หน้าแรก การเมือง ภาคประชาชน ย้...

ภาคประชาชน ย้ำรบ. 4 ข้อ คำถามประชามติต้องชัด ปิดทางส.ว.โดดขวาง รื้อทิ้งรธน.’60

15.11.23 | 21:32 น.

ภาคประชาชน ยื่นรบ. 4 ข้อ ทำรธน.ทั้งฉบับต้องร่างใหม่ ที่มาส.ส.ร.เลือกตั้ง 100 % ตั้งคำถามประชามติให้ชัด ปิดทางส.ว.โดดขวาง 

เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2566 ที่ทำเนียบรัฐบาล กลุ่มประชาชนร่างรัฐธรรมนูญ ผู้รวบรวมรายชื่อประชาชน 211,904 รายชื่อเพื่อเสนอคำถามประชามติ เข้าให้ความเห็นกับ คณะกรรมการศึกษาแนวทางการทำประชามติ ที่มีนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน เรื่องรายละเอียดและขั้นตอนการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ฉบับประชาชน โดยเน้นย้ำว่า คำถามประชามติที่ดี และเอาประชาชนเป็นที่ตั้งจะทำให้กระบวนการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญใหม่เดินไปได้อย่างราบรื่นและสำเร็จลุล่วง โดยเฉพาะในการจัดทำประชามติครั้งแรกที่คำถามประชามติจะต้องระบุอย่างชัดเจนว่า การจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ต้องทำได้ทั้งฉบับ จากสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนทั้งหมด

เนื้อหาที่กลุ่มประชาชนร่างรัฐธรรมนูญนำเสนอต่ออนุกรรมการรับฟังความคิดเห็นฯ สรุปได้ดังนี้

1.รูปแบบคำถามประชามติจะส่งผลโดยตรงต่อ “ผล” ประชามติ หากคำถามประชามติไม่ได้เป็นไปตามหลักการ “เขียนใหม่ทั้งฉบับ เลือกตั้ง 100%” หรือมีการตีกรอบไม่ให้แก้ไขในบางหมวดบางมาตรา ก็อาจจะทำให้ประชาชนผู้ออกเสียงประชามติเกิดข้อสงสัย หรือไม่เห็นด้วยกับคำถาม และบางส่วนอาจตัดสินใจลงคะแนนเสียง “ไม่เห็นชอบ” และอาจจะเป็นการปิดประตูการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ดังนั้น คำถามประชามติจึงควรยึดหลักการว่าประชาชนเป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยและผู้สถาปนารัฐธรรมนูญ ให้รัฐธรรมนูญใหม่ต้องเขียนได้ทั้งฉบับและประชาชนเป็นผู้เลือกคนที่จะมายกร่างโดยตรง

2.ไม่จำเป็นต้องกังวลว่า ส.ว. จะขวางการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ หากคำถามประชามติเขียนไว้ชัดเจนว่าให้จัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ และได้รับเสียงเห็นชอบอย่างท่วมท้น ก็เป็นเรื่องยากที่ ส.ว. ที่แม้จะมาจากการแต่งตั้งจะปฏิเสธ การทำประชามติ จึงเป็นโอกาสที่ดีในการยืนยันหลักการอำนาจของประชาชนกับผู้ที่มาจากการแต่งตั้ง ในทางกลับกัน หากคำถามไม่ได้เขียนไว้ชัดเจนตามหลักการข้างต้น ก็จะเปิดประตูให้กับ ส.ว. สอดแทรกเงื่อนไขในชั้นการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ สร้างปัญหาสำหรับกระบวนการต่อไป

Advertisement

3.ส.ส.ร.ต้องมาจากการเลือกตั้งของประชาชน ปัญหาของรัฐธรรมนูญ 2560 ไม่อยู่แค่เนื้อหาเท่านั้น แต่ที่มาที่ไม่มีประชาชนอยู่ในสมการก็เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้รัฐธรรมนูญ 2560 ขาดความชอบธรรมในความรู้สึกของประชาชน ดังนั้น การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จึงต้องคิดถึงเรื่องความชอบธรรมด้านที่มาเป็นอันดับแรก โดยผู้ร่างรัฐธรรมนูญต้องมาจากการเลือกตั้งของประชาชน ในประเด็นข้อกังวลว่าหาก ส.ส.ร. มาจากการเลือกตั้งทั้งหมดนั้นจะทำให้ไม่มีผู้เชี่ยวชาญหรือตัวแทนรายประเด็น เช่น ผู้มีความหลากหลายทางเพศ ชาติพันธุ์ หรือแรงงาน ร่วมด้วยนั้น สามารถทดแทนได้โดยการกำหนดให้ ส.ส.ร. ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนแต่งตั้งผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางเข้ามาทำงานสนับสนุน โดยใช้กลไกตั้ง “คณะยกร่าง” หรือ “อนุกรรมาธิการเฉพาะด้าน” ขึ้นมาทำงานในรายละเอียดทางเทคนิคได้

4.หลักเกณฑ์ของพ.ร.บ.ประชามติฯ ต้องไม่เป็นข้ออ้างถ่วงเวลา พระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ. 2564 มาตรา 13 กำหนดว่า ในการทำประชามติที่จะ “ผ่าน” ต้องมีผู้มาออกเสียงเกินกว่ากึ่งหนึ่งของผู้มีสิทธิทั้งหมด ทำให้มีข้อเสนอว่าควรจะแก้ไขหลักเกณฑ์นี้เสียก่อน เพื่อไม่ให้ประชามติตกไปเพราะคนนอนหลับทับสิทธิ์อยู่ที่บ้าน

อย่างไรก็ดี แม้หลักเกณฑ์นี้จะเป็นปัญหาจริง แต่ก็ไม่ควรนำมาเป็นข้ออ้างในการยืดเวลาของกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ออกไป เนื่องจากกระแสสังคมในปัจจุบันประชาชนตื่นตัวเรื่องการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่เป็นทุนเดิม หากจัดทำประชามติโดยตั้งคำถามเปิดกว้างที่ประชาชนเห็นด้วย ก็ไม่เป็นเรื่องยากที่ประชาชนจำนวนมากจะออกมาใช้สิทธิลงคะแนน แต่หากคำถามประชามติมีปัญหา ก็อาจจะส่งผลให้สัดส่วนผู้มาใช้สิทธิน้อยลงจากประชาชนที่ไม่เห็นด้วยกับคำถามประชามติ

หลังจากการให้ความเห็น กลุ่มประชาชนร่างรัฐธรรมนูญก็ได้นำความเห็นจากประชาชนเรื่องคำถามประชามติที่รวบรวมมาในเวลาหนึ่งสัปดาห์ก่อนหน้านี้ จากประชาชนที่ร่วมกันแสดงความเห็นมากกว่า 500  คน มอบให้กับคณะอนุกรรมการฯ เพื่อให้นำไปพิจารณาด้วย

ย้อนอ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง