เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 6 กุมภาพันธ์ ที่สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) อาคารเอส เอ็ม ทาวเวอร์ มีการแถลงข่าวหัวข้อ “ปัญหาและทางออกกรณีดัชนีการรับรู้ด้านคอร์รัปชั่นของไทย” (อ่านข่าว “ทีดีอาร์ไอ” ไขปมอันดับโปร่งใสร่วง ‘สมเกียรติ’ เชื่อไทยไม่แย่อย่างที่ถูกมอง แต่ไม่ได้โปร่งใสกว่าเดิม)
ศ.นพ.สุทธิพันธ์ จิตพิมลมาศ ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) กล่าวตอนหนึ่งว่า เป็นที่ทราบกันดีว่า ซีพีไอ หรือดัชนีการรับรู้ด้านคอร์รัปชั่น ซึ่งดำเนินการโดยองค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ คะแนนของไทยปี 2559 มีอันดับลดลงมาก โดยได้เพียง 35 จาก 100 คะแนน จัดอยู่อันดับ 101 จาก 176 ในขณะที่ปี 2558 อยู่อันดับ 76 จาก 168 ประเทศ ถือเป็นคะแนนและอันดับที่แย่ลงอย่างมีนัยสำคัญ ทุกฝ่ายจึงต้องทบทวนอย่างจริงจัง ประเด็นแรกคือ เหตุใดซีพีไอของไทยจึงลดลง เป็นเพราะเกณฑ์การประเมินเปลี่ยนแปลงไปหรือไม่ และในการประเมินที่เปลี่ยนแปลงนั้น มีส่วนใดที่ดีขึ้นหรือแย่ลง หรือจะเป็นเพราะสถานการณ์การคอร์รัปชั่นของไทยแย่ลงจริงๆ ประเด็นที่ 2 เราควรหาทางแก้ไข โดยใช้การวิจัย
“สกว.เข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ เพราะเป็นหน่วยงานที่สนับสนุนทุนวิจัยเพื่อแก้ปัญหาสำคัญของประเทศ ตระหนักถึงปัญหาคอร์รัปชั่นต่อเนื่องมาเป็นสิบปี มีการตั้งประเด็นสำคัญเชิงยุทธศาสตร์มาสนับสนุนทุนวิจัย ในช่วงที่ผ่านมามีงานวิจัยของสกว.ที่ช่วยแก้ปัญหา เช่น เรื่องของคอร์รัปชั่นในระบบราชการไทย การสำรวจทัศนคติ ประสบการณ์ของหัวหน้าครัวเรือน โดย ศ.ผาสุก พงษ์ไพจิตรและคณะ เรื่องของโครงการคอร์รัปชั่น กรณีศึกษาโครงการรับจำนำข้าวทุกเม็ด โดย รศ.นิพนธ์ พัวพงศกร นอกจากนี้ยังมีเรื่องเมนูคอร์รัปชั่น โดย ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ เรื่องปัญหาทุจรติเชิงนโยบาย โดย ศ.ดร.อุดม รัฐอมฤต จากคณะนิติศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ ปัจจุบันก็มีโครงการสังคมไทย ไร้คอร์รัปชั่น โดยมี ผศ.ดร.ธานี ชัยวัฒน์ อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นหัวหน้าโครงการ
อย่างไรก็ตาม แม้ทุ่มเททำงานวิจัยอย่างต่อเนื่อง มีการเผยแพร่ผลงานวิจัยเป็นจำนวนมาก แต่ผลการประเมินซีพีไอ ทำให้ผิดหวัง ทุกคนคงรู้สึกเช่นเดียวกันว่าประเทศไทยเราแย่ลงจริงหรือไม่ หากจริง จะทำอย่างไร ในสถานการณ์อย่างนี้ แม้จะผิดหวัง แต่จะไม่หมดกำลังใจ สกว.จะร่วมกับภาคีเครือข่าย ปรับปรุงพัฒนาการทำงาน นำผลงานวิจัยที่มีอยู่จำนวนมาก รวมถึงงานวิจัยในปัจจุบันและอนาคต ไปใช้แก้ปัญหาคอร์รัปชั่นของประเทศอย่างเต็มกำลังความสามารถต่อไป”


