรมการมีส่วนร่วมควรทำให้เป็นปกติ

โพลนี้มีประโยชน์ที่สุดเพราะกระดานใหญ่สุด ครั้งที่แล้วประมาณ 170,000 ราย การจะทำได้ต้องเป็นกลุ่มสื่อประมาณมติชนและเดลินิวส์ร่วมกันสะท้อนขึ้นมา หากใครมองข้อดีเป็น ก็สามารถนำไปปรับจูนนโยบายอะไรได้อีกมาก เชื่อว่าสิ่งที่เราทำจะเป็นประโยชน์สูงสุดกับทุกคนทุกฝ่าย ในครรลองของประชาธิปไตย” น.ส.ปานบัวกล่าวทิ้งท้าย