หน้าแรก การเมือง วุฒิสาร เผยยั...

วุฒิสาร เผยยังไม่ได้ข้อสรุปแก้ รธน. แต่ไม่แก้หมวด 1-2 แจงกรอบเวลาทำประชามติขึ้นอยู่กับ รบ.

29.10.23 | 18:50 น.
แฟ้มภาพ

‘วุฒิสาร’ เผยยังไม่ได้ข้อสรุปแก้ รธน.60 คงไว้ที่หมวด 1 กับ 2 นัด 8 พ.ย.เชิญ ‘กกต.’ ให้ข้อเสนอแนะทำประชามติ บอกกรอบเวลาในการตัดสินใจขึ้นอยู่กับ รบ.

เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม นายวุฒิสาร ตันไชย ประธานคณะอนุกรรมการศึกษาแนวทางทำประชามติให้สอดคล้องกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ในคณะกรรมการเพื่อพิจารณาศึกษาแนวทางในการทำประชามติ เพื่อแก้ไขปัญหาความเห็นที่แตกต่างในเรื่องรัฐธรรมนูญ 2560 กล่าวถึงกรอบการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 ว่า วันแรกที่มีการประชุมคณะอนุกรรมการศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 มีการหารือแนวทางคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่กำหนดว่าเงื่อนไขใดที่จำเป็นต้องมีการทำประชามติ หลักการแรก ถ้าจะแก้มาตราที่ว่าด้วยเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 ตามบทบัญญัติบังคับว่าให้ทำประชามติ เพียงแต่มีเงื่อนไขของการทำรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ หรือการมีสภาร่างรัฐธรรมนูญไทย (ส.ส.ร.) เพราะฉะนั้น 2 สิ่งนี้ศาลรัฐธรรมนูญก็มีคำวินิจฉัยว่าให้ไปทำประชามติก่อน โดยเงื่อนไขของรัฐบาลที่เสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 ที่เป็นนโยบายคือ ไม่แก้หมวด 1 และ 2

นายวุฒิสารกล่าวว่า เพราะฉะนั้นคณะอนุกรรมการก็พิจารณากันว่าการแก้รัฐธรรมนูญที่คงหมวด 1 และ 2 ไว้ เป็นการแก้ไขที่ควรจะเรียกว่า การแก้ไขรายมาตรา การทำรัฐธรรมนูญใหม่ หรือการจัดทำใหม่ทั้งฉบับ เหล่านี้คือความเห็นเบื้องต้นที่คุยกันและยังไม่ได้ข้อสรุป คงมีการหารือในเรื่องดังกล่าวต่อไปและรับฟังข้อมูลจากคณะอนุกรรมการชุดที่ 2 ที่ นายนิกร จำนง ผู้อำนวยการพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) เป็นประธาน เพื่อรับฟังถึงสาระที่ประชาชนส่วนใหญ่เห็นว่าควรจะแก้ไขอย่างไร โดยมี 2 หลักการที่ต้องพิจารณา

นายวุฒิสารกล่าวต่อว่า 1.การดำเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่คงหมวด 1 และ 2 จะถูกนิยามว่าเป็นการแก้แบบใด ซึ่งจะเกี่ยวโยงกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ และ 2.การดูองค์กรที่ทำหน้าที่ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยหลักการเป็นอำนาจของรัฐสภา แต่เมื่อมี ส.ส.ร.จะเข้ากับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญว่าในบทบัญญัติเดิมของรัฐธรรมนูญไม่ได้เขียนให้อำนาจกับ ส.ส.ร.ไว้ ซึ่งที่กล่าวมาข้างต้นเป็นเนื้อหาที่เรารอฟังข้อมูลจากฝ่ายรับฟังความเห็น

นายวุฒิสารกล่าวอีกว่า ส่วนในการประชุมครั้งต่อไป ในวันที่ 8 พ.ย. ตั้งใจจะเชิญคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในฐานะที่เป็นผู้รับผิดชอบกฎหมายฉบับนี้เพื่อมาชี้แจงและให้ข้อเสนอแนะว่ากระบวนการทำประชามติมีเงื่อนไขใดบ้าง อาทิ ทั้งกรอบเวลา เงื่อนไขที่เป็นไปตามกฎหมาย วิธีการทำประชามติให้ไม่ซับซ้อน รวมถึงการประหยัดงบประมาณในการทำประชามติ เนื่องจากเรายังไม่รู้ว่าต้นทุนการทำประชามติแต่ละครั้งนั้นใช้งบเท่าไหร่ คิดว่าเมื่อคุยเสร็จอาจจะได้ข้อสรุปและรอผลจากการรับฟังความเห็นของคณะกรรมการการรับฟังเชิงสาระที่นายนิกรเป็นประธาน โดยเอามาประกอบกัน ประมาณปลายเดือน พ.ย.อาจมีการเสนอเบื้องต้นได้ว่ามีความเห็นอย่างไรเกี่ยวกับประชามติ

Advertisement

เมื่อถามถึงกรอบการทำประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญสามารถทำได้เร็วกว่าไตรมาสแรก ปี 2567 ได้หรือไม่ นายวุฒิสารกล่าวว่า เรื่องนี้อยู่ที่คณะรัฐมนตรีว่าจะตัดสินใจอย่างไร คิดว่าข้อเสนออาจมีการเสนอในหลายรูปแบบ อาทิ การแก้ไขด้วยการยกร่างใหม่ การแก้ไขด้วยการคงหมวด 1 และ 2 หรือเป็นการแก้ไขรายมาตรา นอกจากนี้ ยังมีองค์กรที่ทำหน้าที่คือการมี ส.ส.ร.หรือไม่ จึงจะบอกได้ว่าต้องทำประชามติกี่ครั้ง และการตัดสินใจในการทำประชามติก็อยู่ที่กรอบเวลา เนื่องจากการทำประชามติก็เป็นกระบวนการเป็นเครื่องมือหนึ่งในการสร้างประชาธิปไตย

นายวุฒิสารกล่าวว่า ดังนั้น ในกระบวนการให้ความเข้าใจประชาชนก่อนตัดสินใจลงคะแนนประชามติก็เป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งต้องให้เวลากับเรื่องนี้ โดยตามกรอบเวลาที่ นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะประธานคณะกรรมการเพื่อพิจารณาศึกษาแนวทางในการทำประชามติ กำหนดนั้น คิดว่าภายในปลายปี 2566 จะมีข้อสรุปเบื้องต้นที่พอทำให้เกิดการตัดสินใจได้

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง