‘ประจักษ์’ ลั่น เราอยู่ในโลกที่โหดขึ้น รัฐใช้วิธี ‘เอาต์ซอร์ซความรุนแรง’ สงครามคุมยาก-ตัวละครขยาย กติการะหว่างประเทศ ถูกสั่นคลอน
เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน ที่ห้อง ร.103 ชั้น 1 คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยคณะกรรมการส่งเสริมงานวิจัย (คณะรัฐศาสตร์) จัดเสวนาทางวิชาการ “Direk Talk : Looking Forward มองโลก มองไทย มองไปข้างหน้า” โดยช่วงเช้ามีการกล่าวปาฐกถาดิเรก ชัยนาม ประจำปี 2567 เรื่อง “Contending Citizens: Alternative meanings of popular participation in Thailand” โดย ศ.ดร.ดันแคน แมคคาร์โก ประธานฝ่ายกิจการระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีนันยาง สาธารณรัฐสิงคโปร์
บรรยากาศเวลา 15.00 น. เข้าสู่การนำเสนอผลงานวิจัยช่วงที่ 3 สาขาวิชาการเมืองการปกครอง เรื่อง สำรวจสถานการณ์ความขัดแย้งและความรุนแรงในสังคมโลกและสังคมไทย โดย รศ.ดร.ประจักษ์ ก้องกีรติ คณะรัฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ ดำเนินรายการโดย ผศ.ชาลินี สนพลาย
รศ.ดร.ประจักษ์กล่าวว่า งานวิจัยนี้เป็นส่วนหนึ่งของงานวิจัย ที่กำลังทำอยู่ ชื่อ โครงการวิจัยเชิงระบบ เพื่อสำรวจสถานการณ์และสถานภาพองค์ความรู้ เรื่องความรุนแรงในสังคมโลกและสังคมไทย ซึ่งได้รับสนับสนุนทุนวิจัยจาก สกสว. ซึ่งตอนนี้คืบหน้าแล้ว 40 เปอร์เซ็นต์ เพื่อจับตาสถานการณ์ภาพรวม เรื่อง ความรุนแรงและขัดแย้งในปัจจุบัน การกระจายตัวในเชิงภูมิภาค รวมถึงมีรูปแบบอย่างไรบ้าง โลกปัจจุบันอยู่ในสภาวะแบบใด ซึ่งแบ่งออกเป็นภูมิภาคย่อยกว่าปกติ เพื่อให้เห็นรายละเอียด ทั้งภูมิภาคเอเชีย แอฟฟริกาใต้ ตะวันออกกลาง ละตินอเมริกา อเมริกาเหนือ ยุโรป และโอเชียเนีย ซึ่งหมายถึงออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และประเทศหมู่เกาะต่างๆ ว่ามีลักษณะความรุนแรงอย่างไรบ้าง
ในตอนหนึ่ง รศ.ดร.ประจักษ์ชี้ภาพรวมทั่วโลกว่า เราอยู่ในโลกที่รุนแรง และรุนแรงแบบซับซ้อนมากขึ้น จากข่าวจะเห็นแนวโน้มประเด็นนี้ แม้แต่สื่อของไทย ที่รายงานข่าวต่างประเทศ เราจะเห็นข่าวสงคราม ความขัดแย้งและรุนแรงปรากฏอยู่เสมอ จากการทำวิจัยของนักวิชาการทั่วโลกรวมถึงฐานข้อมูลที่มีการมอนิเตอร์สถานการณ์ พบว่าเรา ‘อยู่ในโลกที่มีความรุนแรงมากขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ’
โดยจากการสำรวจในช่วง ปี 2018-2023 เป็นเวลา 5 ปีที่พบว่า ความรุนแรงทั่วโลกเพิ่มขึ้น ถึง 22 % เฉพาะในปี 2023 หรือปี 2566 เพิ่มขึ้นถึง 12 % จากปีก่อนหน้า
“ประมาณการคือ ปัจจุบันทุก 1 ใน 6 คนบนโลก อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่มีความขัดแย้งรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต (Deadly conflicts) ในปีเดียว 2023 ทั่วโลกมีเหตุการณ์ความขัดแย้งถึง 147,000 เหตุการณ์ มีผู้เสียชีวิตถึง 167,800 คน และในบรรดา 50 ประเทศ ที่ขัดแย้งรุนแรงสูดสุด พบว่า 42 ประเทศสถานการณ์ไม่ดีขึ้นเลย ไม่คงที่ แต่เลวร้ายลงเมื่อเทียบกับ 5 ปีก่อน

แสดงว่า ความขัดแย้งที่คงอยู่ในประเทศต่างๆ ไม่ได้ถูกคลี่คลาย มีแต่สถานการณ์คงตัว กับเลวร้ายลง มีคนเสียชีวิตมากขึ้น อีกประการที่น่ากังวล คือแม้แต่รูปแบบที่เริ่มค่อยๆ หายไปตั้งแต่ยุคสงครามเย็น คือสิ่งที่เรียกว่า สงครามระหว่างรัฐ (Inter-state warfare) ที่ 2 ประเทศรุกรานกันนั้น ลดน้อยถอยลงมาก ตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ตอนนี้มันกลับมา
“อย่างที่เราเห็น ไม่ว่าจะสงครามในรัสเซีย รุกรานยูเครน หรือในพื้นที่ฉนวนกาซาในปัจจุบัน สะท้อนให้เห็นกติการะหว่างประเทศที่มันถูกสั่นคลอน เราอยู่ในโลกที่ International order ไม่ได้ลงหลักปักฐานเหมือนเดิม และเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ความขัดแย้งรุนแรงขึ้นในโลก” รศ.ดร.ประจักษ์กล่าว
รศ.ดร.ประจักษ์กล่าวอีกว่า เนื่องจากความขัดแย้งไม่ได้อยู่ในรูปแบบ ‘รัฐกับประชาชน’ เท่านั้น แต่ว่าตัวะครที่เข้ามาเกี่ยวข้องมีมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นกองกำลังติดอาวุธทั้งหลาย ซึ่งไม่ใช่รัฐ, องค์กรอาชญากรรม ที่เข้ามาเกี่ยวพันกับความขัดแย้งทางการเมืองด้วย เช่น ขบวนการค้ายาเสพติด รวมถึงมีรูปแบบกลุ่มทหารรับจ้าง อย่าง ในรัสเซีย ยูเครน รวมถึงพื้นที่ความขัดแย้งในหลายประเทศทั่วโลก
“จริงๆ รัฐใช้วิธี เอาต์ซอร์ซ (Outsource) ความรุนแรง คือแทนที่จะใช้ทหารอาชีพที่ทำงานรับใช้ประเทศ ไปรบเพื่อชาติ แต่ตอนนี้มีกลุ่มบริษัทเอกชน รับจ้างใช้ความรุนแรง เข้าไปทำสงครามเพื่อค้ากำไร ซึ่งทำให้ความรุนแรงซับซ้อน ขยายตัว และยากแก่การควบคุมมากขึ้น เพราะหลายกลุ่มไม่ได้อยู่ภายใต้สังกัดของรัฐหรือองค์กรใด ฉะนั้น เขาไม่ยอมรับกติการะหวางประเทศอยู่แล้ว” รศ.ดร.ประจักษ์ชี้
รศ.ดร.ประจักษ์กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ความรุนแรงยังเกิดขึ้นทั่วโลก ทั้งในประเทศที่ยากจน กำลังพัฒนา ร่ำรวย รวมถึงประเทศที่พัฒนาสูงแล้วก็ไม่พ้น เพียงแต่จะมีลักษณะความรุนแรงที่แตกต่างกัน รวมถึงความรุนแรง ยังเกิดขึ้นทั้งในประเทศที่ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย ระบอบกึ่งประชาธิปไตยกึ่งเผด็จการ รวมถึงประเทศเผด็จการเต็มรูปแบบ ซึ่งในแต่ละประเทศมีลักษณะต่างกันไป ตัวระบอบก็มีผลต่อลักษณะความรุนแรง ด้วย
โดย จากการจัดอันดับประเทศที่มีระดับความขัดแย้งรุนแรงสูงที่สุด ได้แก่
1.เมียนมา (ประเทศเดียวในเอเชีย) 2.ซีเรีย 3.ปาเลสไตน์ 4.เม็กซิโก 5.ไนจีเรีย 6.บราซิล 7.กัมพูชา 8.เฮติ 9.เยเมน 10.ซูดาน
- อ่านข่าว : อาจารย์ ม.ดัง สิงคโปร์ เสนอ 3 ไอเดีย ‘พลเมืองไทยรูปแบบใหม่’ ยกจุดแข็ง จี้จุดอ่อน ย้ำส่วนร่วมประชาชน
- ‘นักรัฐศาสตร์’ คอนเฟิร์มจุดยืนไทย ‘ทูตเซลล์แมน’ เวิร์กกว่าละตินอเมริกา เป็นมิตรไม่เลือกข้าง
- เปิดสถิติเจน Z ‘ลาออกไวสุดครึ่งวัน’ เจน Y ทนเจ็บปวดเก่ง แนะหา ‘เซฟโซนในออฟฟิศ’


