หน้าแรก การเมือง อาจารย์ มธ. ห...

อาจารย์ มธ. ห่วงเจนใหม่ แนะรัฐ ‘เซ็ตให้เคลียร์’ ปมสอบ ขรก. ถาม‘ปวศ.ชาติ’

17.11.23 | 16:17 น.

เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน สืบเนื่องกรณี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในการประชุมมอบนโยบายแก่ผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ โดยมอบโยบาย 4 กระทรวง สั่งเพิ่มหลักเกณฑ์รับข้าราชใหม่ เน้นดูจิตสำนึก รักชาติ มีจริยธรรม ซึ่งพล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รมว.ศึกษาธิการ เผยว่า ผู้เข้ารับราชการนอกจากจะมีความรู้ ความสามารถแล้วต้องมีความรู้ด้านประวัติศาสตร์ ขณะที่นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.แรงงาน กล่าวว่า หลังจากการลงนามความตกลงในวันนี้ จะมีการตั้งคณะทำงานขึ้นมา 1 ชุด โดยมีปลัดทั้ง 4 กระทรวงเข้ามาร่วมกันทำงาน อย่างไรก็ตาม กระทรวงแรงงานเป็นกระทรวงปลายน้ำ ซึ่งผู้ที่จำเป็นข้าราชการจะต้องมีการสอบภาค ก.พ.มาแล้ว จากนั้นก็จะต้องสอบสัมภาษณ์ ซึ่งอาจจะมีข้อสอบสัมภาษณ์ ถึงความเป็นพลเมืองไทย ว่าทราบประวัติศาสตร์ชาติไทยมากน้อยเพียงใด (อ่านข่าว เพิ่มหลักเกณฑ์รับขรก.ใหม่ เน้นดูจิตสำนึก รักชาติ มีจริยธรรม รับรองความสามารถแทนใบปริญญา)

จากประเด็นข้างต้น รศ.ดร.ดุลยภาค ปรีชารัชช รองผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการสถาบันเอเชียตะวันออกศึกษา และอาจารย์โครงการเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เปิดเผยกับ ‘มติชนออนไลน์’ ว่า กรณีดังกล่าว เกิดคำถามพื้นฐานคือ ‘สกุล’ ของการศึกษาประวัติศาสตร์ว่าจะเป็นแนวไหน สายใด

“ถ้าอยากให้ข้าราชการมีความรู้ด้านประวัติศาสตร์ชาตินิยม เยาวชนหนุ่มสาวคนรุ่นใหม่ที่สมัครข้าราชการก็อาจจะไม่แม่นยำในประวัติศาสตร์สกุลนี้ อาจทำให้พลาดโอกาส ทั้งที่มีความสามารถด้านอื่นๆที่โดดเด่นในการเป็นข้าราชการที่มีประสิทธิภาพ

ผมว่าต้องเซ็ตให้เคลียร์ก่อนว่า เรื่องเล่า หรือชุดความรู้ทางประวัติศาสตร์จะเน้นไปทางด้านไหน คือถ้าเน้นประวัติศาสตร์รัฐชาติ ชาตินิยม มันก็จะเป็นแบบหนึ่ง หรือว่าจะเป็นประวัติศาสตร์อีกกระแสหนึ่ง คือเชิงวิพากษ์

แต่ถ้าเป็นประวัติศาสตร์เชิงวิพากษ์ หลายอย่างมันก็อาจจะหมิ่นเหม่กับข้อกฎหมาย และรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นโครงร่างสำคัญที่ห่อหุ้มระบบราชการไทยเอาไว้ด้วยอีกทีหนึ่ง จึงมีทั้งจุดเด่น จุดด้อย โอกาสและความท้าทายที่ยังต้องดีเบตอีกเยอะ

Advertisement

คำถามสำคัญคือ ในใจตอนนี้ท่านอยากเซ็ตคำถามประมาณไหน หรือให้อธิบายประวัติศาสตร์ชาติไทยในแง่มุมไหน เป็นแบบรัฐราชการรวมศูนย์หรือไม่ ถ้าเป็นเช่นนั้น การถกเถียงในประเด็นการกระจายอำนาจ เขตปกครองพิเศษ อัตลักษณ์ชาติพันธุ์กับการเมือง ก็จะถูกตีตกไป ทั้งที่ถือเป็นประเด็นดีเบตสำคัญในประเทศต่างๆรอบโลก” รศ.ดร.ดุลยภาคกล่าว

รศ.ดร.ดุลยภาคกล่าวต่อไปว่า โดยทั่วไป การสอบข้าราชการจะมีแบบทดสอบที่แล้วแต่การดีไซน์ แต่ถ้าไปให้มีความรู้ทางประวัติศาสตร์ แล้วจำเป็นต้องเน้นประวัติศาสตร์ชาติ แน่นอนว่า คนที่อยากเป็นข้าราชการต้องรู้ว่าเป็น requirement ขั้นพื้นฐานที่ต้องรู้ ไม่ว่าจะชอบหรือไม่ แต่มันเป็น commitment ที่ต้องทำเพื่อเข้าไปสู่การบรรจุได้สำเร็จ อาจจะทำประวัติศาสตร์ชาติกลับมาสำคัญอีกครั้งหนึ่ง อย่างไรก็ตาม คำถามที่น่าสนใจคือ ถ้าพิจารณากระแสในโลกออนไลน์ ในการรับรู้ของสังคมทั่วไป มันเป็นประวัติศาสตร์กระแสเก่าไปแล้ว ไม่น่าจะครองอำนาจนำ เพราะมีประวัติศาสตร์เชิงวิพากษ์เกิดขึ้น

“เราเห็นสื่อสิ่งพิมพ์ เช่น งานของสำนักพิมพ์ฟ้าเดียวกัน และอื่นๆ มียอดซื้อมากมายเหลือเกิน เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็กลายเป็นอีกขั้วหนึ่งที่มีอำนาจเหมือนกัน หากพรรคก้าวไกลจัดตั้งรัฐบาลได้ ถ้าจะเอาวิชาประวัติศาสตร์มาวัดความรู้สอบข้าราชการ จะเป็นประวัติศาสตร์แนววิพากษ์ แต่รัฐบาลปัจจุบัน ของคุณเศรษฐา ทวีสิน คิดว่าน่าจะเป็นประวัติศาสตร์ที่ยังคงมีพลังของการสร้างความสามัคคีของคนในชาติ หรืออนุรักษนิยมอยู่ เรื่องเล่าจะเป็นอีกแบบหนึ่ง

งานนิพนธ์ที่ต้องไปอ่านก็จะเป็นอีกแบบหนึ่ง คือ ต้องไปอ่านงานของสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ จากน้ำหนักในไทม์ไลน์ อาจจะเป็นประวัติศาสตร์ของราชอาณาจักรกรุงศรีอยุธยา ธนบุรี รัตนโกสินทร์ตอนต้น ที่มีกิจการสงครามกับพม่า แต่ถ้าเป็นประวัติศาสตร์แนววิพากษ์ก็จะเป็นแบบ 2475 คณะราษฎร ไล่ลงมา มันจะมีจุดเน้นของไทม์ไลน์ที่แตกต่างกัน” รศ.ดร.ดุลยภาคกล่าว