บ้านใหญ่ตรังเปิดปาก ‘สมชายบ้านโล่’ รอคำตอบเฉลิมชัย ก่อนตัดสินใจซบภูมิใจไทยหรือไม่ หลังครูใหญ่บุรีรัมย์เคยมาจีบถึงบ้าน ชี้ 2 เขตตรังซบ ภท.แล้ว เป็นพวกเดียวคนละพรรค ชี้พรรคน้ำเงินกวาด 30 ที่นั่ง ส.ส.ใต้เป็นไปได้ เพราะกระแสแรง แถมเป็น รบ. ก๊วนใต้แห่ซบเพียบ
จากกรณีการเปิดตัวของนายชุมพล จุลใส อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ พาทีมงานไปร่วมงานการเมืองกับพรรคภูมิใจไทยเพื่อสู้ศึกการเลือกตั้งครั้งหน้า อีกทั้งมีกระแสข่าวเตรียมทยอยเปิดตัวบ้านใหญ่ “กาญจนะ” ที่นำโดย นายชุมพล กาญจนะ และนางโสภา กาญจนะ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุราษฎร์ธานี เข้ามาสังกัดพรรคภูมิใจไทยอีก รวมถึงเตรียมทาบทาม “โกหนอ” หรือ นายสมชาย โล่สถาพรพิพิธ ที่ดูแล ส.ส.ตรัง 2 คน คือ น.ส.สุณัฐชา โล่สถาพรพิพิธ ส.ส.ตรัง เขต 3 พรรคประชาธิปัตย์ และนายกาญจน์ ตั้งปอง ส.ส.ตรัง เขต 4 พรรคประชาธิปัตย์ มาร่วมศึกเลือกตั้งครั้งหน้าดัวย หลัง นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน ประกาศไม่ไปต่อ ส่วน นายทวี สุระบาล ส.ส.ตรัง พรรคพลังประชารัฐ ก็น่าจะย้ายมาพรรคภูมิใจไทยด้วย
เช่นเดียวกับกลุ่มของนายนิพนธ์ บุญญามณี ที่มีลูกชายคือนายสรรเพชญ บุญญามณี เป็น ส.ส.สงขลา และ นายสมยศ พลายด้วง ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ก็จะย้ายมาร่วมพรรคภูมิใจไทยด้วย เพื่อสู้ศึกเลือกตั้งครั้งหน้า อย่างไรก็ตาม พรรคภูมิใจไทยจะส่งผู้สมัครครบทุกเขตในพื้นที่ภาคใต้ และตั้งเป้าจะได้ ส.ส. 30 คน ขึ้นไป ตามที่นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุดเมื่อวันที่ 21 กันยายน ที่บ้านพักส่วนตัวของนายสมชาย โล่สถาพรพิพิธ หรือโกหนอ อดีต ส.ส.ตรังหลายสมัย พรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยต่อกระแสการย้ายพรรคของกลุ่ม ส.ส.ตรัง 2 คนในสังกัดว่า เห็นข่าวที่ปรากฏอยู่ทั่วไปเกี่ยวกับบ้านใหญ่ตรัง บ้านใหญ่สุราษฎร์ธานี จะไปซบพรรคภูมิใจไทย แต่ตนไม่เคยพูดว่าจะไปพรรคไหน ยืนยันว่าวันนี้ยังอยู่พรรคประชาธิปัตย์ แม้ว่าพรรคจะแตกเป็นเสี่ยงๆ แล้วก็ตาม ซึ่งใครจะมาเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ตนก็ยังไม่ทราบความเคลื่อนไหว
นายสมชายกล่าวว่า ส่วนเรื่องการย้ายพรรคของตนอาจเกี่ยวเนื่องจากที่นายเนวิน ชิดชอบ และนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ แกนนำพรรคภูมิใจไทยเดินทางมาเยี่ยมที่บ้านเมื่อต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา และมาเชิญชวนถึงบ้าน เปรียบเหมือนเขาตั้งใจมาสู่ขอ ทำให้นึกย้อนไปเมื่อ 2 ปีที่แล้วที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เดินทางมาทานกาแฟยามเช้าที่บ้านของตนเช่นกัน และยังให้เกียรติมาเป็นประธานในงานแต่งงานของ น.ส.สุณัฐชา โล่สถาพรพิพิธ บุตรสาวของตนด้วย
นายสมชายกล่าวต่อว่า ในทางการเมืองตนถือว่าพวกเดียวคนละพรรค ดีกว่าพรรคเดียวคนละพวก แต่ตอนนี้ยังยืนยันว่ายังอยู่พรรคประชาธิปัตย์ ยังไม่รับปากใคร ที่ผ่านมามีคนติดต่อมาหาตนแล้ว 3 พรรค ส่วนจะตัดสินใจย้ายไปพรรคใดต้องเก็บข้อมูลพิจารณาโดยละเอียด เพราะนี่เป็นการเมืองระดับชาติ ต้องดูหลายเหตุผลประกอบ ไม่ว่าจะเป็นมวลชน พื้นที่ ผู้นำชุมชน ผู้นำท้องที่ แต่ยอมรับว่าพรรคภูมิใจไทยกระแสในพื้นที่มาดี ในส่วนของตนก่อเกิดจากพรรคประชาธิปัตย์ แต่นั่นก็ไม่ใช่ข้อมูลสำคัญ เพราะการจะย้ายพรรคไปไหนแต่ละครั้งก็เหมือนย้ายบ้าน อย่างไรก็ตาม ปัจจัยการเมืองไม่เหมือนการย้ายที่อยู่

นายสมชายกล่าวถึงแนวโน้มการเลือกตั้ง ส.ส.ตรังทั้ง 4 เขตในอนาคตว่า เขต 1 และเขต 2 ตอนนี้เขาชัดเจนแล้วว่าย้ายไปอยู่พรรคภูมิใจไทย ซึ่งเมื่อวาน (20 ก.ย.68) นายจำนงค์ นาวาแก้ว หรืออดีตกำนันนงค์ ได้ประกาศชัดเจนแล้วว่าจะส่งนายเอกพล ณ พัทลุง นายก อบต.บ้านควน ซึ่งเป็นหลานชายลงสมัครในนามพรรคภูมิใจไทย เขต 1
นายสมชายกล่าวอีกว่า หลังจากนายเฉลิมชัยลาออกจากการเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้โทรหาตนเกือบทุกวัน โดยวันอังคารที่ 23 ก.ย.นี้จะมาเยี่ยมตนที่บ้าน ซึ่งการมาครั้งนี้ก็อยากทราบถึงทิศทางทางการเมืองของนายเฉลิมชัยเช่นกันว่าจะไปทางไหน จะไปต่อหรือพอแค่นี้ การลาออกของนายเฉลิมชัยถือว่าเป็นวิกฤตของพรรคประชาธิปัตย์ และยังไม่มีใครตอบได้ว่าจะมีใครมาเป็นหัวหน้าพรรค ใครจะเป็นเลขาธิการพรรค ตอนนี้ยังดูก้ำกึ่ง ในขณะที่นายเดชอิศม์ ขาวทอง รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ก็ได้โทรศัพท์มาหาตนเกือบทุกวันเช่นกัน
“สาเหตุที่นายเฉลิมชัยลาออก คิดว่ามาจากที่คนของเราไปร่วมกับเพื่อไทยแล้วไปเชิญพรรคประชาชน ซึ่งเป็นเหตุที่เคยบอกว่าถ้าพรรคไปร่วมจะลาออกจาก ส.ส. และในคืนเดียวกันนายนริศ ขำนุรักษ์ ก็เซ็นใบลาออกในคืนนั้น หากให้ประเมินทิศทางของพรรคประชาธิปัตย์มองว่าอยู่ที่นายเฉลิมชัยคนเดียว เพราะเป็นคนคุมเสียงอยู่ 60% หรือ มี ส.ส. 18 คน ที่เหลือเป็นผู้อาวุโส 3 คน และเสียงของงูเห่า” นายสมชายกล่าว
นายสมชายกล่าวว่า ส่วนที่พรรคภูมิใจไทยตั้งธงกวาด ส.ส.ในพื้นที่ภาคใต้ 30 ที่นั่ง มองว่ามีโอกาสสูง เพราะเขาเป็นฝ่ายรัฐบาล มีกระแสดี มีคนแห่เข้าไปพรรคภูมิใจไทยจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นจากรวมไทยสร้างชาติ รวมถึงกลุ่มของนางโสภา กาญจนะ นายก อบจ.สุราษฎร์ธานี และนายชุมพล กาจญนะ, นายชุมพล จุลใส กลุ่ม จ.ชุมพร ซึ่งเป้าที่พรรคภูมิใจไทยตั้งไว้ 30 เก้าอี้คงจะได้ครบ
นายสมชายกล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ตนเคยพูดกับนายพิพัฒน์ว่าหากนายเฉลิมชัยอยู่ไหนตนก็อยู่ที่นั่น เพราะเป็นเพื่อนกัน แยกออกจากกันไม่ได้ ซึ่งตนก็รอคำตอบของนายเฉลิมชัยในวันอังคารที่ 23 ก.ย.นี้ จากนั้นวันพฤหัสบดีที่ 25 ก.ย. ตนจะให้ข่าวได้อย่างชัดเจน

