ห้องประชุมสภาวุ่นกลางดึก ขณะถกงบมหาดไทย หลัง ‘กรวีร์’ แฉ ส.ส.อักษรย่อ พ. ถือโพยเข้าห้องอนุกมธ.ท้องถิ่น ด้าน ‘ชาดา’ ลุกซัด ส.ส.ร่างทรง รมต.โฟนอิน ไร้มารยาท ก่อนที่ประชุมโหวตผ่านฉลุย
เมื่อเวลา 22.30 น. วันที่ 14 สิงหาคม ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณางบประมาณประจำปี 2569 วาระ 2 และวาระ 3 โดยวันนี้เป็นวันที่สอง นายพนม โพธิ์แก้ว ส.ส.กาญจนบุรี พรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะ กมธ.เสียงข้างมาก ลุกขึ้นชี้แจงหลังจาก นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย (ภท.) มีการระบุถึง กมธ.ชื่อย่อ พ. ชื่อเล่น ก. ถือเอกสารปึกใหญ่ตัดงบไป 1,400 กว่าโครงการว่า ในห้องอนุ กมธ.ท้องถิ่น เทศบาลนคร เทศบาลเมือง เทศบาลตำบล และเงินอุดหนุนที่จัดสรรให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (องค์การบริหารส่วนตำบล) ของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ประกอบด้วยตัวแทนของพรรคการเมืองจากทุกพรรคการเมืองทั้งจากฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน ซึ่งในอนุ กมธ.ก็ไม่ได้มีใครเห็นแย้งเป็นอย่างอื่นในการปรับลด โดยในส่วนของกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น ประธานอนุ กมธ.ก็มีดำริให้ส่งข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อให้การพิจารณาเป็นไปอย่างรอบด้าน โดยกรมส่งเสริมฯได้ส่งเอกสารให้อนุ กมธ.ในวันที่ 14 กรกฎาคมที่ผ่านมาแล้ว และได้มีการนัดพิจารณาในวันที่ 23 กรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งถือว่าต่างจากปีที่แล้วที่นัดพิจารณาในวันถัดไปเลย ยืนยันว่าการปรับลดงบประมาณนั้นเป็นไปตามหลักธรรมาภิบาลและเป็นธรรม ขอยืนยันตามเสียงข้างมาก

ด้าน นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ลุกขึ้นขอใช้สิทธิพาดพิงว่า ประเด็นที่ตนยังคาใจ ซึ่งตนใช้ชื่อย่อ พ. และชื่อเล่น ก. ไม่ได้บอกประธานอนุ กมธ.ที่ลุกขึ้นมาตอบตนเมื่อสักครู่ว่าเป็นท่านที่เป็นคนทำ ไม่ใช่ และพฤติกรรมที่ตนบอกออกไปว่ามีการพิจารณาโดยหยิบกระดาษขึ้นมาปึกหนึ่ง และไล่เลขไปตามที่เอาขึ้นมา ตนถามว่าวิธีการพิจารณาแบบนี้เป็นวิธีการที่ยุติธรรม มีหลักธรรมาภิบาลจริงหรือ ซึ่งตอนนี้ท่านยังไม่ได้ตอบตนว่ามันเกิดขึ้นในห้องอนุ กมธ.จริงหรือไม่ และประเด็นที่ท่านบอกว่าปากตนไม่ตรงกับใจ บอกว่า จ.อ่างทอง ที่มีการพิจารณามานั้น ตนนั่งอยู่ในห้องด้วย ตนไม่แน่ใจว่านั่งอยู่ในห้องขณะที่มีการตัดจริงหรือไม่ แต่เท่าที่จำได้ ตนไม่ได้นั่งอยู่ จะเป็นนั่งอยู่ได้อย่างไร ตนนั่งอยู่ในห้องอนุอบรมสัม,นา และตอนที่พิจารณาครั้งแรก
“ท่านแขวนของ จ.อ่างทอง ไม่ได้เกิดใน อบต. แต่เกิดในเทศบาล คนละเรื่องคนละราว ถ้าท้องถิ่นตอบไม่ได้ว่าทำไมถึงแพงกว่า แล้วผมนั่งอยู่ในห้อง และท่านตัดไม่ได้ ท่านจะตอบคำถามในสภาใหญ่แห่งนี้ว่าอะไร สิ่งที่ท่านต้องตอบคือการพิจารณาวันสุดท้าย ท่านได้พิจารณาตามหลักเกณฑ์ที่ท่านได้ตอบกลางสภาเมื่อสักครู่นี้หรือไม่ เมื่อสักครู่ท่านบอกเองว่าในสัดส่วนตามกรรมาธิการของพรรค พรรคผมก็นั่งอยู่ และเคยแย้งไปแล้วว่าตัดอย่างนี้ได้อย่างไร เอาหลักเกณฑ์อะไรมาตัด ดังนั้น อย่าโกหกกลางสภาเลยว่าไม่มีคนคัดค้าน เพราะคนที่นั่งอยู่ เหมือนเล่าให้ผมฟังว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างในการพิจารณานั้น เราจะอยากให้คณะอนุกรรมาธิการแทนพวกเราจากห้องใหญ่ไปใช้อำนาจของสภาผู้แทนราษฎรแบบนี้หรือ” นายกรวีร์กล่าว

ขณะที่ นายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี พรรค ภท. ลุกขึ้นเสนอแนะว่า การประชุมในวาระ 2 ครั้งนี้มีผู้ที่แปรญัตติพูดถึงกระทรวงใดก็ตาม ปรากฏว่ามีร่างทรงรัฐมนตรีหรืออย่างไรก็ไม่รู้ขึ้นมาตอบ ซึ่ง กมธ.ที่อยู่บนบัลลังก์เขายังไม่ได้ตอบอะไร และเป็นวัฒนธรรมที่ไม่ถูกต้อง
“มันยิ่งกว่าการถามกระทู้ เพราะรัฐมนตรีเขามา นี่ ส.ส.เป็นลูกน้องรัฐมนตรี ถ้าพูดกันตรงๆ แหม่ ลุกขึ้นมาแก้หน้าแทน ซึ่งมันผิดฝาผิดตัว กรรมาธิการเขามี ก็เหมือนที่รัฐมนตรีโฟนอินโทรศัพท์ ถ้าสภาปล่อยให้ทำแบบนั้นเรื่อยๆ เดี๋ยวมันก็จะแตกแยกเกิดความวุ่นวายควบคุมไม่ได้ ซึ่งวันนั้นประธานก็ไม่น่าอนุญาตให้โทรศัพท์ ต่อไปผมจะโฟนอินบ้าง เขาถามกรรมาธิการ ก็ให้กรรมาธิการเขาตอบ แต่นี่ก็ลุกมาตอบกันแบบงงๆ จึงอยากฝากไว้ว่าถ้ามันไม่มีกติกา ไม่มีมารยาท ผมก็ว่ามันจะวุ่นวาย” นายชาดากล่าว

จากนั้นนายกรวีร์จึงกล่าวว่า ยืนยันว่า กมธ.ต้องตอบตน ตอบแค่ว่าสิ่งที่ตนพูดไป พฤติกรรม พฤติการณ์จริงหรือเท็จเท่านั้น ถ้าไม่ได้เกิดขึ้นก็บอกไม่ได้เกิดขึ้นเท่านั้น
นายพนมจึงชี้แจงว่า เรื่องเอกสารที่นำไปในห้องนั้นเป็นเอกสารจากตัวเล่มของกรมส่งเสริมฯ ตนถ่ายเอกสารมาเพื่อจะได้ดูว่าเวลาอ่านโครงการจะได้อ่านเลขรหัสแทนขานชื่อโครงการ เพราะจะใช้เวลานาน สำหรับการพิจารณาของอนุ กมธ.ไม่มีการลงมติใดๆ เพราะไม่มีการเห็นแย้ง
ทำให้นายฉลาด กล่าวต่อห้องประชุมให้เข้าสู่การลงมติ ขณะที่นายกรวีร์แย้งว่าจะให้ลงมติไม่ได้ เพราะมี ส.ส.ยังสอบถามและไม่สิ้นสงสัย ทำให้มีผู้มาแสดงตน 251 คน และสามารถลงมติเห็นชอบตาม กมธ.เสียงข้างมากได้ จากนั้นเข้าสู่การพิจารณาในมาตรา 21 กระทรวงยุติธรรม

