หน้าแรก การเมือง อาลัย ‘บุ้ง’ ...

อาลัย ‘บุ้ง’ แน่นประตูท่าแพ ปชช.นับร้อย จุดเทียน เรียกร้องปล่อยนักโทษคดีการเมือง

14.05.24 | 23:03 น.

อาลัย ‘บุ้ง’ แน่นประตูท่าแพ ปชช.นับร้อย จุดเทียน เรียกร้องปล่อยนักโทษคดีการเมือง

สืบเนื่องการเสียชีวิตของ น.ส.เนติพร เสน่ห์สังคม หรือ บุ้ง ทะลุวัง ผู้ต้องหาคดีทางการเมือง โดยวันนี้ (14 พ.ค.) เจ้าหน้าที่โรงพยาบาล (รพ.) ราชทัณฑ์ โทรศัพท์ไปแจ้งครอบครัวว่า น.ส.เนติพร มีอาการไม่รู้สึกตัว ล้มฟุบหัวใจหยุดเต้น ต้องส่งตัวไปรักษาที่ รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ จ.ปทุมธานี โดยแพทย์ได้ปั๊มหัวใจยื้อชีวิต (CPR) แต่ไม่เป็นผลและเสียชีวิตในเวลาต่อมา ที่ รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ เมื่อเวลา 11.22 น. ส่วนสาเหตุการเสียชีวิตรอการชันสูตรตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป นั้น

เมื่อเวลา 18.45 น. วันที่ 14 พฤษภาคม  ที่ ข่วงปนะตูท่าแพ อำเถอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ มีมวลชนกว่า 100 คน จากคณะก่อการล้านนาใหม่ กลุ่มนิติช้าย (Law of left),ทะลุฬา,เรื่องหลังเขา ชมรมประชาธิปไตยสโมสรนักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กลุ่มกำปั้นซ้าย ชมรมวรรณศิลป์สมสรนักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และสำพูนปลดแอก รวมตัวเพื่อจุดเทียนไว้อาลัย น.ส.เนติพร เสน่ห์สังคม หรือ “บุ้ง” นักกิจกรรมทางการเมืองกลุ่มทะลุวัง ซึ่งเสียชีวิตแล้วในวันนี้

โดยกลุ่มผู้ชุมนุม ได้จุดเทียนจนสว่างไสว และนำเทียนปักบนพื้นเป็นตัวอักษรชื่อบุ้ง ก่อนจะยืนล้อมวง และฟังการอ่านแถลงการณ์ และบทกวีจากตัวแทน และยืนไว้อาลัยต่อการเสียชีวิตของบุ้ง เนติพร

Advertisement

เนื้อหาในแถลงการณ์กรณีการจากไปของ บุ้ง เนติพร ว่า “ได้ทราบข่าวถึงการจากไปของ ‘บุ้ง เนติพร’จากอดอาหารประวงเรียกร้องสิทธิการประกันตัวในคดีมาตรา 112 มาเป็นระยะเวลานานกว่า 64 วัน ต้องแลกชีวิต ด้วยอิสรภาพของตนโดยไร้การเหลียวแลจากกระบวนการยุติธรรมไทย จนนำมาสู่การจากไปอย่างไม่มีวันกสิบพวกเราขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง ต่อการจากไปของเพื่อนร่วมอุดมการณ์บนเส้นทางประชาธิปไตยที่ต่อสู้กับความอยุติธรรมอย่างกล้าหาญและเด็ดเดี่ยวมาโดยตลอด

ทั้งนี้พวกเราในนามคณะก่อการล้านนาใหม่และเครีอข่าย ขอประณามกระบวนการยุติธรรมของรัฐไทย
และรัฐบาลทหารจนถึงรัฐบาลปัจจุบันที่ใช้อำนาจกฎหมายในการปิดปากประชาชนด้วยการยัดคดีการเมือง จับกุมคุมขัง โดยไม่คำนึงถึงหลักสิทธิมนุษยชน และเสริภาพในการแสดงออก รวมถึงการไม่ทำหน้าที่ปกป้องสิทธิ และเสรีภาพของประชาชนตามเจตนารมณ์ แห่งรัฐธรรมนูญภายใต้ระบอบประชาธิปไตย พวกเราขอประณามต่อพรรครัฐบาลเศรษฐา ที่เพิกเฉยและยินยอมให้กระบวนการยุติธรรม พรากชีวิตประชาชนและต้องแลกอิสรภาพด้วยความตาย

ส่วนบทกวี มีเนื้อความว่า “สาดสาด เลือดแดงแดง แสงหม่นหมองสับลับ ดับเดือนครองคู่ผืนฟ้า ลิ่นลิ่น ทึกก้องพสุธา ปังปัง ดาวจากฟ้าละสู่ดิน สิ้นสิ้น เพื่อนพ้องเหล่าสหายวอดวาย ดับสิ้นชีพหม่นหมอง ลาจาก เพื่อนพ้องลับรอนรอน ลาก่อน แสงตะวันอันพร่างพราว เลือดประชาฉาบผืนฟ้าแลผืนดินจักสูญสิ้น สูญสัตย์ดับวิญญาณ”

จากนั้นกลุ่มผู้ชุมนุมได้ร่วมกันเขียนข้อความลงบนผ้าสีขาวที่ขึงไว้บนข่วงประตูท่าแพ เพื่อเรียกร้องให้มีการปล่อยนักโทษคดีการเมือง

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง