หน้าแรก การเมือง ‘อดุลย์’ ลั่น...

‘อดุลย์’ ลั่น พร้อมรับการชดใช้ ปลื้มใจวีรชนมีบ้านอยู่ ขอบคุณกทม.-ปชช.ช่วยกันบริจาค

17.05.24 | 14:56 น.

‘อดุลย์’ ลั่น พร้อมรับการชดใช้ พ้อ มท.ไม่เหลียวแล ขอบคุณกทม.-ปชช.ช่วยกันบริจาค ปลื้มใจวีรชนที่จากไปมีบ้านอยู่

เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม ที่อนุสรณ์สถานพฤษภาประชาธรรม สวนสันติพร ถนนราชดำเนิน กรุงเทพฯ ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการจัดงานรำลึกครบรอบ 32 ปี เหตุการณ์พฤษภาทมิฬ หรือพฤษภาประชาธรรม เมื่อ พ.ศ.2535 ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 44 ราย สูญหาย 38 ราย และบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก

บรรยากาศเวลาประมาณ 09.16 น. ตัวแทนภาคส่วนต่างๆ วางพวงมาลาร่วมรำลึก อาทิ นายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ตัวแทนนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี, นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 และ ผศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล ในฐานะประธานมูลนิธิพฤษภาประชาธรรม เป็นต้น

สำหรับบุคคลและภาคส่วนที่ส่งหรีดร่วมรำลึก อาทิ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี, พรรคเพื่อไทย, พรรคก้าวไกล, นายชัยธวัช ตุลาธน ผู้นำฝ่ายค้าน, คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน, สถาบันปรีดี พนมยงค์, มูลนิธิ 14 ตุลา, สมาคมสิทธิเสรีภาพของประชาชน, มูลนิธิพฤษภาประชาธรรม, ศูนย์นิติศาสตร์ ม.รามคำแหง, คณะกรรมการญาติวีรชน พฤษภา 35, กรุงเทพมหานตร, เครือข่ายธุรกิจเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม, สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ การประปานครหลวง,พรรคสังคมประชาธิปไตยไทย เป็นต้น

Advertisement

ในตอนหนึ่ง นายอดุลย์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 กล่าวถึงเรื่องการสร้างอนุสาวรีย์ว่า เป็นการสร้างเพื่อเป็นเครื่องเตือนใจต่อเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้น และเตือนว่าความรุนแรงไม่ได้เป็นการแก้ไขปัญหา และขอขอบคุณประชาชนที่ช่วยกันจนสามารถสร้างอนุสาวรีย์ขึ้นมาได้

นายอดุลย์ยังกล่าวถึงสาเหตุที่ในอดีตทางคณะครอบครัวญาติไม่ร้องขอเงินค่าชดเชยจากรัฐบาลที่ผ่านมา โดยให้เหตุผลว่า เป็นรัฐบาลที่มาจากรัฐประหาร และปัจจุบันเป็นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน ทางคณะครอบครัวญาติจึงพร้อมที่จะยอมรับค่าชดเชยต่างๆ ที่ทางรัฐจะมอบให้

“คำว่า ‘วีรชน’ ไม่ได้หมายความว่า คนที่เสียชีวิตไปแล้ว แต่วีรชน คือผู้ที่ร่วมต่อสู้ในเหตุการณ์พฤษภาและกระจายไปตามจังหวัดต่างๆ นั่นคือวีรชนที่แท้จริง ไม่มีใครเป็นผู้กำหนดว่า ใครจะมีชีวิตรอด ใครจะต้องอยู่ต่อเพื่อทำหน้าที่ต่อไป นี่คือความหมายของวีรชน

 

เรื่องต่อมา เจตนารมณ์ที่สร้างอนุสาวรีย์ เราต้องการสร้างเพื่อเป็นเครื่องเตือนใจให้ทุกฝ่ายได้มีอารมณ์ที่อดทน มีขันติร่วมกัน ไม่ใช้ความรุนแรงต่อกัน นี่คือสิ่งที่ คณะกรรมการญาติวีรชน ร้องต่อสังคมมาโดยตลอด

“การใช้ความรุนแรงไม่ช่วยให้ทุกอย่างดีขึ้น ผมขอโอกาสเรียนประชาชนและเพื่อนพ้องวีรชนที่อยู่ประปรายทุกจังหวัดที่สามารถมาร่วมงานได้ มี 3 ภารกิจที่ คณะกรรมการและครอบครัวของญาติได้รับมอบหมาย คือ 1.ให้รัฐบาลกลุ่มที่ผ่านมา ยอมรับเหตุการณ์นี้ คำว่าพฤษภาทมิฬจึงถูกยุติการใช้เมื่อรัฐบาลยอมรับ แสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ดังนั้นจึงได้เปลี่ยนชื่อจากพฤษภาทมิฬเป็น พฤษภาประชาธรรม นี่คือก้าวแรก”

2.การเรียกร้องความเสียหายค่าชดเชย ตลอดเวลาที่ผ่านมาครอบครัวญาติไม่เคยเรียกร้องเพื่อตัวเอง นอกจากเรียกร้องให้เหตุการณ์อื่น เพราะครอบครัวญาติต้องการเพียงสิ่งเดียวคือ ตราบใดที่ยังไม่มีการสร้างอนุสาวรีย์ เราจะไม่เรียกร้องค่าชดเชย โดยเฉพาะรัฐบาลที่ผ่านมา เป็นรัฐบาลที่เกิดจากการรัฐประหารเราจึงรับไม่ได้ ฉะนั้นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งเราพร้อมจะรับค่าชดเชย ถ้ารับแบบไม่มีเกียรติ เราไม่ยอมรับ และบัดนี้อนุสาวรีย์สร้างแล้ว เราพร้อมที่จะรับการชดใช้ มิใช่การเยียวยา

3.การต่อต้านการรัฐประหาร ในตอนนี้โชคดีที่คณะกรรมการและครอบครัวของญาติได้สลายรอยแผล ระหว่างประชาชนกับกองทัพไปเรียบร้อยแล้ว จะเห็นได้ว่ากองทัพหากไม่ติดภารกิจต้องเข้ามาร่วมกล่าวคำ สดุดีวีรชน

“มีอยู่ปีหนึ่งรัฐมนตรีกลาโหมมีหนังสือแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์มาทางญาติ ซึ่งถือว่าความสมานฉันท์ได้เกิดขึ้น และก็ให้ความมั่นสัญญาตราบใดที่พวกเรายังมีชีวิตอยู่ ลูกหลานของคณะครอบครัวญาติ จะทำหน้าที่ต่อไปจนกว่าชีวิตจะหาไม่ ตราบใดที่ผมยังเดินได้ผมจะไม่ละทิ้งหน้าที่

และขอขอบคุณไปทาง มูลนิธิชุดที่แล้วที่ทำต่อ ยอมลำบาก จนในที่สุดได้อนุสรณ์สถานนี้มา และบัดนี้ได้กรรมการมูลนิธิชุดใหม่ที่นำโดย อาจารย์ปริญญา เทวานฤมิตรกุล และพวก ที่เสียสละทำต่อไป ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คุณวีรเดช ท่านจะยอมเสียสละตัว ท่านเป็นเจ้าของแต่ยอมสละเวลา เงินทอง ทุกอย่าง จนทำให้ทุกอย่างสำเร็จ” นายอดุลย์กล่าว

นายอดุลย์กล่าวต่อว่า ขอเรียนว่าอนุสาวรีย์ถูกสร้างขึ้นมาโดยภาคประชาชนล้วนๆ ไม่มีรัฐบาล เพราะว่ารัฐบาลพยายามจะละเลย ไม่เหลียวแล

“โดยเฉพาะการจัดงาน มีการบอกว่าจะให้มหาดไทยมอบทุน แต่สุดท้ายมหาดไทยไม่เหลียวแล แต่ไม่เป็นไร ถึงแม้จะไม่ได้รับทุนประชาชนก็ช่วยบริจาคจนจัดงานขึ้นมาได้ ต้องขอขอบคุณ กทม. นอกจากจะมอบที่ให้เราแล้ว ยังดูแลทุกอย่างที่พวกเราทำ วันนี้เป็นวันที่เรานัดหมายเพื่อมารำลึกถึงวีรชน เพื่อนฝูงที่จากไป ฉะนั้นเพื่อนวีรชนจงรับรู้ไว้ว่าบัดนี้วีรชนที่จากไปมีบ้านอยู่แล้ว ขอขอบคุณประชาชนทุกท่าน” นายอดุลย์กล่าว