พรรคประชาชน ระส่ำ ส.ส.หวั่นเป็นเครื่องมือนิติสงคราม ขอผู้บริหารพรรคทบทวน ใช้ฟรีโหวต
เมื่อวันที่ 4 กันยายน จากกรณีที่ พรรคประชาชน (ปชน.) มีมติของผู้บริหารพรรคให้โหวตสนับสนุนนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย โดยมีเงื่อนไข 5 ข้อ ในเรื่องยุบสภาภายใน 4 เดือน หลังแถลงนโยบาย เดินหน้าประชามติแก้รัฐธรรมนูญ และคงสถานะรัฐบาลเสียงข้างน้อย
โดยรายงานข่าวจาก พรรคประชาชน ระบุว่า หลังจากที่พรรคมีมติออกไป แล้วเกิดกรณีมีส.ส. และตัวแทนพรรคภูมิใจไทย ไปแจ้งความเอาผิดนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯและรมว.มหาดไทย ทั้งมาตรา 112 และมาตรา 157 อีกทั้งการตีกลับพรฎ.ยุบสภา โดยสำนักงานองคมนตรี ได้สร้างความไม่สบายใจให้ส.ส.พรรคประชาชนส่วนหนึ่ง
โดยตั้งคำถามว่า หากยืนยันว่ารักษาการนายกฯ สามารถยื่นยุบสภาได้ แล้วการตีกลับมาเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร และพรรคประชาชน จะแสดงท่าทีกับเรื่องดังกล่าวอย่างไร และหากปล่อยไปเช่นนี้หาก ในอีก 4 เดือน หากรัฐบาลพรรคภูมิใจไทย ทูลเกล้าฯยุบสภา ไป แล้วเกิดกรณีคล้ายๆกัน จะทำเช่นไร
นอกจากนี้การแจ้งความเรื่องคดี 112 ยังเป็นประเด็นสำคัญ ที่พรรคประชาชนมีจุดยืนว่าไม่ต้องการให้ใช้มาตราดังกล่าวมาใช้กลั่นแกล้งทางการเมือง และหากในอนาคตรัฐบาลพรรคภูมิใจไทย มีการดำเนินคดีมาตรา 112 ทั้งในส่วนกระบวนการยุติธรรมปกติ ตั้งแต่ตำรวจ อัยการ ศาล พรรคประชาชนจะมีท่าทีกับเรื่องดังกล่าวอย่างไร และจะสามารถตอบคำถามประชาชนได้หรือไม่
รายงานข่าวแจ้งอีกว่า มีความพยายามสื่อสารจากส.ส. ผู้สนับสนุนพรรค ไปยังผู้บริหารพรรค เพื่อสะท้อนความไม่สบายใจดังกล่าว และเสนอทางออกให้ทบทวนมติการโหวตสนับสนุนนายอนุทิน โดยให้เหตุผลว่า เมื่อพรรคประชาชนยืนยันว่าต้องการให้รัฐบาลยุบสภา เลือกตั้งใหม่ แล้วรัฐบาลเพื่อไทย ยื่นทูลเกล้าฯไปแล้ว ก็ต้องยึดมั่นในหลักการว่ารัฐบาลรักษาการมีอำนาจ และควรจะนำไปสู่การยุบสภา การไม่ดำเนินการถือเป็นการขัดกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญในเรื่องการแบ่งแยกอำนาจและการตรวจสอบถ่วงดุล
รายงานข่าวแจ้งอีกว่า ข้อกังวลดังกล่าวของส.ส.บางกลุ่ม ถูกนำไปหารือกับรัฐบาลพรรคเพื่อไทย โดยมีข้อเสนอว่าให้โหวตเลือกนายกฯจากพรรคเพื่อไทย ซึ่งเหลือแคดิเดตคนเดียว คือ นายชัยเกษม นิติสิริ แล้วให้ประกาศยุบสภาทันที หลังจากที่แถลงนโยบายต่อรัฐสภา เพื่อเป็นทางออก และยืนยันหลักการว่าการยุบสภา เป็นอำนาจของรัฐบาล ซึ่งเหตุผลดังกล่าวนำมาซึ่งการตัดสินใจของพรรคเพื่อไทย ที่จะเสนอชื่อนายชัยเกษม เป็นนายกฯในที่ประชุมสภาวันที่ 5 ก.ย.นี้
รายงานข่าวแจ้งอีกว่า กลุ่มส.ส.ของพรรคประชาชน ได้พยายามหารือกับผู้บริหารพรรค ให้ทราบถึงความกังวลใจทั้งหมด และทบทวนในการเปลี่ยนมติ หรือไม่เช่นนั้นก็ให้ฟรีโหวตตามเอกสิทธิ์ส.ส. ในการเลือกนายกฯ
แต่ก็กรณีดังกล่าว ก็ยังมีปัญหา เพราะหากเสียงส.ส.ที่สนับสนุนแคนดิเดตคนไหน ไม่ว่าจะเป็นนายอนุทิน หรือนายชัยเกษม ไม่เกินกึ่งหนึ่ง ก็จะไม่สามารถเสนอชื่อได้อีกในสมัยประชุมนี้ ตามแนวทางที่สภาเคยวางไว้ตอนเสนอชื่อนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ทำให้แคนดิเดตนายกฯเหลือเพียง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายพีระพันธ์ สาลีรัฐวิภาค และนายจุรินทร์ ลักษณะวิศิษฎ์ เท่านั้น
โดยล่าสุดท่าทีของผู้บริหารพรรคประชาชน ยังคงยืนยันตามแนวทางเดิมที่ลง MOA กับพรรคภูมิใจไทย ที่จะโหวตเลือกนายอนุทิน เพราะเชื่อว่าเป็นทางออกที่ดีที่สุดให้ประเทศมีรัฐบาล แลเดินหน้าสู่การยุบสภา แต่ก็ต้องจับตาการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่เกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ

