หน้าแรก การเมือง สุทิน โต้ยิบต...

สุทิน โต้ยิบตบตาปชช. รับเหตุตัดงบซื้ออาวุธ เพราะกลัวก้าวไกลด่า-วิโรจน์ลุกสวนทันที

4.04.24 | 15:57 น.

“สุทิน” แจงยิบป้องกองทัพต้องมีเพื่อความมั่นคงของประเทศ โวตั้ง 8 คณะปฏิรูปกองทัพแล้ว พร้อมเตรียมเปิด 2 โครงการเออรี่รีไทร์นายพล รับเหตุตัดงบซื้ออาวุธ เพราะกลัวก้าวไกลด่า-วิโรจน์ลุกสวนทันที 

เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2567 ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มี นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุม เพื่อพิจารณาญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไป เพื่อซักถามข้อเท็จจริง หรือเสนอแนะปัญหาต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยไม่ลงมติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 เป็นวันที่สอง

ย้อนอ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง 

จากนั้น เวลา 12.00 น. นายสุทิน คลังแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ชี้แจงว่า นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ก้าวไกล บอกว่าเราหลอกลวงตบตาประชาชนนั้น แต่ถ้าฟังวันนี้แล้วคนที่หลอกลวงตบตาประชาชนคือนายวิโรจน์ คือไปบอกประชาชนว่าจะอภิปรายวันนี้อยากคุณภาพคับแก้วเลย แต่เอาเข้าจริงเป็นเรื่องเก่าๆ เดิมๆ และ 90% เป็นเรื่องจากรัฐบาลเก่า ส่วน นายชยพล สท้อนดี ส.ส.กทม.ไม่มีการพูดโฟกัสประเด็นพูดบ่นไปเรื่อยๆ และ นายจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ส.ส.ฉะเชิงเทรา ที่อภิปรายเรื่องตรวจสอบเรือหลวงสุโขทัยที่ล่มนั้นก็ไม่เกี่ยวกับตนเอง แต่จะตอบว่า เรื่องสอบสวนเรือหลวงนั้น ตนเองก็รอดูเหมือนกันว่า เขาจะทำเป็นปาหี่หรือไม่ เพราะตอนนี้เป็นเรื่องที่ต้องให้เขาตรวจสอบให้เสร็จก่อนเราจะไปทำอะไรไม่ได้เพราะนั่นไม่ใช่วิธีการบริหาร แล้วเมื่อได้รับผลมาตนจะเอาข้อสังเกตของนายจิรัฏฐ์นั้น ไปตรวจสอบด้วยถ้าเป็นปาหี่จริง ไม่ต้องห่วงตนจะตั้งกรรมการตรวจสอบใหม่อีกได้ ซึ่งเขาจะมีการสรุปเรื่องนี้ในวันที่ 9 เมษายนนี้ ว่า ใครผิดใครถูก ใครควรได้รับโทษ และจะไม่ให้มีแพะเด็ดขาด

ส่วนที่นายวิโรจน์ ตั้งข้อสังเกตถึงการแก้ปัญหาโครงสร้างนั้น ตนขอให้ได้ฟังวิธีการแก้ของตนเอง เวลาที่เหลือจากปีนี้ตนคิดว่า ท่านกับพวกตนสามารถทำงานร่วมกันได้ แต่อย่างไรก็ต้องพูดเหมือนที่นายกฯ พูดว่า ประเทศยังคงต้องมีกองทัพ แล้วกองทัพคือ องค์กรที่ดูแลความมั่นคง ซึ่งความมั่งคงมันกระทบทุกคน ความมั่นคงดีทุกคนก็ได้รับประโยชน์กินอิ่มนอนอุ่น ฉะนั้นเราจะเกลียดหรือเราจะอคติกองทัพก็แล้วแต่ ตนเองก็เคยมีความคิดที่ว่ากองทัพมีปัญหา แต่สุดท้ายก็เชื่อว่ากองทัพยังต้องมี และเราต้องแก้ไขกองทัพมีคุณภาพ

Advertisement

นายสุทินกล่าวว่า สิ่งแรกคือเราต้องปฏิรูปกองทัพให้เป็นที่ยอมรับของประชาชนสู้กับภัยคุกคามทุกรูปแบบ ตนเข้ามาตนคิดเลยว่าจะต้องกรรมการปฏิรูปกองทัพ ตอนนี้มีการเจรจานักวิชาการ ทหารเก่า-ใหม่แล้ว รอเซ็นอย่างเดียว แต่กลับมาคิดอีกทีในเชิงบริหารควรไปดูภายในองค์กรที่เราจะปฏิรูปก่อนว่าเขาได้ตระหนักถึงปัญหาแล้วหรือไม่ ตนได้ตั้งคณะกรรมการปฏิรูปกองทัพมา 8 ด้านด้วยกัน ที่เห็นชัดเป็นเรื่องการปรับกำลังพลที่ทางคณะกรรมการการที่สรุปมาให้ตนเองดู ซึ่งเขาก็กล้าที่จะเสนอปรับกองทัพระยะสั้นและระยะยาว คือ 1.ปิดอัตรา ตำแหน่งไหนเกษียณก็ปิดไม่รับอีก

2.ควบรวม หน่วยงานไหนที่มีทำหน้าที่ใกล้เคียงก็ให้เป็นหน่วยเดียวกัน และบางหน่วยยุบเลย ส่วนนายพลเราจะไปลดนายพลที่ไม่ใช่กำลังหลัก จาก 700 คนจะให้ลดลงครึ่งหนึ่งในปี 71 และถ้าจะลดครึ่งหนึ่งของนายพลที่มีตำแหน่งหลักจาก 2,900 คนให้เหลือครึ่งเหมือนกันนั้น ถ้าเป็นผู้หญิงก็คงหุ่นผอมแล้ว วันนี้เราจะทำอะไรก็ต้องนึกถึงขวัญและกำลังใจของกองทัพด้วย และอย่าคิดว่าวันนี้ตนไม่ทำแต่จะมาเคลมแต่รัฐบาลเก่า เพราะตนมี 2 โครงการที่จะลดนายพลที่เราชอบบอกกันว่าไม่มีงานทำด้วยโครงการเออรี่รีไทร์ 2 โครงการปิดมาพร้อมใช้งาน

ส่วนเรื่องธุรกิจกองทัพ ทางคณะกรรมการได้เสนอให้ตนมาว่า ต้องจัดระบบสวัสดิการกองทัพใหม่หมด จากที่มีสนามมวย สนามกอล์ฟ ปั๊มน้ำมัน โดยมีแยกสวัสดิการเชิงธุรกิจ ออกจากสวัสดิการภายใน และถ้าเป็นสวัสดิการเชิงธุรกิจต้องทำเป็นธุรกิจส่งรายได้ให้กับรัฐ กรมธนารักษ์ กรมศุลกากรเช่นเดียวกับคนอื่น วันนี้เราจัดระบบแล้ว

นายสุทินกล่าวอีกว่า โครงการจัดหาเรือฟริเกต กองทัพเรือตั้งงบ 17,000 ล้านบาท ต่อมาคณะกรรมาธิการได้ตัดงบ และที่เราตัดงบก็เพราะกลัวก้าวไกลด่า แต่วันนี้ท่านกลับเชียร์ให้ซื้อเรือฟริเกต และต้องขอบคุณคลิปที่นายวิโรจน์นำมาเปิดที่ตนได้ขอ 3 ข้อคือ ถ้าจะซื้ออาวุธต่อไปนี้ให้พิจารณาภายในประเทศก่อน 2.ถ้าซื้อไม่ทั้งหมดให้ซื้อชิ้นส่วนในประเทศ 3.ถ้าไม่ได้ทั้งสองให้มาต่อในประเทศให้เขามาถ่ายทอดเทคโนโลยีให้เราด้วย แต่ท่านก็มาตำหนิตนว่า ใช้คำว่า ขอ ขอ ขอ เหมือนกับการตนเองหน่อมแน้มไป แต่รู้หรือไม่ว่านี่เป็นสำนวนที่ตนใช้สอนเด็กนักเรียน คนก้าวร้าวจะไม่เคยเห็นคุณค่าและไม่เข้าใจความนุ่มนวล คำว่าขอของตนเองนั่นคือการสั่งการ ไม่จำเป็นต้องไปคำรามใส่เขา ดังนั้นเรือฟริเกตเราคิดบนพื้นฐานที่เคารพสภา ก็คือให้เกียรติท่าน และเรื่องจัดซื้อจัดจ้าง และเงินทอนนั้นรัฐบาลชุดนี้เข้ามาจะได้ซื้อก็งบปี 67 นี้ แต่ตนก็ให้คำมั่นสัญญาว่าจะดูแลให้ดีที่สุด

ด้าน นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ลุกขอใช้สิทธิพาดพิงทันทีว่า ยืนยันการให้กองทัพเปิดเผยโปร่งใส แล้วก็มีกำลังพลที่เหมาะสม ไม่ได้เป็นการด้อยค่ากองทัพเลย แล้วการปกป้องเรือฟริเกต ที่มีคุณูปการส่งเสริมอุตสาหกรรมการต่อเรือ อุตสาหกรรมการป้องกันประเทศ นี่หรือคือการด้อยค่ากองทัพ

“ผมผิดหวังว่า การตัดสินใจในเรื่องเรือฟริเกตที่ท่านระบุว่า เป็นการตัดสินใจด้วยความกลัว และกลัวก้าวไกลด้วย ทั้งๆ ที่ท่านต้องตัดสินใจด้วยความห้าวหาญ มีภาวะผู้นำ และตรรกะที่คิดว่าเรือลำนี้ เป็นประโยชน์หรือเป็นคุณูปการของประเทศหรือไม่ ซึ่งผมบอกกับท่านเลยว่า ถ้าเรือลำนี้ต่อในประเทศไทย เกิดคุณูปการต่อวิศวกรรม แล้วราคาสมเหตุสมผลโปร่งใส ผมจะไปค้านทำไม แล้วที่ท่านกล่าวหาลอยๆ ว่า ผมก้าวร้าว ไม่ใช่เลย แต่การสั่งการคือแสดงความองอาจ แสดงภาวะผู้นำให้สมกับการเป็นเสนาบดีกระทรวงกลาโหม ที่ผมคิดว่าท่านยังไม่มี” นายวิโรจน์กล่าว