หน้าแรก การเมือง เศรษฐา ถกแก้ ...

เศรษฐา ถกแก้ PM 2.5 ชี้ อย่าหวังพึ่งฟ้าฝน ปัญหาฝุ่น ต้องเร่งบูรณาการแก้ที่ต้นเหตุ 

15.02.24 | 12:58 น.

นายกฯ รุดกระทรวงทรัพย์ฯ ดูสภาพ ปัญหาฝุ่นละออง ‘จี้’ เร่งทำงานบูรณาการแก้ที่ต้นเหตุ อย่าหวังพึ่งฟ้าฝนเพียงอย่างเดียว ปัญหาวันนี้ต้องแก้วันนีั ‘เผย’ บ่ายวันนี้นัดประชุม ‘มท.-ทส.-ผบ.ทบ.’ ถกแก้ปัญหา PM2.5 เชื่อปัญหามาจากไอเสียรถยนต์ ยกเชียงใหม่โมเดลจังหวัดอื่นทำตาม

เมื่อเวลา 10.55 น. วันที่ 15 กุมภาพันธ์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมคณะกรรมการจัดการประชุมใหญ่สามัญของสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ ครั้งที่ 74 (74th FIFA Congress 2024) ที่ทำเนียบรัฐบาล
นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เดินทางมายังกรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นศูนย์ข้อมูลรายงานคุณภาพอากาศประเทศ เพื่อติดตามปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก หรือ PM2.5 หลังวันนี้หลายพื้นที่สถานการณ์ฝุ่นเป็นสีแดงซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพ และกรุงเทพมหานครได้ขอความร่วมมือให้ประชาชนเวิร์กฟอร์มโฮมเพื่อลดผลกระทบต่อสุขภาพ โดยมีนายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รอรายงานสถานการณ์ เนื่องจากพลตำรวจเอกพัชรวาท วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อยู่ระหว่างการตอบกระทู้สดที่สภาผู้แทนราษฎร

เมื่อนายกรัฐมนตรีมาถึงได้ตรวจดูสถานการณ์ภาพรวมทั่วประเทศจาก Heat Map หรือ แผนภาพความร้อน และรับฟังรายงานจากเจ้าหน้าที่ ซึ่งภาพรวมทั่วประเทศถือว่าดีถือว่าดี แต่นายกรัฐมนตรีอยากให้ทุกหน่วยงานเพิ่มความเข้มข้นในการบูรณาการทำงานร่วมกัน ต้องชื่นชมอย่างที่ตนได้ลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่มาหลายครั้งต้องชื่นชม จึงอยากให้เชียงใหม่เป็นโมเดลให้กับพื้นที่อื่นๆ ซึ่งนอกจากปัญหาในประเทศแล้วยังมีปัญหาจากประเทศเพื่อนบ้านด้วย ซึ่งปัจจุบันในส่วนของกัมพูชาสถานการณ์ดีขึ้น เนื่องจากหมดฤดูกาลเผา แต่ก็ยังต้องเฝ้าระวังเพราะยังมีการทำการเกษตรต่อ แต่ที่น่าเป็นห่วงขณะนี้คือจากฝั่งลาวและเมียนมา ซึ่งทางกระทรวงการต่างประเทศได้ประสานความร่วมมืออยู่

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่รายงานว่าสถานการณ์จุดความร้อนขณะนี้ที่จังหวัดกาญจนบุรีถือว่ามีความน่าเป็นห่วง ซึ่งสถานการณ์ที่เป็นอยู่ขณะนี้ส่วนหนึ่งมาจากทิศทางลมที่พัดเข้ามาในประเทศไทยแต่หลังจากนี้อีก 2-3 วันทิศทางลมจะเปลี่ยนไป

Advertisement

นายกรัฐมนตรีจึงระบุว่า เราจะหวังพึ่งฟ้าฝนเพียงอย่างเดียวไม่ได้ หากบริหารจัดการส่วนไหนได้ควรที่จะเร่งทำก่อน อย่าให้พี่น้องประชาชนฝากผีฝากไข้ไว้กับลมฟ้าอากาศ ทำได้ตรงไหนต้องทำไปก่อนเพราะสถานการณ์วันนี้ไม่ดี

นอกจากนี้นายกรัฐมนตรียังสั่งการด้วยว่า วันนี้ตัวเลขต่างๆ ออกมาเขียนได้ชัดเจน ตนอยากให้มีการรวบรวมข้อมูล ว่าหากเกิดอะไรขึ้นกระทรวงการต่างประเทศจะต้องติดต่อกับใคร เช่น เมียนมา กัมพูชา ลาว จะต้องติดต่อใคร อย่างเช่น เหตุการณ์วันนี้ที่กาญจนบุรี ผบ.มณฑลทหารบกที่ 9 ควรจะต้องติดต่อใครเพราะท่านทราบอยู่แล้วว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญขึ้นมาและให้ความมั่นใจว่าหากเกิดปัญหาอะไรขึ้นมาขอให้บอกจะสั่งการให้

และวันนี้ตนจะสั่งการไปยังปลัดกระทรวงมหาดไทยให้สั่งการไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ ให้ดำเนินการในลักษณะเดียวกัน ส่วนระยะยาวจะต้องเร่งดำเนินการให้องค์ความรู้กับเกษตรกร หรือในพื้นที่ กทม. ปัญหาหนึ่งในสามเกิดจากปัญหาควันจากรถยนต์ ขณะนี้การแก้ปัญหาระยะสั้น กทม. ให้เวิร์กฟอร์มโฮม ส่วนระยะยาวอาจจะต้องมีการย้ายสถานที่ โดยเฉพาะที่ที่มีการปล่อยอากาศเสียออกมา

จากนั้น เมื่อเวลา 11.12 น. วันที่ 15 ก.พ. กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายเศรษฐาให้สัมภาษณ์ภายหลัง ติดตามสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ว่า วันนี้มาที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อมาดูปัญหาฝุ่น PM2.5 ซึ่งสื่อมวลชนก็เห็นอยู่แล้วว่า ได้มีการพูดคุยกัน ว่าปัญหาที่เกิดขึ้นจุดฮอตสปอตจุดความร้อนอยู่ที่ไหนบ้าง ซึ่งเราก็เห็นอยู่แล้วว่ามาจากจังหวัดกาญจนบุรีค่อนข้างเยอะ

โดยในวันเดียวกันนี้เวลา 13.30 น. ตนนัดประชุมร่วมกับ รมว.มหาดไทย ปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) เพื่อพูดคุยกันว่าเราจะทำอย่างไร เพราะดูจากแผนภูมิแล้ว ในช่วงนี้จังหวัดเชียงใหม่จะต้องมี PM2.5 สูงมาก แต่วันนี้กลับเป็นสีเหลือง ซึ่งถือเป็นเรื่องที่น่ายินดี ซึ่งสื่อมวลชนคงจะทราบแล้ว เพราะตนลงพื้นที่ จ.เชียงใหม่ 3 ครั้งแล้ว และ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ท่านบริหารจัดการเรื่องนี้ได้อย่างดีมาก ทำให้ผลออกมาดูดี ซึ่งเราอยากจะทำจ.เชียงใหม่โมเดลไปในทุกจังหวัด ซึ่งในระยะสั้นทางกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกรุงเทพมหานคร มีการประกาศให้ work from home บางส่วน

นายกฯ กล่าวว่า ส่วนเรื่องระยะสั้นจะมีการลงพื้นที่ให้ผู้ว่าราชการจังหวัด ประสานฝ่ายความมั่นคง ให้ทำเรื่องนี้ให้ดี ซึ่งกระทรวงทรัพย์ก็มีข้อมูลที่ดีและถ้าตรงไหนมีจุดฮอตสปอต ก็ต้องมีการสั่งการที่ชัดเจน ว่าขั้นตอนต่อไปเป็นอย่างไรและมีฮอตไลน์ประสานงานกับกระทรวงการต่างประเทศ ที่ต้องเกี่ยวข้องกับประเทศกัมพูชา ลาว และเมียนมา เพราะตรงนั้นมีตัวเลขการเผาเยอะมาก

“ฉะนั้นทุกฝ่าย ต้องพูดคุยกันให้ได้ ไม่ใช่บอกว่า อีก 3 วันทิศทางลมจะดีขึ้น แล้วเราจะดีขึ้น เราไม่ได้พูดถึงอีก 3 วันเราพูดถึงวันนี้ ถ้าวันนี้ตอนเช้าไม่ดี เราก็ต้องบอก เพราะว่าเราต้องอยู่กับมัน ฉะนั้นก็ต้องแก้ไขกันไปจะมาคอยไปอีก 3-4 วัน ค่อยให้ทิศทางมันดีขึ้น และหวังว่าลมฟ้าอากาศจะมาช่วยมันไม่ใช่วิธีบริหารจัดการปัญหาที่ถูกต้อง

วันนี้มากระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมครั้งแรก เพราะทราบอยู่ว่าเป็นเรื่องสำคัญและเรื่องใหญ่ ส่วนเรื่องในระยะยาวต้องมาพูดคุยกันว่า เรื่องการจำกัดรถยนต์ที่มีไอเสีย หรือรถที่มีเครื่องยนต์ดีเซลจะทำอย่างไร มาตรการสนับสนุน เรื่องของการเปลี่ยนให้ไปใช้รถอีวี ก็มีความสำคัญ และวันนี้กรุงเทพฯมีจุดความร้อนเยอะมากและเราก็ทราบดีว่าสาเหตุเกิดจากควันพิษของรถยนต์ ซึ่งตรงนี้จะต้องมีการพูดคุยกันในระยะยาว ซึ่งนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเคยพูดถึงการย้ายคลองเตยออกไป ก็อาจจะเป็นเรื่องหนึ่งที่ต้องพูดคุยกัน ในการแก้ไขปัญหาระยะยาว” นายกฯ กล่าว

เมื่อถามว่าปัญหาระยะสั้นของ กทม. ที่เป็นปัญหาหนักในขณะนี้ จะสามารถทำอย่างไรได้บ้าง นายกฯ กล่าวว่า ผู้ว่า กทม.มีอำนาจให้ work from home ซึ่งหน่วยงานราชการตนก็สนับสนุน ว่าแล้วแต่กระทรวง เพราะกระทรวงมีอำนาจ บริหารจัดการได้อย่างเต็มที่ ซึ่งการหยุดหรือรับงานก่อสร้างก็เป็นเรื่องหนึ่ง แต่ตนเชื่อว่า 25% มาจากไอเสียรถยนต์ ซึ่งเราคอนโทรลตรงนี้ได้ แต่ความจริงแล้ว เราควรไปดูที่ต้นเหตุมากกว่า คือการเผาวัชพืชในจังหวัดต่างๆซึ่งขึ้นอยู่กับทิศทางลม

เมื่อถามต่อว่าจะมีการเชิญชวนประชาชนมาใช้รถยนต์สาธารณะ มากขึ้นหรือไม่ นายเศรษฐากล่าวว่า ก็เป็นข้อคิดที่ดีคงจะมีการเชิญชวน

เมื่อถามย้ำว่าจะมีการลดค่าเดินทางของรถโดยสารสาธารณะเพื่อเป็นแรงจูงใจหรือไม่ นายเศรษฐากล่าวว่า ก็คงจะมีการพูดคุยกับผู้ให้บริการ ในการลดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง เพื่อให้ทุกท่านเดินทางได้อย่างสะดวก ในราคาที่เข้าถึงได้

เมื่อถามว่าโมเดลจังหวัดเชียงใหม่จะ ถูกนำไปใช้ในพื้นที่อื่นหรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ได้แน่นอน ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ประสานงานกับกระทรวงทรัพย์และฝ่ายความมั่นคง องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.)และ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ทุกคนมีการพูดคุยที่ดีตลอดเวลา มันไม่ได้เริ่ม ตั้งแต่ห้ามเผาแต่มันเริ่มตั้งแต่ เก็บเศษใบไม้และให้องค์ความรู้กับเกษตรกร โดยฝ่ายความมั่นคงได้จัดยุทโธปกรณ์ที่ไม่ได้ใช้มาขนส่งเศษวัชพืชไปโรงงานไบโอดีเซล เพื่อดำเนินการในขั้นต่อไป ซึ่งจังหวัดเชียงใหม่ทำได้ดี โดยหลายจังหวัดพยายามทำอยู่ซึ่งตนก็จะมีการพูดคุยกันอีกครั้งหนึ่ง

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง