หน้าแรก การเมือง อิ๊ง เคลียร์ ...

อิ๊ง เคลียร์ ‘ซอฟต์เพาเวอร์’ พท.ถูกตั้งคำถามหนัก ย้ำต้องร่วมมือหลายภาคส่วนหนุนอุตสาหกรรมโต

14.09.23 | 19:53 น.

อิ๊ง เคลียร์ ‘ซอฟต์เพาเวอร์’ พท.ถูกตั้งคำถามมานาน เข้าใจแค่ไหน? ยันไม่เท่ากับ ‘เศรษฐกิจสร้างสรรค์’ ต้องร่วมมือหลายภาคส่วน หนุนอุตสาหกรรมเติบโต ขยายตลาดค้าขายสินค้าทางวัฒนธรรมสู่ตลาดโลก

จากกรณี นสพ.ชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 13 กันยายน โดยเรื่องหนึ่งที่สำคัญคือ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี สั่งการให้มีการตั้ง คณะกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์เพาเวอร์แห่งชาติ ซึ่งจะทำหน้าที่กำหนดยุทธศาสตร์ว่าด้วยซอฟต์เพาเวอร์ของประเทศไทย ซึ่งมี นายกรัฐมนตรี นั่งเป็นประธาน น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย เป็นรองประธาน นายพันศักดิ์ วิญญรัตน์ เป็นที่ปรึกษา และ นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี เป็นกรรมการ ทั้งนี้ ผู้ดำเนินการประสานงานคือ นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เลขาธิการนายกรัฐมนตรี

ก่อนที่เวลาต่อมาจะมีการเปิดเผยรายชื่อคณะกรรมการ ประกอบด้วยบุคคลสำคัญและผู้มีชื่อเสียงมากมาย รวมทั้งสิ้น 29 ราย

ล่าสุด เมื่อวันที่ 14 กันยายน น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ในฐานะรองประธานกรรมการคณะกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์เพาเวอร์แห่งชาติ เปิดเผยทางเฟซบุ๊ก Ing Shinawatra เพื่ออธิบายความชัดเจน “ซอฟต์เพาเวอร์” ให้ทุกฝ่ายเกิดความกระจ่าง

น.ส.แพทองธารระบุว่า ตั้งแต่ปักหมุดนโยบายซอฟต์เพาเวอร์แล้ว ที่เพื่อไทยถูกตั้งคำถามว่า ทำไมเราถึงใช้คำว่า “ซอฟต์เพาเวอร์” เราเข้าใจคำนี้จริงหรือไม่

Advertisement

ขั้นแรกอยากอธิบายว่า ซอฟต์เพาเวอร์ ไม่เท่ากับ เศรษฐกิจสร้างสรรค์

แต่ซอฟต์เพาเวอร์ครอบคลุมทั้งการพัฒนาคนที่มีทักษะสูง เศรษฐกิจสร้างสรรค์ การเมืองประชาธิปไตย และการต่างประเทศที่เรียกว่า “การทูตเชิงวัฒนธรรม” (Cultural Diplomacy) ซอฟต์เพาเวอร์จึงไม่ใช่แค่มิติเศรษฐกิจสร้างสรรค์ หรือมิติทางการเมืองระหว่างประเทศ แต่จะต้องทำงานอีกหลายด้านเพื่อให้เกิดการพัฒนา จนสามารถส่งออกวัฒนธรรม ความคิดสร้างสรรค์ หรือคุณค่าไปสู่นานาประเทศ และกลายเป็นผู้นำในระดับโลกต่อไป

นั่นจึงเป็นเหตุผลที่เราจะต้องอาศัยความร่วมมือกับกระทรวงการต่างประเทศเพื่อออกแบบนโยบายการส่งออกวัฒนธรรม ทำงานร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม สนับสนุนในด้านงานวิจัยที่เป็นประโยชน์ พัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ แรงงาน กระทรวงพาณิชย์มาช่วยสนับสนุนเรื่องการค้าการตลาด และอีกหลายกระทรวงที่ต้องเข้ามาร่วมกัน นอกจากนี้ ยังมีตัวแทนจากอุตสาหกรรมหลายท่านมาช่วยกันชี้เป้าอุปสรรค ปัญหา เพื่อนำไปสู่การปลดล็อก และช่วยกันออกแบบนโยบายสนับสนุนให้อุตสาหกรรมเติบโต เพื่อขยายตลาดค้าขายสินค้าทางวัฒนธรรมไปสู่ตลาดโลก

โดยหัวใจของการพัฒนาซอฟต์เพาเวอร์ ในครั้งนี้จะถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ #อุตสาหกรรม และ #ศักยภาพของคน

สำหรับการพัฒนาศักยภาพของคนเราจะอยู่ในนโยบาย #ofos one family one soft power : นโยบายพัฒนาศักยภาพคน พัฒนาคนให้มีสกิลสร้างสรรค์ ขยับทักษะแรงงานไทยให้มีทักษะแรงงานขั้นสูง

ส่วนอุตสาหกรรม เราจะตั้ง #THACCA : องค์กรพัฒนาอุตสาหกรรม โมเดลเดียวกับ KOCCA ในเกาหลีใต้ หรือ TAICCA ไต้หวัน

ซึ่งตลอดการทำงานช่วงก่อนเลือกตั้ง อิ๊งและทีมนโยบายได้ไปพบปะ ขอความเห็นและระดมความคิดกันว่าพัฒนาอุตสาหกรรมให้ดีกว่านี้ได้อย่างไร และพบว่ายังมีโอกาสอีกมากในอุตสาหกรรมสร้างซอฟต์เพาเวอร์บ้านเราค่ะ

เพื่อไทยจะเดินหน้าร่วมทำงานกับภาคเอกชน ขอถือโอกาสนี้ขอขอบคุณคณะทำงานจากภาคเอกชนที่จะมาร่วมกันทำงานหลังจากนี้นะคะ

ขอฝากตัวกับทุกท่านด้วย เรามาร่วมกันทำงานอย่างหนัก พาประเทศพ้นจากประเทศรายได้ปานกลางสู่ประเทศรายได้สูงค่ะ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง