นายกฯขอบคุณ ‘เจ้าสัวธนินท์’ หนุนเงินดิจิทัล รับ ‘สมุดปกขาว’ หอการค้า อัพ 10 จังหวัดขึ้นเมืองหลัก

นายกฯย้ำ ศก.วิกฤต แจก ‘1 หมื่น’ จำเป็น ขอบคุณเจ้าสัวธนินท์หนุน รับ ‘สมุดปกขาว’ หอการค้า อัพ 10 จังหวัดขึ้นเมืองหลัก

เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทคบางนา นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยตอนหนึ่งในการกล่าวปาฐกถาพิเศษในงานสัมมนาหอการค้าทั่วประเทศ ครั้งที่ 41 ในโอกาสครบรอบ 90 ปี หอการค้าไทยว่า เรื่องแรกดิจิทัลวอลเล็ตมีทั้งคนที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย แต่จริงๆ แล้วปัจจัยหลักเหลือแค่เร่งด่วนจำเป็นหรือไม่ วิกฤตหรือไม่ มีบางคนเห็นว่าไม่เร่งด่วน ไม่จำเป็น ไม่วิกฤต แต่รัฐบาลนี้เห็นว่าเป็นเรื่องที่จำเป็นและเร่งด่วน และสภาพเศรษฐกิจอยู่ในสภาวะวิกฤต

นายกฯกล่าวว่า หากบอกว่าวิกฤตจีดีพีต้องติดลบก็พูดถูก แต่เราไม่ได้อยู่คนเดียวในโลก เราอยู่บนโลกของการแข่งขันที่สูงมาก ย้อนกลับไปดูจีดีพีของประเทศคู่แข่งของเราโดยเฉพาะเวียดนาม อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ ตัวเลขการขยายตัวของเศรษฐกิจของประเทศเหล่านี้เท่าไหร่ในปีที่ผ่านมา เมื่อเปรียบเทียบกับเรา แต่เชื่อว่าสามารถไปได้อีก 9 ปี 10 ปีที่ผ่านมาตัวเลขเฉลี่ยของไทยต่ำกว่า 2% อยู่ที่ 1.8 จึงเป็นหน้าที่ของรัฐบาลนี้ที่อาสาเข้ามาแก้ปัญหาแล้วต้องทำให้ได้ สองเดือนที่ผ่านมาจัดการไปแล้วพักหนี้เกษตรกร ลดค่าไฟ ค่าน้ำมัน รวมไปถึงวีซ่าฟรี ให้กับหลายประเทศ ถือเป็นมาตรการเร่งด่วนที่เราดำเนินการ

นายกฯกล่าวต่อว่า รัฐบาลนี้รัฐมนตรีทุกท่านทำงานหนักลงรายละเอียดทุกเม็ดเพื่อก่อให้เกิดผลทางเศรษฐกิจดิจิทัล ยืนยันเวทีวันนี้ไม่ได้เป็นการโน้มน้าว พร้อมยืนยันหลังจากไปประชุมเอเปคทุกประเทศอยากมาลงทุนในไทย แม้จะเป็นประเทศเล็กแต่ก็มีเอกราชและมีจุดยืนการค้าขายมาตลอด และหลังจากตนไปหลายประเทศทั้งอาเซียนและสหรัฐอเมริกา เป็นที่ประจักษ์ว่าประเทศไทยเป็นที่ต้องการของชาวโลก ทุกคนอยากมาลงทุนในไทย หรืออย่างน้อยก็มีไทยเป็นตัวเลือก พร้อมย้ำว่าการเดินทางไปต่างประเทศ ประเทศไทยไม่ได้ฝักใฝ่ฝ่ายใด แต่มาเพื่อค้าขาย มีมาตรการต่างๆ มากมายรองรับนักลงทุน เช่น มาตรการด้านภาษี แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เรื่องของ FTA ไทยเจรจาเรื่องนี้น้อยมาก ยังคงล้าหลังอยู่ ดังนั้นเรื่องนี้จะเป็นอีกหนึ่งประเด็นหลักจะเดินหน้าเรื่องนี้กับนานาประเทศ

Advertisement

“ลมปากอย่างเดียวไม่สามารถดึงดูดให้นักลงทุนมาลงทุนได้ แต่ต้องเดินทางไปพูดคุยและเจรจาและทุกฝ่ายต้องช่วยกัน แม้หลายคนอาจจะมองว่าการไปประชุมเอเปค ไทยประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูง แต่ผมไม่มองอย่างนั้น ไทยสามารถก้าวไปได้อีก ขณะเดียวกันรัฐบาลก็สนับสนุนเรื่องของการท่องเที่ยวเมืองรองด้วย แต่จะทำแบบนั้นได้ต้องอาศัยหลายปัจจัย รัฐบาลจึงต้องลงทุน โดยเฉพาะเรื่องคมนาคม ขยายสนามบินในพื้นที่เมืองรอง อยากให้เอกชนเสนอว่าต้องการการสนับสนุนอะไรจากรัฐบาล ยืนยัน การพัฒนาเมืองรองเป็นนโยบายหลักของรัฐบาลนี้จะทำให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้” นายกฯกล่าว

นายเศรษฐากล่าวว่า ช่วงกลางเดือนหน้าจะเดินทางไปญี่ปุ่นเพื่อเข้าร่วมประชุมอาเซียน-ญี่ปุ่น พูดอย่างไม่อายว่าเราเป็นหนี้บุญคุณญี่ปุ่นอยู่ เพราะตลอด 50 ปี ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีฐานผลิตอยู่ในไทยมากที่สุดประเทศหนึ่ง ดังนั้น การเดินทางไปครั้งนี้ก็จะไปแสดงความพร้อมของไทยและจะสนับสนุนในทุกด้านสำหรับการลงทุนในไทยของญี่ปุ่น รวมถึงการอำนวยความสะดวกเรื่องวีซ่าฟรีให้กับนักธุรกิจญี่ปุ่น และยินดีที่จะนำนักลงทุนของไทย ร่วมคณะไปกับรัฐบาล ในการเดินทางเยือนต่างประเทศเพื่อพบกับนักธุรกิจในประเทศนั้นๆ ประเทศไทยเปิดแล้วพวกท่านพร้อมไหมครับ ถ้าพร้อมแล้วไปด้วยกันครับ

นายเศรษฐาให้สัมภาษณ์ถึงกรณี นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโสเครือเจริญโภคภัณฑ์ สนับสนุนโครงการดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท ว่าพร้อมรับฟังความเห็นต่าง ขอบคุณนายธนินท์ที่ให้การสนับสนุน ต้องไปดูว่าความจริงแล้วประเทศต้องการการกระตุ้นเศรษฐกิจ นโยบายหลักของเราไม่ว่าจะเรื่องการลดค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่ได้ทำมาแล้ว การสนับสนุนการท่องเที่ยว จะส่งผลในระยะสั้นและระยะยาวด้วย รวมทั้งการย้ายถิ่นฐานการผลิตของบริษัทต่างๆ กว่าจะตอกเสาเข็ม มีสินค้าออกไป ต้องใช้เวลาหลายปี

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีคนไม่เห็นด้วยกับการกู้เงินมาใช้ในโครงการ เพราะมองว่าเศรษฐกิจยังสามารถเจริญเติบโตได้อยู่ ไม่ได้อยู่ในช่วงวิกฤตถึงขนาดจำเป็นต้องกู้เงินมา นายเศรษฐากล่าวว่า รับฟัง รับทราบ อย่างที่พูดมาตลอดเวลาว่ามีประเด็นเดียวคือวิกฤตและจำเป็นหรือเปล่า แต่ถือว่าวิกฤต แต่ถ้าท่านบอกว่าวิกฤตคือจีดีพีต้องติดลบ อันนั้นก็เป็นวิกฤต แต่ถ้ามองดูว่า 10 ปีที่ผ่านมาเศรษฐกิจเราโตแค่เพียง 1.8% คู่แข่งของเรายังเป็นฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ต้องไปดูว่าเขาขยายตัวเท่าไหร่

นายกฯระบุว่า ท่านไปดูตัวเลขย้อนหลังออกมาแล้วกัน ความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนเป็นอย่างไรบ้าง ค่าแรงขึ้นไม่ได้ ค่าแรงขั้นต่ำขึ้นไม่ได้ เพราะธุรกิจรายได้ไม่ขยายตัวขนาดนั้น รายได้ขั้นต่ำอยู่ที่ 300-337 บาท ต่ำมาก แต่ก็เห็นใจผู้ประกอบการ ทั้งรายกลางและรายย่อยว่าไม่สามารถขึ้นค่าแรงได้ เพราะมีหลายๆ เหตุผล กว่า FTA จะเจรจาเสร็จ ใช้เวลา 1-2 ปี และกว่าเขาจะมาตั้งโรงงานได้ต้องใช้เวลาพอสมควร กว่านโยบายหลายๆ นโยบายจะประสบความสำเร็จได้ก็ต้องใช้เวลา และระหว่างนี้เราจะทำอย่างไร ต้องฝากไว้ด้วย

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image