รมว.ยธ.ยันราชทัณฑ์ยื้อ ‘บุ้ง’ เต็มที่ ชี้อยู่ที่ศาลให้ตะวันไปงานศพได้ไหม แจงปมโดนโยงทักษิณ

17.05.24 | 15:13 น.
แฟ้มภาพ

‘รมว. ยุติธรรม’ ยันราชทัณฑ์ยื้อ บุ้ง ทะลุวัง สุดความสามารถ พร้อมส่งหลักฐานการรักษาให้ครอบครัวทั้งหมด ส่วนภาพกล้องวงจรในห้องผู้ป่วยต้องขอความยินยอมจากผู้ต้องขังอื่นด้วย

จากกรณีที่ น.ส.เนติพร เสน่ห์สังคม หรือ บุ้ง ทะลุวัง ผู้ต้องขังคดีทางการเมือง เกิดอาการวูบหมดสติและหัวใจหยุดเต้นในระหว่างนอนพักรักษาตัวที่ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ ก่อนแพทย์พิจารณาส่งตัวเข้ารับการรักษาโดยด่วนที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ต่อมาแพทย์ไม่สามารถยื้อชีวิตไว้ได้ โดยอัตราชีพจรของบุ้งได้หยุดเต้นในเวลา 11.22 น.ของวันที่ 14 พ.ค.ที่ผ่านมา

เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 17 พฤษภาคม พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม (ยธ.) เปิดเผยถึงกรณีดังกล่าวว่า ขั้นตอนการชันสูตรพลิกศพนั้นเบื้องต้นอยู่ระหว่างการควบคุมของเจ้าหน้าที่ จะต้องมีพนักงานสอบสวน พนักงานอัยการ และฝ่ายปกครองมาร่วมดำเนินการภายใต้คำสั่งของอัยการโดยทำสำนวนและให้ส่งศาลภายใน 30 วัน เพื่อให้เกิดความโปร่งใสต่อสาเหตุการเสียชีวิต จากนั้นศาลจะดำเนินการไต่สวนสำนวนภายใน 30 วัน ซึ่งญาติ หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องสามารถเข้ามาสอบถาม หรือหาพยานหลักฐานมาหักล้างสาเหตุการเสียชีวิตตามข้อสงสัยได้ จึงขอให้ครอบครัวของบุ้งมีความมั่นใจ อย่างไรก็ตาม ไม่อยากกล่าวอะไรที่เป็นการชี้นำเนื่องจากกระบวนการต่างๆ เหล่านี้ไม่มีขั้นตอนที่เกี่ยวข้องกับกรมราชทัณฑ์ แต่เราก็พร้อมที่จะสนับสนุนข้อมูลให้

พ.ต.อ.ทวีเผยอีกว่า ส่วนลำดับเหตุการณ์ขณะเสียชีวิตของ น.ส.เนติพรนั้น ขณะนี้กรมราชทัณฑ์อยู่ระหว่างดำเนินการจัดทำรายละเอียดเพื่อชี้แจงทั้งหมด เบื้องต้นทราบว่ามีผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ 9 ราย และจากการที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดมีบันทึกรายละเอียดเหตุการณ์ไว้ทั้งหมด รวมถึงเหตุการณ์ในกล้องวงจรปิดสามารถย้อนหลังไปได้หลายวัน จึงขอให้มีความมั่นใจได้ ส่วนเรื่องการรับประทานอาหารของ น.ส.เนติพรก่อนเสียชีวิตนั้น มีการรับประทานอาหารบางส่วนขณะอยู่ที่ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ และมีรายการจัดส่งอาหารที่พยาบาลบันทึกไว้ทั้งหมดว่าจัดส่งอาหารครบ 3 มื้อ

พ.ต.อ.ทวีกล่าวอีกว่า หลังจากนี้หากไม่ผิดระเบียบของทางกรมราชทัณฑ์ก็สามารถพาผู้สื่อข่าวไปดูที่ทัณฑสถานโรงพยาบาลได้ และกรมราชทัณฑ์มองว่าทุกคนที่เข้ามาอยู่ข้างในเป็นเหมือนครอบครัว ไม่ว่าจะมีโทษอะไรก็จะต้องดูแลให้เสมอภาค และกรมราชทัณฑ์ไม่เคยรับใครกลับจากโรงพยาบาลแม่ข่ายถ้าไม่ได้รับการร้องขอ หรือการประสานส่งตัวกลับ ซึ่งกรณีของบุ้ง ทางโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ได้มีหนังสือส่งตัวกลับหลายฉบับให้กลับมารับการรักษาที่ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ ทั้งนี้ ยืนยันได้ว่ากรมราชทัณฑ์มีแต่ความรู้สึกเสียใจและเราไม่ได้มีความขัดแย้งกับใคร

Advertisement

ส่วนกรณีที่ นายกฤษฎางค์ นุตจรัส หรือ ทนายด่าง ระบุว่าอยากดูภาพจากกล้องวงจรปิดนั้น พ.ต.อ.ทวีกล่าวว่า โดยหลักการสามารถให้ได้อยู่แล้ว แต่เจ้าหน้าที่ขอไปทำการตรวจสอบก่อน และตนได้คุยกับอธิบดีกรมราชทัณฑ์แล้วว่าให้มีการเปิดเผยข้อมูลเป็นหลัก ส่วนอะไรที่เป็นสิทธิของผู้ป่วยที่ต้องสงวนรักษาไว้ก็ต้องขออนุญาตผู้ป่วยรายอื่นๆ ที่อยู่ในเหตุการณ์ก่อน ส่วนการตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงนั้น เป็นการตรวจสอบเพื่อไม่ให้เหตุการณ์ลักษณะดังกล่าวเกิดขึ้นอีก

ในเรื่องการช่วยเหลือเยียวยาจากกระทรวงยุติธรรมและกรมราชทัณฑ์นั้น รมว.ยธ.กล่าวว่า ก็ต้องดูตามกฏหมาย อะไรที่เป็นกฎหมายก็ต้องดำเนินการตามกฏหมาย ส่วนเรื่องมนุษยธรรมนั้น ใจจริงก็อยากให้ น.ส.ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ หรือ ตะวัน ได้ไปร่วมงานฌาปนกิจของ น.ส.เนติพร แต่กรมราชทัณฑ์จะมีอำนาจในการพิจารณาให้เพียงเฉพาะผู้ต้องขังเด็ดขาดที่สามารถไปร่วมงานศพของผู้ปกครองที่เสียชีวิตได้เท่านั้น แต่ในกรณีที่เป็นผู้ต้องขังที่อยู่ระหว่างการพิจารณาคดีของศาล กรมราชทัณฑ์จะไม่มีอำนาจในส่วนนี้ ดังนั้น น.ส.ทานตะวันจะเดินทางไปร่วมงานศพของ น.ส.เนติพรได้หรือไม่ขึ้นอยู่กับการยื่นขอประกันตัวในชั้นศาล

ส่วนกรณีที่สังคมมีการยกเหตุการณ์เปรียบเทียบระหว่างอดีตนายกรัฐมนตรี นายทักษิณ ชินวัตร และกรณีของ น.ส.เนติพร ว่าเป็นการดูแลสองมาตรฐานหรือไม่นั้น พ.ต.อ.ทวีแจงว่า เรามีมาตรฐานเดียว โดยกรณีของน.ส.เนติพรนั้น ถ้า รพ.ธรรมศาสตร์ไม่ทำหนังสือส่งตัวกลับให้รับการรักษาที่ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ เราก็จะส่งให้อยู่ที่ รพ.ธรรมศาสตร์ต่อไป

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง