‘ก้าวไกล’ ตั้ง กก.สอบวินัย ส.ส.คุกคามทางเพศทีมงาน ไม่บอกสอบเสร็จเมื่อไหร่-ผิดฐานใด แต่รายงาน กก.บห.เป็นระยะ ยันไม่ดึงเวลา แต่เพราะต้องดูอย่างรอบด้าน
เมื่อเวลา 09.50 น. วันที่ 11 ตุลาคม ที่รัฐสภา นายณัฐวุฒิ บัวประทุม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) ในฐานะประธานคณะกรรมการวินัยและจรรยาบรรณสมาชิกพรรค ก.ก. ให้สัมภาษณ์กรณีโลกออนไลน์วิพากษ์วิจารณ์เรื่องการล่วงละเมิดทางเพศของ ส.ส.พรรค ก.ก.ที่มีพฤติกรรมคุกคามทางเพศทีมงานอาสาสมัครว่า พรรค ก.ก.ได้รับเรื่องร้องเรียนมาระยะหนึ่งแล้ว และมีกระบวนการตั้งคณะกรรมการสอบวินัยเฉพาะกิจเพิ่มเติม เนื่องจากเป็นประเด็นที่เกี่ยวกับเรื่องเพศ ซึ่งคณะกรรมการสอบวินัยได้สอบหาข้อเท็จจริงทั้งฝั่งผู้กล่าวหาที่อ้างว่าเป็นผู้เสียหาย และฝั่งผู้ถูกกล่าวหา
นายณัฐวุฒิกล่าวว่า ในการสอบหาข้อเท็จจริงที่ทั้ง 2 ฝ่ายต่างกล่าวอ้างตัวบุคคลและเอกสารจำนวนมาก จึงถือว่ากระบวนการยังไม่สิ้นสุด และดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง ส่วนจะสิ้นสุดเมื่อไหร่นั้นคิดว่าไม่สามารถระบุเป็นวันเวลาได้ ทั้งนี้ ได้มีการสื่อสารกับผู้เสียหายเป็นระยะว่าขณะนี้ขั้นตอนอยู่ในขั้นไหน และในท้ายที่สุดเรื่องจะถูกเสนอให้คณะกรรมการบริหาร (กก.บห.) พิจารณา ขึ้นอยู่ว่า กก.บห.จะพิจารณาอย่างไร หากเรื่องนี้มีความคืบหน้า พรรค ก.ก.จะแถลงให้ทราบพร้อมกับอีก 2 กรณีก่อนหน้านี้ ซึ่งเราได้มีการตัดสินความผิดไปนานแล้ว โดยอีกด้านหนึ่งเป็นเรื่องภายในของพรรค แต่อีกด้านก็เป็นเรื่องที่เราต้องสื่อสารให้สังคมทราบ เพราะเขาคาดหวังกับเราสูง

เมื่อถามว่า เบื้องต้นถือว่ามีมูลความผิดหรือไม่ นายณัฐวุฒิกล่าวว่า เวลาเรารับเรื่องเช่นนี้ เราก็จะมองว่ากว่าผู้เสียหายจะเดินทางมาร้องเรียน รวบรวมความกล้า รวบรวมข้อมูลหลักฐาน หรือบางกรณีก็ไม่มีพยานหลักฐาน เราจึงมองว่าเขากล้าตัดสินใจที่จะร้องเรียนก็ต้องถือว่าเรื่องเหล่านี้มีมูล แต่มูลจะเป็นลักษณะความผิดแบบใดนั้น มีวงเล็บภายในข้อบังคับพรรคที่มีความแตกต่างกัน
ถามต่อว่า โทษของกรณีนี้จะออกมาประมาณไหน นายณัฐวุฒิกล่าวว่า ถ้าตัดสินว่ามีความผิดแล้วเป็นความผิดเกี่ยวกับเรื่องเพศก็ต้องถือว่าเป็นวินัยร้ายแรง โทษมีแค่ 2 สถานเท่านั้นคือ 1.ตัดสิทธิที่พึงมี ซึ่งอาจส่งไปถึงการตัดสิทธิไม่ส่งลงสมัครรับเลือกตั้ง และ 2.ให้พ้นสมาชิกภาพความเป็นสมาชิกของพรรค แต่ขณะนี้ยังเร็วเกินไปที่จะตอบว่าในท้ายที่สุดผลการพิจารณาจะเป็นอย่างไร ยอมรับว่าเราได้รับเรื่องมานานจริง แต่ก็มีการสอบหลายรอบ ตั้งแต่มีการร้องเรียนมาตั้งแต่ช่วงเดือนสิงหาคม แต่คณะกรรมการวินัยยังเห็นว่าพยานหลักฐานยังไม่มากพอ
เมื่อถามว่า การเลือกตั้งครั้งหน้าพรรคจะมีกระบวนการคัดกรองผู้สมัครหรือไม่ เนื่องจากเกิดกรณีลักษณะนี้ในพรรคค่อนข้างมาก นายณัฐวุฒิกล่าวว่า เราไม่ปฏิเสธความรับผิดชอบ รวมถึงได้มีการอบรมให้ความรู้ว่าที่ผู้สมัครและสมาชิกพรรคในเรื่องความรู้ด้านความเท่าเทียมทางเพศสำหรับนักการเมือง ซึ่งเราพยายามทำงานอย่างหนักในเรื่องนี้มาโดยตลอด

เมื่อถามต่อว่า หากเปรียบเทียบกับ ส.ส.พรรคอื่นในประเด็นเดียวกัน จะเห็นว่าพรรค ก.ก.แสดงท่าทีรวดเร็ว แต่เมื่อเป็นพรรคตัวเองกลับค่อนข้างช้า นายณัฐวุฒิกล่าวว่า จริงๆ เราไม่ได้แสดงออกในนามพรรค และตนคงตอบกรณีอื่นไม่ได้ แต่คุณค่าหลักในเรื่องเพศเป็นสิ่งที่พรรค ก.ก.ให้ความสำคัญมากที่สุด แต่ในเมื่อข้อเท็จจริงและหลักฐานของแต่ละรายไม่เหมือนกัน ทั้ง 2 ฝ่ายต่างอ้างพยานหลักฐาน คณะกรรมการวินัยมีมติว่าต้องสอบข้อเท็จจริงเพิ่มในบางประเด็น แต่ก็มีการรายงานความคืบหน้าให้ กก.บห.ขึ้นเป็นระยะๆ
เมื่อถามว่า หลักฐานที่ยังขาดอยู่คืออะไร นายณัฐวุฒิกล่าวว่า ขอไม่ลงรายละเอียด แต่มีพยานหลักฐานของทั้ง 2 ฝ่ายอีกหลายชิ้นที่เราต้องสอบเพิ่ม
เมื่อถามว่า กังวลว่าจะเป็นการโจมตีทางการเมืองหรือไม่ นายณัฐวุฒิกล่าวว่า ไม่กังวล เพราะต้องว่ากันตามความถูกผิด ไม่ว่าผู้กล่าวหาจะเป็นใคร ไม่ว่าสังคมจะตัดสินเราแล้วหรือไม่ อย่างไร เราจะว่ากันด้วยความจริงและพยานหลักฐาน และคณะกรรมการวินัยที่ตั้งมาเพิ่มเติมมี 2 คนที่เป็นผู้หญิง เป็น ส.ส.ที่ทำงานในประเด็นเหล่านี้โดยตรง ประกอบด้วย น.ส.ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ ส.ส.กทม. และ นางนิตยา มีศรี ส.ส.สมุทรปราการ ร่วมกับคณะกรรมการวินัยเดิม ซึ่งมี น.ส.วรรณวิภา ไม้สน ส.ส.บัญชีรายชื่อ ด้วย
“เราต้องขอเวลา แต่ไม่ใช่ขอเพื่อจะให้ดึงเวลา แต่เพื่อให้ดูพยานหลักฐานอย่างรอบด้านและครบถ้วนก่อนจะมีการตัดสินอะไรออกไป” นายณัฐวุฒิกล่าว
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

