เรืองไกรบี้ดีเอสไอสอบเช็ค2ฉบับ ยังคาใจปมราชภักดิ์ เรียกร้องโชว์ผลสอบ

แฟ้มภาพ

‘เรืองไกร’คาใจปมราชภักดิ์ เตรียมยื่นหนังสือให้’ไพบูลย์’บี้’ดีเอสไอ’สอบเช็ค 2 ฉบับ

เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า หลังจากติดตามการทำงานของดีเอสไอที่มีความพยายามตรวจสอบนายพานทองแท้ ชินวัตร กรณีมีส่วนเกี่ยวข้องในการรับเช็คจากคดีเงินกู้กรุงไทยมาอย่างต่อเนื่องนั้น ตนเห็นว่าการมุ่งตรวจสอบเฉพาะเช็คที่ปรากฏชื่อนายพานทองแท้เพียงอย่างเดียว เกรงว่าจะมีการตรวจสอบไม่ครบถ้วน อาจถูกสงสัยว่าเป็นเลือกปฏิบัติหรือไม่ เพราะถ้าดีเอสไอไล่เรียงวันจ่ายเช็คและเลขที่เช็คซึ่งจ่ายไปเพื่อซื้อแคชเชียร์เช็คให้นายพานทองแท้ จำนวน 26 ล้านบาทนั้น จะพบความจริงว่าเช็คดังกล่าวเลขที่ #2724852 ลงวันที่ 30 ธันวาคม 2546 ดังนั้น หากดีเอสไอตรวจสอบรายการจ่ายเช็คจาก Bank Statement ของนายวิชัย กฤษดาธานนท์ อย่างครบถ้วน ก็จะต้องพบเช็คอย่างน้อยอีก 2 ฉบับ ที่มีการสั่งจ่ายก่อนและหลังเช็คที่จ่ายนายพานทองแท้ คือเช็คใบที่หนึ่ง เลขที่ #2722098 จำนวนเงิน 250,000 บาท ลงวันที่ 15 ตุลาคม 2546 มีข้อมูลพอสรุปได้ว่า ผู้รับเช็คคือมูลนิธิแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่ที่จังหวัดในภาคใต้ โดยเช็คถูกนำเข้าบัญชี BBL สาขาห้าแยกสะพานติณสูลานนท์ เช็คใบที่สอง เลขที่ #2724851 จำนวนเงิน 100,000 บาท ลงวันที่ 31 ธันวาคม 2546 มีข้อมูลพอสรุปได้ว่า ผู้รับเช็คคือ พล.ร.ท. คนหนึ่ง (ยศในขณะนั้น) โดยเช็คฉบับนี้มีเลขที่ก่อนเช็คที่เกี่ยวข้องกับนายพานทองแท้เพียงเลขเดียว วันที่ในเช็คก็ห่างกันเพียงวันเดียว และได้ถูกนำเข้าบัญชี BT สาขาเทเวศร์ เลขที่ 016-1-06xxx-3

นายเรืองไกรกล่าวว่า ดีเอสไอต้องไม่ละเว้นที่จะตรวจสอบเช็คทั้งสองฉบับด้วย เพราะมีเส้นทางการรับเช็คที่อยู่ในคดีเงินกู้กรุงไทยเช่นเดียวกัน และควรออกหนังสือเชิญเจ้าของบัญชีที่รับเช็คทั้งสองฉบับมาตรวจสอบเช่นเดียวกัน เนื่องจากเลขที่เช็คที่ระบุมานี้ เจ้าของบัญชีที่รับเช็คไป ดีเอสไอหาได้จากสำนวนอยู่แล้ว แม้เจ้าของบัญชีจะเป็นผู้มีตำแหน่งฐานะและยศศักดิ์สูงก็ตาม นอกจากนี้ กรณี สตง.สรุปผลตรวจสอบอุทยานราชภักดิ์ แล้วระบุว่าไม่พบความผิดปกติทางบัญชีเกี่ยวกับค่าหัวคิวที่เคยถูกสังคมและสื่อตั้งข้อสงสัยว่าเป็นการทุจริตที่สำเร็จแล้วนั้น ตนยังคาใจเรื่องนี้เช่นกัน จึงจะขอให้ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม นำผลการตรวจสอบที่แจ้งว่าทำเสร็จแล้วไม่พบการทุจริตและบัญชีถูกต้อง ออกมาเปิดเผยต่อสาธารณชนด้วย ทั้งนี้ ตนจะทำเรื่องนี้เป็นหนังสือส่งให้ พล.อ.ไพบูลย์ ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และประธาน ศอตช. ดำเนินการพิจารณาเพื่อสั่งการให้ดีเอสไอและ สตง. ตรวจสอบขยายผลต่อไป โดยจะส่งหนังสือในวันจันทร์ที่ 29 กุมภาพันธ์นี้

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้เกษตรกรบางมูลนากปลูกดาวเรืองตัดดอก อาชีพเสริมสร้างรายได้ดี
บทความถัดไปคนกรุงโอด! ขาดโอกาสรักษาพยาบาล รพ.รัฐใน กทม.