หน้าแรก การเมือง เซีย ถล่มแรงง...

เซีย ถล่มแรงงาน ปรับค่าจ้างแบบเต่าย่อง อัด เอางบพัฒนาทักษะฝีมือ ไปซื้อคอม 83 ล้าน

31.05.25 | 12:12 น.

“เซีย”ถล่ม “รมว.แรงงาน” ปรับค่าจ้างขั้นต่ำแบบ“เต่าย่อง” ฉะไม่ใส่ใจคุณภาพชีวิตผู้ใช้แรงงาน นำงบสร้างความปลอดภัยให้แรงงาน 50ล้าน ไปสร้างตึก ซื้อรถ แทนการสร้างความปลอดภัย ซัดเอางบพัฒนาทักษะฝีมือ ไปซื้อคอมพิวเตอร์ 83ล้าน

เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2568 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร สมัยวิสามัญ เป็นพิเศษ ที่มี นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุม พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 วงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท ต่อเป็นวันที่ 4

เวลา 10.25 น. นายเซีย จำปาทอง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อภิปรายว่า ขออภิปรายงบในส่วนที่เกี่ยวข้องกับคนทำงานทุกสาขาอาชีพ ซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศนี้ที่มีมากกว่า 40 ล้านคน และชีวิตพี่น้องแรงงานอยู่ในสภาพ “ค่าครองชีพแสนแพง ค่าแรงแสนต่ำ ทำงานก็กลัวอุบัติเหตุ สังเวชกองทุนสงเคาระห์ลูกจ้าง การพัฒนาฝีมือแรงงานแบบเดิมๆ การเพิ่มสวัสดิการที่ไม่เคยเป็นจริง” ปัจจุบันข้าวของเครื่องใช้เมื่อเทียบกับ 5 ปี ที่แล้วราคาต่างกันอย่างเห็นได้ชัด น้ำมันพืชเมื่อ 5 ปีที่แล้วราคาขวดละ 40 บาทวั นนี้ขวดละ 55 บาท เนื้อหมู 5ปีที่แล้ว ราคากิโลกรัมละ 155 บาท วันนี้กิโลกรัมละ 175 บาท ก๊าซหุงต้ม 5กิโล เมื่อ 5ปีที่แล้ว 364 บาทวันนี้ 423 บาท ยังไม่พูดถึงสินค้าอื่นๆที่จำเป็นต้องใช้ในชีวิตประจำวัน ปัจจัยสี่ ที่มีความจำเป็นในการใช้ชีวิตของพี่น้องประชาชนทุกคน แพงขึ้นทุกอย่าง อย่างรวดเร็ว แต่ค่าจ้างขั้นต่ำปรับขึ้นช้ามาก ช้ายิ่งกว่าเต่าย่อง

นายเซีย กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ค่าจ้างขั้นต่ำปรับพร้อมกันทั่วประเทศ แต่วันนี้ปรับไม่เท่ากัน 10 กว่าปีที่ผ่านมาค่าจ้างปรับสูงสุดอยู่ที่ 400 บาท แต่ค่าจ้างขั้นต่ำปรับขึ้นช้า ต่ำสุดอยู่ที่ 337 บาท ทั้งที่รมว.แรงงานบอกจะปรับค่าจ้างขั้นต่ำ 400บาท ทั่วประเทศ ค่าครองชีพสูงขึ้น แต่กระทรวงแรงงานกล้าของบประมาณเกี่ยวกับการปรับค่าจ้างเพิ่มขึ้น ขณะที่เรื่องความปลอดภัยของผู้ใช้แรงงาน กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานระบุในตัวชี้วัดปี 2569 จะผลักดันจำนวนแรงงานให้ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย 2.5 ล้านคน ทั้งที่แรงงานประเทศไทยมี 40 ล้านคน ที่เหลือจะปล่อยตามยถากรรมใช่หรือไม่

นายเซีย กล่าวต่อว่า จำนวนอุบัติเหตุของผู้ใช้แรงงานเพิ่มขึ้นทุกวัน ปี 2565 มีผู้ประสบอุบัติเหตุจากการทำงาน 76,000คน ปี2566 เพิ่มเป็น 81,000 คน และปี 2567 มี 87,000คน รวม 3 ปี มีแรงงานบาดเจ็บจากการทำงาน 2.5 แสนคน ปีนี้ของบโครงการความปลอดภัยและชีวอนามัยประเทศไทย 100 ล้านบาท ดูเหมือนให้ความสำคัญความปลอดภัยป้องกันอุบัติเหตุการทำงาน แต่เป็นงบดำเนินการแค่ 31 ล้านบาท ส่วนที่เหลือเป็นงบสร้างตึกมากกว่า 50 ล้านบาท และที่เหลือซื้อลิฟต์ กับรถอีก 5 คัน จะช่วยลดอุบัติเหตุอย่างไร

Advertisement

นายเซียกล่าวว่า ส่วนกรณีที่ลูกจ้างถูกลอยแพจากการเลิกจ้าง รัฐบาลไม่สามารถบังคับใช้กฎหมายให้นายจ้างนำเงินมาจ่ายค่าชดเชยให้ลูกจ้างได้ ข้อมูลกรมสวัสดิการและคุ้มแรงงาน ปี2562-2567 มีลูกจ้างไม่ได้รับเงินตามคำสั่งเจ้าพนักงานตรวจแรงงาน 43,000 คน เป็นเงิน 2,800 ล้านบาท ปล่อยนายจ้างกินหรู อยู่สบาย ไม่ดำเนินคดีนายจ้างอย่างจริงจัง ปล่อยแรงงานถูกนายจ้างละเมิด จัดงบแบบน่าสังเวช

นายเซีย กล่าวด้วยว่า ส่วนการเพิ่มทักษะเพื่อพัฒนาฝีมือแรงงาน ปีนี้ได้งบพัฒนาทักษะแรงงานนอกระบบ 260 ล้านบาท ได้งบเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 160 ล้านบาท แต่เป็นโครงการเดิมๆ อบรมอาชีพแบบเบี้ยหัวแตก อบรมเสร็จก็แจกของ สุ่มเสี่ยงทุจริต ละเลยพัฒนาฝีมือแรงงานให้ตรงความต้องการตลาดแรงงานปัจจุบัน งบที่เพิ่มขึ้นไม่ได้เอาไปพัฒนาฝีมือแรงงาน แต่เอาไปซื้อคอมพิวเตอร์ใช้ในสำนักงาน 83 ล้านบาท และพัฒนาระบบบริหารจัดการกลางด้วยปัญญาประดิษฐ์ 74 ล้านบาท อีกเรื่องคือสวัสดิการผู้พิการ มีกฎหมายกำหนดให้หน่วยงานรัฐที่มีผู้ปฏิบัติงาน 100 คนขึ้นไป ต้องรับคนพิการเข้าทำงานในอัตรา 100 คน ต่อ 1 คน แต่หน่วยงานรัฐไม่ทำตามกฎหมาย ปี 2567 หน่วยงานรัฐจ้างงานคนพิการเพียง 3,600คน จากสัดส่วนที่ต้องรับคนพิการ 18,000ตำแหน่ง และจัดงบโครงการ ส่งเสริมคนพิการทำงานในหน่วยงานภาครัฐ ให้แค่ 3.6แสนบาท เท่ากับจ้างคนพิการได้แค่ 2คน หรือโครงการส่งเสริมสวัสดิการเพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่การเกษียณอย่างมีคุณภาพของประชากรวัยแรงงาน ได้งบ 2 ล้านบาท

“โครงการจัดสวัสดิการ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตแรงงานและครอบครัวเพื่อส่งเสริมแรงงานหญิง 5 ล้านบาท ก็เอาไปจัดอบรม นำแรงงานมานั่งฟังกระทรวงแรงงานเทศนาว่า เกษียณแล้วจะทำตัวอย่างไร ไม่ให้เป็นภาระครอบครัว ไม่แน่ใจใครควรไปอบรมระหว่างคนทำงานปากกัดตีนถีบ หรือรัฐบาลที่จัดงบไม่มีน้ำยา เมื่อรัฐบาลไม่สามารถจัดงบได้เหมาะสม จึงไม่เห็นด้วยกับร่างงบประมาณรายจ่ายประจำปี 69” นายเซีย กล่าว