ทอ. เร่งแก้หนี้ให้ขรก.ที่ถูกลด-อาญัติเงินเดือน อ้อนขอรับสนับสนุนจากรบ. ‘ออมสิน-กรุงไทย’ ออกมาตรการช่วย ทั้งลดดบ. ยืดชำระหนี้ถึงอายุ80ปี
เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 15 มีนาคม ในการแถลงความคืบหน้า การแก้ไขปัญหาหนี้สินเงินกู้ แก่บุคลากรภาครัฐ ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.อ. ณรงค์ อินทชาติ รองผู้บัญชาการทหารอากาศ ได้แถลงว่า หลังจากที่คณะกรรมการกำกับการแก้ไขปัญหาหนี้สินประชาชนรายย่อยได้ร่วมหารือกับกองทัพอากาศ เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ผบ.ทอ. ได้มีคำสั่งแต่งตั้ง คณะกรรมการแก้ไขปัญหาหนี้สินกำลังพลกองทัพอากาศ และกำหนดให้เป็นนโยบายเร่งด่วน โดยกำหนดแนวทางปฏิบัติให้สอดคล้องกับ 5 มาตรการหลักของรัฐบาล กองทัพอากาศได้ลงมือปฏิบัติอย่างใกล้ชิดกับคณะกรรมการ ที่มีนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง เป็นประธานและได้กำหนดนโยบายเร่งด้วนให้กำลังพลทุกคนต้องมีเงินเหลือสุทธิไม่น้อยกว่าร้อยละ30 ซึ่งสอดคล้องกับมติคณะรัฐมนตรี และประกาศกรมส่งเสริมสหกรณ์
พล.อ.อ.ณรงค์กล่าวว่า คณะกรรมการแก้ไขปัญหาหนี้สินกำลังพลกองทัพอากาศ ได้ตรวจสอบสถานภาพการรับเงินเดือนของข้าราชการพบว่า มีข้าราชการที่รับเงินเดือนต่ำกว่า 30% จำนวน 8,000 ราย ในจำนวนนี้มีข้าราชการที่ถูกอายัดเงินเดือน 53 ราย ซึ่งถือเป็นความสำคัญเร่งด่วนที่ต้องให้ความช่วยเหลือ คณะกรรมการแก้ไขปัญหาหนี้สินกำลังพลกองทัพอากาศ ได้ส่งรายชื่อข้าราชการให้แก่หัวหน้าหน่วยขึ้นตรง ดำเนินการตรวจสอบภาระหนี้สินที่มีอยู่ทั้งหมดทั้งในระบบและนอกระบบ และนำข้อมูลทั้งหมดเข้าพิจารณาในคณะกรรมการแก้ไขปัญหาหนี้สินกำลังพลกองทัพอากาศ เพื่อหาหนทางในการแก้ปัญหาหนี้สินของข้าราชการกองทัพอากาศ ให้ลดลงและหมดไป เพื่อให้ครอบครัวมีความอยู่ดีกอนดีมีความสุข โดยประสานสถาบันการเงินเพื่อจัดทำโครงการแก้ไขปัญหาหนี้สินของข้าราชการด้วยการลดอัตราดอกเบี้ย ให้รายรับของข้าราชการเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล
ทอ.ขอรัฐอุดหนุนงบแก้หนี้ขรก.
นอกจากนี้กองทัพอากาศยังมีนโยบายด้านการป้องกันการเกิดปัญหาหนี้สินโดยมีการจัดการฝึกอบรมปลูกจิตสำนึกด้านการเงินให้แก่ข้าราชการในทุกระดับ เพื่อเป็นการสร้างภูมิคุ้มกัน และป้องกันหม่ให้เกิดปัญหาหนี้สิน ปัญหาหนี้สินเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อสังคมในวงกว้าง หนี้สินที่เกิดขึ้นของข้าราชการกองทัพอากาศในส่วนใหญ่ไม่ได้กู้ยืมไปเพื่อทำธุรกิจหวังผลกำไร แต่เพื่อเป็นการหล่อเลี้ยงครอบครัว ซื้อที่อยู่อาศัย รักษาพยาบาลบุพการีหรือใช้ในยามฉุกเฉิน ดังนั้นการทำให้พวกเขาหลุดจากวงจรหนี้ทั้งในและนอกระบบ คือการที่รัฐบาลและผู้บังคับบัญชาต้องให้ความสำคัญกับระบบส่วนกลางที่ดีของข้าราชการ โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาข้าราชการที่ถูกอายัดเงินเดือน จำเป็นต้องใช้เงินจากกองทุน เพื่อเดำเนินการในเบื้องต้น ซึ่งกองทัพอากาศไม่สามารถตั้งงบประมาณเพื่อแก้ไขปัญหานี้ได้ จึงใคร่ขอรับการสนับสนุนจากรัฐบาลอีกทางหนึ่ง

ออมสินชู 3 โครงการแก้หนี้ข้าราชการ
ด้านนายวิทัย รัตนากร ผู้อำนวยการ ธนาคารออมสิน กล่าวว่า ที่ผ่านมาธนาคารออมสินได้เร่งแก้ไขหนี้ข้าราชการ ตามนโยบายของรัฐบาล และตามคำสั่งการของนายกรัฐมนตรี โครงการหลักของเราโดยโครงการแรกคือโครงการลดดอกเบี้ย โดยได้ลดดอกเบี้ยไปแล้วทั้งสิ้น 367,189ราย เป็นมูลหนี้กว่า 294,229 ล้านบาท หรือเกือบๆ 70% ของสินเชื่อข้าราชการทั้งหมด เราใช้เงินไปในโครงการลดดอกเบี้ยนี้ปีละประมาณ 3,000 ล้านบาท โครงการที่ 2 สำหรับข้าราชการที่มีประวัติหนี้เสีย (Non-Performing Loan หรือ NPL) ไม่สามารถชำระหนี้ได้แล้ว เราได้เริ่มโครงการที่เรียกว่า 4ไม่ คือไม่ฟ้องดำเนินคดี ไม่ฟ้องล้มละลาย ไม่ยึดทรัพย์ ไม่ขายทอดตลาด โดยโครงการนี้จะครบกำหนดในวันที่ 31 มี.ค.นี้ แล้วจะประเมินผลอีกครั้งหนึ่ง เพื่อที่จะกลับมาปรับโครงสร้างหนี้ได้เร็ว โดยมีข้าราชการเข้ามาดำเนินการแล้ว 24,822 ราย กว่า 8,335 ล้านบาท
โครงการที่ 3 คือให้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำกับสหกรณ์ ตามนโยบายรัฐบาล เพื่อให้สหกรณ์ของข้าราชการ และหนักงานรัฐวิสาหกิจ นำไปรีไฟแนนซ์หนี้เสีย หรือหนี้ที่มีดอกเบี้ยสูง 16-18% ด้วยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ปัจจุบันมีมาขอกู้และอนุมัติไปแล้ว 94 แห่ง กว่า 3,227 ล้านบาท และมีสหกรณ์ที่เพิ่งยื่นไว้อีก 25 แห่ง ประมาณ 2,500-3,000 ล้านบาท นอกจากนั้นยังมีโครงการย่อยอีก เช่น โครงการที่ร่วมมือกับกระทรวงสาธารณสุข เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำในกระทรวงต่างๆ เช่น สินเชื่อบ้าน สินเชื่อส่วนบุคคล เราฝากวิธีการกำกับคดีซึ่งจะใช้ปลายปีนี้ เพื่อลดความรุนแรง และยังมีการฝึกอาชีพข้าราชการเพื่อหวังว่าจะมีรายได้สูงขึ้นเพื่อแก้ปัญหาหนี้ระยะยาว
กรุงไทยขยายผ่อนชำระหนี้นานสุดถึงอายุ80ปี ช่วยกลุ่มเปราะบาง
นายผยง ศรีวณิช กรรมการบริหาร ธนาคารกรุงไทย แถลงว่า ที่ผ่านมาตามนโยบายของท่านนายกรัฐมนตรี ธนาคารกรุงไทยให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะจากมาตรการโควิดที่ผ่านมา รวมทั้งสิ้นกว่า 20,000 ล้านบาท เป็นจำนวนทั้งสิ้น 53,000 กว่าราย และเพื่อให้บรรลุเป้าหมายของนายกรัฐมนตรีในการช่วยเหลือข้าราชการลดภาระหนี้อย่างยั่งยืน และเพิ่มความสามารถในการดำรงชีพ ทางกรุงไทยได้นำเสนอมาตรการสินเชื่อรวมหนี้อย่างยั่งยืน อัตราดอกเบี้ยพิเศษคงที่ตลอดอายุสัญญา และลดอัตราการผ่อนชำระให้มีความเหมาะสมกับการดำรงชีพ โดยได้ขยายเวลาผ่อนชำระอย่างต่อเนื่องได้ยาวสุดถึง 80 ปี ให้กับข้าราชการกลุ่มเปราะบาง

โดยเฉพาะกลุ่มที่สินเชื่อOD ที่ไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ ก่อให้เกิดภาระหนี้เรื่อรัง เกินความสามารถในการชำระ รวมไปจนถึงสนับสนุนการให้ความรู้เรื่องวินัยทางการเงินต่อข้าราชการ ในขณะเดียวกันเราก็ตระหนักถึงข้อจำกัดในเชิงโครงสร้างของระบบ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องหนี้ที่อยู่ในระบบ ncb เพียง 147 สถาบันการเงิน และมีเพียงสหกรณ์ไม่กี่ราย ครอบคลุมจำนวนคนถึง 33 ล้านคน 127ล้านบัญชี ข้อจำกัดที่ 2 คือ ncb ของหนี้สหกรณ์และการลำดับการการชำระหนี้ของสถาบันการเงินต่างๆ แม้อยู่ในภายใต้หรอบสวัสดิการ ก็จะขึ้นกับช่วงเวลาที่มีMOU ส่วนข้อจำกัดที่สามการก่อหนี้เพิ่มที่ผ่านมาสามารถเห็นได้เฉพาะหนี้ที่อยู่ในระบบ ดังนั้นการดำรงไว้ซึ่งหลักการ70/30 จะสามารถดำเนินการได้เฉพาะหนี้ที่อยู่ในระบบ การมีกลไกซึ่งอัพเดทข้อมูลได้อย่างต่อเนื่อง จึงเป็นข้อจำกัดอีกหนึ่งข้อที่ต้องก้าวผ่าน
ซึ่งทางธนาคารได้ตระหนักถึงข้อจำกัดเหล่านี้จึงได้มีการร่วมมือกับหลายภาคส่วน ประกอบด้วย หน่วยงานข้าราชการต้นสังกัด สหกรณ์ กรมบัญชีกลาง รวมถึงncb รวมไปจนถึงทางกรมสหกรณ์การเกษตร ทั้งหมดนี้เพื่อให้การช่วยเหลือสำฤทธิผลในเชิงโครงสร้าง ลอดทอนอุปสรรค์ในเชิงโครงสร้างได้อย่างยั่งยืน โดยรวมหนี้ทุกประเภท รวมถึงมีแนวทางให้ลูกหนี้แสดงเจตจำนงไม่ก่อหนี้เพิ่มหรือเกินกำลัง มีระบบและกระบวนการแลกเปลี่ยนอัพเดทข้อมูลเพื่อให้ทราบถึงสภานะการเป็นหนี้องค์รวมอย่างต่อเนื่องและเป็นปัจจุบัน เพื่อให้เข้าใจกันได้ทุกภาคส่วนในลักษณะที่เชื่อมโยง
แนะรวมหนี้ทุกประเภทเป็นก้อนเดียวหวังเหลือเงินใช้เกิน30% ต่อเดือนเตรียม 5 หมื่นล.ช่วย
โดยแหล่งที่มาของรายได้ตลอดช่วงอายุวัย เพื่อให้เกิดการชำระหนี้ได้อย่างเหมาะสม ไม่ผลักดันให้ลูกหนี้หรือข้าราชการไปกู้หนี้นอกระบบ และใช้ชีวิตได้อย่างมีศักดิ์ศรีและไม่ทิ้งภาระให้กับรุ่นต่อไป การคาดการของโครงการนี้ได้วางลิมิตไว้ 50,000 ล้านบาท คาดการว่าจะช่วยข้าราชการได้ 50,000 คน โดยกรอบของการเข้าร่วมโครงการประกอบด้วย กลุ่มเปราะบาง ที่มีภาระหนี้มากจนไม่สามารถดำรงชีพขั้นพื้นฐานได้ และมีเงินเดือนเหลือน้อยกว่า30%ในแต่ละเดือน ปิดหนี้และรวมหนี้จากทุกสถาบันการเงิน รวมถึงการรวมหนี้และการร่วมมือแบบco-exist กับสหกรณ์ เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์การลดภาระหนี้อย่างยั่งยืนให้มีเงินเหลือ เกิน 30% ตลอดช่วงวัย โดยที่สามารถยังชีพได้และไม่ต้องไปพึ่งหนี้นอกระบบ แสดงเจตจำนงไม่ก่อหนี้เพิ่มหรือเกินกำลัง ระหว่างที่อยู่ในโครงการ รวมสิทธิบำนาญบำเหน็จตกทอดเพื่อให้สามารถเชื่อมโยงแหล่งของการชำระหนี้ได้อย่างต่อเนื่องหลังการเกษียณอายุราชการ
เผยที่ผ่านมาเปิดวงเงินหนุนสหกรณ์ไปแล้วถึง 1.4 แสนล.
การรวมหนี้ทุกประเภทดังกล่าว จะทำให้ข้าราชการได้ประโยชน์จากการลดภาระดอกเบี้ยในระดับที่เหมาะสมและอย่างมีนัยยะสำคัญ ผ่อนชำระได้เหมาะสมกับรายได้ที่มี โดยสามารถผ่อนแบบco-exist กับสหกรณ์ มีเงินในการดำรงชีพอย่างเหมาะสม ปัจจุบันเราได้หารือแล้วกับทางกองทัพบก กระทรวงการคลัง สหกรณ์กรมป่าไม้ สหกรณ์กรมส่งเสริมสหกรณ์ เป็นต้น และอยู่ระหว่างหารือกับกองทัพเรือ กองทัพอากาศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นต้น พร้อมๆกันนี้เรามีวงเงินสนับสนุนสหกรณ์ในปัจจุบันอยู่ถึง 140,000 ล้านบาท มียอดค้างชำระอยู่ราว 40,000 กว่าล้านบาท
ข่าวเกี่ยวข้อง
- นายกฯรับฟังแก้หนี้บุคลากรรัฐ เปรียบเป็นสารตั้งต้นหายนะประเทศ ขอบคุณยอมเฉือนเนื้อลดกำไร
- ข้าราชการหนี้บาน ตร.เป็นหนี้ 80% ทหารถูกหักเหลือไม่ถึง 3 พัน จี้รัฐบาลแก้ดอกโหด

