แม่ทัพภาคที่ 2 ยันข่าวลือรื้อแนวรั้วไม่จริง ชี้เสียงระเบิดเป็นความผิดพลาดฝั่งกัมพูชา ย้ำกองทัพไทยมั่นคงพร้อมตอบโต้หากถูกยั่วยุเกินกว่าเหตุ ปกป้องอธิปไตยจนถึงวาระเกษียณ ก่อนก้าวสู่บทบาทพลเมืองดีของชาติ
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 21 สิงหาคม ที่สโมสรร่วมเริงไชย ภายในค่ายสุรนารี กองทัพภาคที่ 2 อ.เมืองนครราชสีมา จ.นครราชสีมา พล.ท.บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 เดินทางมารับมอบสิ่งของสนับสนุนและส่งกำลังใจให้ทหารปฏิบัติหน้าที่ป้องกันชายแดนไทย-กัมพูชา โดยมีหน่วยงานต่างๆ ร่วมมอบสิ่งของทั้งหมด 20 หน่วยงาน
อาทิ คณะกรรมการกองทุนพุทธบูชาบุญนิธิ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ พร้อมคณะศิษย์พระราชสิทธิวราจารย์ (หลวงพ่ออุตม) มอบวัตถุมงคลเหรียญสมเด็จพระญาณสังวรสเด็จพระสังฆราช รุ่นมรดกธรรม จำนวน 2,000 เหรียญ, บริษัท เทอราโกร เฟอร์ดีไลเซอร์ จำกัด มอบปูนขาว 50 ตัน, บริษัท เอสเอ็นเจ แสนวาส 99 จำกัด มอบผ้าใบอเนกประสงค์ 400 ผืน เปลอเนกประสงค์ 50 ชุด, บริษัท ซีออน เคมิคอล (เอเชีย) จำกัด มอบสเปรย์ทำความสะอาดอาวุธปืนและผ้าเช็ดปืน รวมทั้งหลายหน่วยงาน มอบเงินสนับสนุนอีกกว่า 5 แสนบาท

หลังจากรับมอบสิ่งของจากหน่วยงานต่างๆ แล้ว พล.ท.บุญสินได้กล่าวขอบคุณผู้นำสิ่งของมามอบให้ พร้อมกับกล่าวถึงสถานการณ์ไทย-กัมพูชาว่า กองทัพภาคที่ 2 ได้ปฏิบัติหน้าที่ในการป้องกันอธิปไตยของชาติอย่างเต็มที่ โดยแนวรั้วที่มีอยู่เป็นเพียงการป้องกันการรุกล้ำของกำลังทางทหาร ไม่ได้หมายความว่าเป็นเส้นเขตแดนถาวร การสร้างแนวรั้วเพิ่มเติมจำเป็นต้องอาศัยความเข้าใจตรงกันทั้งสองฝ่าย ส่วนกรณีข่าวลือว่ามีการรื้อถอนแนวรั้วที่ช่องอานม้านั้น ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง ไม่มีการรื้อถอนแต่อย่างใด และไทยยังคงยึดมั่นในหลักการปกป้องพื้นที่อธิปไตยตามเดิม
ในส่วนการประชุม RBC สมัยวิสามัญนั้น มีการเลื่อนนัดหมาย โดยนัดหมายการประชุมกับฝ่ายกัมพูชาในวันที่ 27 สิงหาคม เพื่อหาทางออกร่วมกัน แม้จะมองว่าการประชุมระดับแม่ทัพอาจไม่ค่อยมีผลชัดเจนนัก แต่ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการหารือ อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าไม่เคยไว้ใจกัมพูชา และหากมีการยั่วยุเกินกว่าเหตุ ไทยก็มีสิทธิตอบโต้ตามสมควรแก่เหตุเช่นกัน ส่วนการเสริมกำลังของกัมพูชาในพื้นที่ชายแดนนั้น เป็นการดำเนินการปกติของกองทัพฝ่ายนั้น เพื่อทดแทนกองกำลังที่สูญเสียไป แต่กองทัพของไทยก็เตรียมความพร้อมรับมือไว้ทุกสถานการณ์อยู่แล้ว

สำหรับกรณีเสียงระเบิดที่เกิดขึ้นในฝั่งกัมพูชานั้น แม่ทัพภาคที่ 2 ระบุว่า น่าจะมาจากกับระเบิดที่ฝ่ายกัมพูชาเหยียบพลาดเอง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับทหารไทย ส่วนเรื่องที่มีมวลชนเดินขบวนชุมนุมไม่เอา MOU 43-44 ถือเป็นเรื่องของรัฐบาลและมวลชนที่จะพิจารณา แต่กองทัพภาคที่ 2 ยึดถือการปฏิบัติจากแผนที่มาตราส่วน 1 ต่อ 50,000 ซึ่งเป็นมาตราส่วนที่ละเอียดที่สุด เพื่อรักษาผลประโยชน์ของชาติต่อไป
“ฝากถึงประชาชนว่าไม่ต้องกังวลเรื่องการป้องกันอธิปไตย เพราะกองทัพ ไม่ว่าจะเป็นกองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ และตำรวจ ต่างร่วมมือกันอย่างเข้มแข็ง และยืนยันว่ากองทัพจะทำหน้าที่อย่างดีที่สุด พร้อมขอบคุณประชาชนที่ส่งกำลังใจและนำสิ่งของมาสนับสนุน เพราะถือเป็นแรงหนุนสำคัญให้ทหารปฏิบัติหน้าที่อย่างไม่หวั่นไหว” แม่ทัพภาคที่ 2 ระบุ

พล.ท.บุญสินยังกล่าวถึงกรณีที่จะเกษียณอายุราชการว่า ยืนยันว่าจะเกษียณอายุราชการตามกำหนด และหลังเกษียณจะขอทำหน้าที่เป็นพลเมืองดีของชาติ หากกองทัพยังต้องการคำปรึกษาก็พร้อมให้ความร่วมมือตามที่สามารถทำได้ ย้ำว่าไม่เคยรู้สึกถูกกดดันในการทำงาน มีแต่ความสุขที่ได้ทำหน้าที่ปกป้องประเทศชาติอย่างเต็มกำลัง จนถึงวาระสุดท้ายของการรับราชการ




