หน้าแรก การเมือง ณพลเดช หนุนยึ...

ณพลเดช หนุนยึดโมเดล ‘อธิบดีกรมการข้าว’ ดัดหลังนักร้องพ่วงรีดเงิน แนะ ‘พี่ศรี’ ยอมรับกรรม

28.01.24 | 23:04 น.

ณพลเดช หนุนยึดโมเดล ‘อธิบดีกรมการข้าว’ ดัดหลังนักร้องพ่วงรีดเงิน แนะ ‘พี่ศรี’ ยอมรับกรรม

เมื่อวันที่ 28 มกราคม นายณพลเดช มณีลังกา ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและที่ปรึกษาประจำคณะกรรมาธิการการศาสนาศิลปะและวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า ผมก็เป็นคนหนึ่งครับที่ถูกพี่สีร้องเรียนแบบไร้สาระ แต่สร้างความวุ่นวายและความเสื่อมเสียให้กับตัวกระผมอย่างมาก ตอนนั้นพี่สีไปร้อง กกต.ในช่วงกำลังเลือกตั้งเกือบโดน กกต.แขวน แต่ก็ต่อสู้และต้องเอาเอกสาร หลักฐานไปชี้แจงต่อ กกต. กว่าจะชนะและรอดพ้นมลทินในชั้น กกต. ผมต้องต่อสู้เสียเวลาไปชี้แจงต่อกรรมการและใช้เวลาหลายเดือน..กว่าจะชนะ เมื่อชนะแล้วเรื่องมันก็เงียบไปแล้ว เรื่องนี้ผมได้ไปร้องความเสียหายต่อพี่สีที่สถานีตำรวจ (ซึ่งก็ยังอยู่ในกระบวนการ)

ตอนนั้นจำได้ว่าผมลงเลือกตั้งคะแนนโพลนำโด่ง มีน้องในทีมหาเสียงคาบข่าวมาบอก น้องบอกว่าคู่แข่งจะใช้วิธีสกปรกโดยให้จ้างพี่สีตั้งเรื่องร้องเรียน ตอนแรกผมก็ไม่ได้สนใจแต่เหนือความคาดหมาย คู่แข่งเขาเล่นด้วยวิธีสกปรก ใช้การร้องเรียนให้เสียชื่อเสียงในโค้งสุดท้ายอาทิตย์สุดท้ายของการเลือกตั้ง ซึ่งก็ได้ผลจริง ซึ่งเรากลับไปกู้สถานการณ์ไม่ทันแล้วจริงๆ เพื่อนอีกคนในพรรคนั้นหนักครับ โดนพี่สีร้อง จนถูก กกต. แขวน เขาเสียทั้งชื่อเสียงรวมทั้งพรรคก็เสียไปด้วย

จริงๆ ผมกับพี่สี ส่วนตัวเคยรู้จักกัน และอยู่ด้วยกันในกลุ่มไลน์นักข่าวหลายกลุ่ม (ด้วยอดีตผมเป็นโฆษกพรรคมาก่อน) วิธีการพี่สีจะแตกต่างกับนักร้องเรียนคนอื่นๆ ต้องเรียกว่าทำงานแบบนักร้องเรียนมืออาชีพก็ว่าได้ ขั้นตอนทำงานก็คือ

1.รวบรวมประเด็นทำข่าว
2.เขียนหมายข่าว กำหนดวันเวลาสถานที่ที่จะร้อง (แจ้งนักข่าว)
3.พิมพ์เนื้อข่าว (Press release) พร้อมรูปชี้นิ้ว เพื่อแจกนักข่าว
4.ส่งข่าวที่พิมพ์แล้วในกลุ่มไลน์นักข่าว หลายๆ กลุ่มเพื่อทำข่าว
5.แชร์ข่าวให้มากที่สุด

Advertisement

สิ่งที่ได้ผลคือ การสร้างประเด็นในหน้าข่าว และประเด็นที่จะสร้างเป็นประเด็นที่สังคมและการข่าวให้ความสนใจ ทำให้พี่สีสร้างชื่อเสียงและเรียกนักข่าวได้เร็ว

แน่นอนจากอาชีพที่ไม่เห็นจะมีอาชีพ จึงเกิดอาชีพที่เหนือความคาดหมายเกิดขึ้นคืออาชีพ “นักร้อง” หากดูยอดจากการร้องเรียนมูลค่าไปแตะหมื่นล้านเลยนะครับ ถ้าจะเรียกเก็บสัก 1% มันหมายถึงตัวเลข 100 ล้านบาทเลยนะครับ

ดังนั้น การแก้เผ็ดกลุ่มนักร้องพวกนี้ แก้เผ็ดในแบบอธิบดีกรมการข้าวนี่ถูกต้องแล้วครับ ถ้าไปดูพี่เสรี (พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์) ถ้าใครมาร้องท่าน ท่านก็สวนกลับทุกครั้ง พวกนักร้องพวกนี้ถึงจะกลัวครับ ผมว่าไม่ควรให้นักร้องพวกนี้มีที่ยืนในสังคมต่อไปนะครับ มันสร้างความเสียหายให้กับประเทศมากกว่าผลที่จะได้ หากใครที่เคยถูกร้องต้องออกมาแฉนะครับ พร้อมกันกับดำเนินคดีกับผู้ร้องไปด้วยจึงจะดีครับ

อีกมุมหนึ่งเห็นพี่สีเพิ่งลาสิกขา จากการบวชเป็นพระ แต่โต้ว่าถูกใส่ร้าย ทั้งๆ ที่หลักฐานมัดแน่นขนาดนั้น บาปกรรมแท้ๆ ครับ ถ้าไม่สงสารพระอุปัชฌาย์ที่ท่านบวชให้ ก็ส่งสารพุทธศาสนาบ้างก็ยังดีนะครับ

รีบยอมรับเถอะครับ แล้วประกอบสัมมาอาชีพก่อนกรรมตามทันเร็วกว่าจรวดครับ พี่สี

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง