‘ประชาชาติ’ เรียกร้องยุติเอาผิด ‘ยุยงปลุกปั่น’ 9 นักกิจกรรม ยันแต่งชุดมลายูรักษาอัตลักษณ์

11.01.24 | 17:16 น.

‘ประชาชาติ’ ออกแถลงการณ์เรียกร้องยุติดำเนินคดีกับนักกิจกรรม 9 คน กรณีแต่งกายชุดมลายู ชี้แค่แสดงพลังรักษาอัตลักษณ์ วัฒนธรรมท้องถิ่น

เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 11 มกราคม ที่รัฐสภา นายซูการ์โน มะทา เลขานุการพรรคประชาชาติ พร้อมด้วยนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ โฆษกพรรคประชาชาติ และคณะ ร่วมกันแถลงว่า พรรคประชาชาติออกแถลงการณ์ ขอเรียกร้องเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทบทวนการดำเนินคดีกับกลุ่มนักกิจกรรม จำนวน 9 คน กรณีแต่งกายชุดมลายูเพื่อจัดกิจกรรมแสดงอัตลักษณ์ ส่งเสริมและอนุรักษ์วัฒนธรรมการแต่งกายท้องถิ่น ซึ่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจ อ.สายบุรี จ.ปัตตานี ได้มีหมายเรียกให้ไปพบเพื่อรับทราบข้อกล่าวหา 2 ข้อ คือ1.ข้อหายุยงปลุกปั่น มีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี และ 2.ข้อหาอั้งยี่ซ่องโจร มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งนักกิจกรรมทั้ง 9 คนไปรับทราบข้อกล่าวหาแล้วตามหมายเรียกเมื่อวันที่ 9 ม.ค. ซึ่งพรรคประชาชาติไม่เห็นด้วยกับแนวทางการแจ้งความดำเนินคดีอาญากับนักกิจกรรมดังกล่าว

เท่าที่พรรคประชาชาติได้ติดตามข้อเท็จจริงกับพฤติการณ์ที่เป็นที่มาของการแจ้งข้อกล่าวหา ก่อนนี้ก็เคยมีการรวมตัวเพื่อแสดงพลังในการรักษาอัตลักษณ์ ส่งเสริมและอนุรักษ์วัฒนธรรมการแต่งกายท้องถิ่นมาตั้งแต่ ปี พ.ศ.2560 เป็นประจำทุกปี และหยุดการทำกิจกรรมมาหลายปีช่วงที่มีสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 เมื่อสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย จึงได้มีการจัดกิจกรรมเมื่อปี พ.ศ.2565 โดยรูปแบบการดำเนินกิจกรรมหาได้มีการปลุกปั่น เพื่อให้เกิดความกระด้างกระเดื่องต่ออำนาจรัฐแต่อย่างใด จึงไม่อาจถือได้ว่าเป็นการรวมตัวเพื่อการกระทำการอันมิชอบด้วยกฎหมายตามที่ถูกแจ้งข้อกล่าวหาแต่อย่างใด

การดำเนินคดีอาญาต่อนักกิจกรรมดังกล่าว พรรคประชาชาติถือว่าเป็นการปิดกั้นสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกของประชาชน และก่อให้เกิดเงื่อนไขอันเป็นต้นเหตุของปัญหาความขัดแย้งในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างไม่จบสิ้น ไม่สอดคล้องกับกระบวนการสันติภาพตามที่รัฐบาลโดยนายกรัฐมนตรีได้มีคำสั่ง ที่ 344/66 เพื่อแต่งตั้งคณะพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ เมื่อวันที่ 27 พ.ย.2566

Advertisement

พรรคประชาชาติจึงขอเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการแจ้งความดำเนินคดีได้พิจารณาทบทวนยุติการดำเนินคดี เพื่อให้เกิดการสร้างบรรยากาศที่ดี สอดคล้องกับแนวนโยบายของรัฐ และนายกรัฐมนตรีที่มีนโยบายการขับเคลื่อนกระบวนการพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ ตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บนพื้นฐานของความจริงใจ สมัครใจ และให้เกียรติ เพื่อให้ปัญหาความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้รับการแก้ไขจนเกิดความสงบสันติสุขอย่างยั่งยืน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง