ผบ.ทอ. จ่อจัดหาเครื่องบินทดแทนปลดประจำการ เห็นด้วยหลัง มทภ.2 บอกเครื่องบินไม่ได้มีไว้โชว์แค่วันเด็ก ชี้หากเหนือท้องฟ้าเป็นของไทย ขอให้มั่นใจอุ่นใจ
เมื่อวันที่ 4 กันยายน ที่ฝูงบิน 411 กองบิน 41 จ.เชียงใหม่ พล.อ.อ.พันธ์ภักดี พัฒนกุล ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) กล่าวภายหลังพิธีบรรจุประจำการเครื่องบิน AT-6TH ครบทั้ง 8 ลำ ที่ซื้อจากสหรัฐอเมริกา ถึงกรณีการจัดหาเครื่องบินอื่นๆ นอกเหนือจาก AT-6TH และเครื่องบินขับไล่กริพเพนแล้ว ในอนาคตกองทัพอากาศจะซื้อเครื่องบินรุ่นใดบ้าง พล.อ.อ.พันธ์ภักดีเผยว่า ปัจจุบันนี้ได้รับการอนุมัติให้จัดซื้อกริพเพนที่เป็นเครื่องบินโจมตีขับไล่ทดแทน ถือเป็นโครงการขนาดใหญ่และมีความสำคัญเพื่อทดแทนเครื่องบิน F-16 ฝูงบิน 102 ในอนาคตจะมีการปลดประจำการเครื่องบินฝูง 403 กองบิน 4 มีความจำเป็นต้องจัดหาเครื่องบินขับไล่โจมตีทดแทนมาอีก 1 ฝูง
พล.อ.อ.พันธ์ภักดีกล่าวว่า ส่วนเครื่องบินแบบอื่นๆ อาจเป็นเครื่องบิน Alpha Jet F-5 ฝูงบิน 231 กองบิน 13 หรือฝูงบิน 211 กองบิน 21 ซึ่งได้รับการปรับปรุงให้ทันสมัยและมีขีดความสามารถที่สูง ที่สำคัญคือมีการถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับกำลังพลกองทัพอากาศ และบริษัทอุตสาหกรรมการบินที่เป็นที่ซีเคียวริตี้พาร์ทเนอร์ของกองทัพอากาศให้มีขีดความสามารถ พัฒนาต่อยอดไปได้

ส่วนฝูงบิน 231 กับ 211 ที่ จ.อุบลราชธานี และ จ.อุดรธานี กองทัพอากาศกำลังพิจารณาดูว่าจะจัดหาอากาศยานไร้คนขับมาทดแทน หรือทบทวนเรื่องสมุดปกขาว เพราะมองว่าภัยคุกคามในอนาคต หากมีอากาศยานไร้คนขับติดอาวุธก็มีความจำเป็นเป็นอย่างยิ่ง เพราะสถานการณ์ที่ผ่านมาจะเห็นว่าของที่มีคุณภาพ มีประสิทธิภาพ จะทำให้เราสามารถตอบสนองภารกิจตอบโต้ทางภัยคุกคามได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพจริงๆ
พล.อ.อ.พันธ์ภักดีกล่าวว่า การที่กองทัพอากาศมีภารกิจช่วงปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ทำให้กองทัพอากาศได้ทบทวนแนวทางการปฏิบัติความเหมาะสม ความพร้อมที่ลงตัวที่สุด เราไม่สามารถใช้งบประมาณจำนวนมากทีละเยอะๆ ได้ ซึ่งเราต้องใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่าที่สุด ที่สำคัญเรากำลังสร้างการร่วมมือระหว่างกองทัพไทยกับอุตสาหกรรมภายในประเทศอย่างยั่งยืน และปกติเป็นเรื่องของการพัฒนา เพราะถึงเวลานั้นเราต้องพึ่งพาตนเอง
สำหรับการสรุปผลการป้องกันชายแดนไทย-กัมพูชาที่ผ่านมา ศักยภาพของกองทัพอากาศเป็นอย่างไรบ้างนั้น พล.อ.อ.พันธ์ภักดีระบุว่า กองทัพอากาศทุกวันนี้เรามีการฝึกซ้อมและมีความพร้อมทั้งกลางวันและกลางคืน เชื่อมั่นในขีดความสามารถของผู้ใต้บังคับบัญชาทุกคน รวมถึงนักบินทุกคนมีความรับผิดชอบในหน้าที่และมีความพร้อมปฏิบัติภารกิจ 24 ชั่วโมง อาจไม่ต้องพูดว่าผลการปฏิบัติเป็นอย่างไร แต่เชื่อว่าหลายคนคงรับทราบว่าความร่วมมือระหว่างกองทัพอากาศและกองทัพบกในการปฏิบัติภารกิจครั้งนี้ เชื่อว่ามีความสำเร็จอย่างสูงและมีประสิทธิภาพ ถือว่าเราสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนได้เป็นอย่างดี

เมื่อถามว่า นอกจากปฏิบัติภารกิจในพื้นที่ภาคเหนือแล้ว AT-6TH มีขีดความสามารถนำไปปฏิบัติภารกิจในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชาได้หรือไม่ พล.อ.อ.พันธ์ภักดีเผยว่า ในส่วนของขีดความสามารถของเครื่องบินถือเป็นคุณลักษณะที่ทหารทุกคนทราบดี ในเรื่องของระยะทาง ความเร็ว ความแม่นยำ ความทันสมัย ความอ่อนตัว ความสามารถเรามีสูงมาก ซึ่งเป็นคุณลักษณะของกำลังทางอากาศ
ส่วนที่มีกระแสในโซเชียลว่า AT-6TH เป็นการมาเสริมภารกิจของเครื่องบินกริพเพนและ F-16 ซึ่งอาจเป็นการใช้งบประมาณเยอะเกินไปนั้น พล.อ.อ.พันธ์ภักดีระบุว่า ภารกิจเราแยกอย่างชัดเจน AT-6TH จะอยู่ในพื้นที่จำกัดเฉพาะภารกิจนั้น โดยเฉพาะการปราบปรามยาเสพติด เส้นทางลำเลียงยาเสพติด การถ่ายภาพภัยพิบัติน้ำท่วม ภัยแล้ง หรือไฟป่า คุณลักษณะเด่นของ AT-6TH คือมีความประหยัด เงียบ หากเราจะไปดูการกระทำที่ผิดกฎหมายแล้วเอาเครื่องใหญ่ๆ ไปก็ไม่คุ้มค่า อาจเกิดเสียงดัง ซึ่งต้องใช้จุดอ่อน จุดแข็งที่เรามีอยู่ให้คุ้มค่ากับภารกิจอย่างเหมาะสม
เมื่อถามถึงกรณีแม่ทัพภาคที่ 2 เคยพูดว่าเครื่องบินไม่ได้ซื้อมาเพื่อการโชว์วันเด็ก พล.อ.อ.พันธ์ภักดีกล่าวว่า เห็นด้วยกับแม่ทัพภาคที่ 2 เพียงแต่เรามียุทโธปกรณ์ สิ่งหนึ่งที่อยากทำให้เห็นคือเราอยากให้ประชาชนเห็นศักยภาพขีดความสามารถว่าเราทำอะไรได้บ้าง สำคัญคือวันเด็กเราจะได้แสดงศักยภาพให้กับเด็กๆ และประชาชนได้เห็นว่าเหนือท้องฟ้าของประเทศเรายังมีเครื่องบินที่ดูแลปกป้องอธิปไตยอยู่ ในยามเกิดภัยสงครามเครื่องบินก็ยังมีขีดความสามารถในการป้องกันประเทศ ซึ่งเคยมีอดีตผู้บัญชาการทหารอากาศท่านหนึ่งได้พูดไว้ว่าถ้าเกิดเสียงเครื่องบินที่อยู่บนท้องฟ้าเป็นเครื่องบินของเราขอให้อุ่นใจ มีวามมั่นใจ สบายใจ แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่ไม่ใช่เครื่องบินของเราอันนี้เราก็จะต้องระมัดระวัง อาจจะเกิดความสูญเสียในอนาคตได้เยอะ

