‘โรม’ เปิดร่างข้อมติ ‘ปราบสแกมเมอร์-อาชญากรรมองค์กรข้ามชาติ’ กลางวงประชุมใหญ่รัฐสภาโลก หลังได้รับเสียงโหวตท่วมท้น บรรจุเป็น ‘วาระเร่งด่วน IPU’ ชงตั้ง 11 กรรมาธิการปรับแก้เนื้อหา ก่อนเสนอรับรอง นำไปสู่การบังคับใช้ทั่วโลก
เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม ที่ศูนย์การประชุมนานาชาติเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ นายรังสิมันต์ โรม ส.ส. บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะสมาชิกรัฐสภาไทย ขึ้นกล่าวถ้อยแถลงเปิดร่างข้อมติว่าด้วย “การดำเนินการของรัฐสภาเพื่อต่อต้านอาชญากรรมองค์กรข้ามชาติ, อาชญากรรมไซเบอร์ และภัยคุกคามแบบผสมผสานต่อประชาธิปไตยและความมั่นคงของมนุษย์” ต่อที่ประชุมใหญ่สมัชชาสหภาพรัฐสภา หรือ IPU สมัยที่ 151 หลังจากร่างข้อมตินี้ที่เสนอโดยประเทศไทยกับชาติพันธมิตร ชนะโหวตด้วยเสียงท่วมท้น ได้รับการบรรจุเป็น “ระเบียบวาระเร่งด่วน” หรือ Emergency item ของ IPU หนนี้
ถือเป็นผลงานครั้งประวัติศาสตร์ของผู้แทนรัฐสภาไทย ในฐานะ “ทีมไทยแลนด์” ซึ่งมี นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นหัวหน้าคณะ พร้อมด้วย ส.ส. ส.ว. และเจ้าหน้าที่จากรัฐสภา ที่สามารถผลักดันร่างข้อมติของไทยให้ได้รับการบรรจุเป็น Emergency item ของ IPU ได้สำเร็จ ทำให้การจัดการกับปัญหาสแกมเมอร์ และอาชญากรรมไซเบอร์ข้ามพรมแดน ซึ่งกำลังหนักหน่วงในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงประเทศไทย เป็นวาระที่ทั่วโลกต้องให้ความสนใจและจับมือกันแก้ไขปัญหา
นายรังสิมันต์ อภิปรายโดยย้ำหลักการความสำคัญขอการจัดการปัญหาสแกมเมอร์และอาชญากรรมองค์กรข้ามชาติ โดยระบุว่า อาชญากรรมเหล่านี้กลายเป็น “อาชญากรรมไฮบริด” และไม่ใช่เรื่องไกลตัวคนทุกคนอีกต่อไปผลของมันนอกจากจะทำให้ผู้คนต้องสูญเสียทรัพย์สิน บางคนสูญเสียอิสรภาพ ถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนรูปแบบต่างๆ จนกลายเป็นปัญหามนุษยธรรมแล้ว ยังเป็นอันตรายต่อประชาธิปไตยด้วย การประกอบอาชญากรรมเหล่านี้กลายเป็นเศรษฐศาสตร์ยอดนิยม สร้างรายได้มหาศาลให้กับองค์กรอาชญากรรม กระทบต่อจีดีพีของประเทศ ความร้ายแรงของปัญหาจึงไม่ใช่แค่ในระดับภูมิภาคแต่เป็นระดับโลก
นายรังสิมันต์ กล่าวถึงความสำคัญของบทบาทรัฐสภา ว่า พวกเราเป็นผู้พิทักษ์สถาบันประชาธิปไตย ผู้ปกป้องสิทธิมนุษยชน และเป็นสะพานเชื่อมระหว่างกฎหมายกับความยุติธรรมชาติพันธมิตรที่ร่วมสนับสนุนร่างข้อมตินี้ ก็ได้ยอมรับถึงความเร่งด่วนของวิกฤตแบบผสมผสาน รวมถึงการก่ออาชญากรรมที่ใช้เทคโนโลยีไซเบอร์ ขบวนการนี้ยังเกี่ยวข้องกับแก๊งค้ายาข้ามชาติและการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ ซึ่งทั้งหมดนี้ร่วมกันบ่อนทำลายความเชื่อมั่นของประชาชน และสั่นคลอนอธิปไตยของชาติ โดยเฉพาะเมื่ออาชญากรรมเหล่านี้ถูกวางแผนหรือได้รับการสนับสนุนโดยรัฐ หรือผู้ที่ไม่ใช่รัฐ ทั้งๆ ที่ละเมิดต่อกฎหมายระหว่างประเทศทุกข้อ
นายรังสิมันต์ กล่าวทิ้งท้ายว่า จะทำหน้าที่ด้วยความเชื่อมั่น และพร้อมจะทำงานในทุกการประชุมของพวกเรา เพื่อให้แน่ใจว่าการมีส่วนร่วมได้เกิดขึ้นอย่างแท้จริง ทั้งหมดนี้ก็เพื่ออนาคต เพื่อความปลอดภัยของผู้คนและโลกของเรา
โดยหลังจากนี้ จะมีการตั้งกรรมาธิการ จำนวน 11 คน เป็นตัวแทนจากทุกกลุ่มภูมิภาคของ IPU ซึ่งมี 6 กลุ่ม แต่ละกลุ่มเสนอชื่อกรรมาธิการได้ไม่เกิน 2 ชื่อ (เสนอ 1 ชื่อก็ได้) โดยในส่วนของผู้แทนรัฐสภาไทย จะเสนอชื่อ ส.ส.รังสิมันต์ เป็นหนึ่งในกรรมาธิการแน่นอน ซึ่งผู้แทนรัฐสภากัมพูชาได้เสนอตัวเป็นกรรมาธิการปรับแก้ร่างข้อมติฉบับนี้ด้วย โดยเสนอตัวตั้งแต่ในการประชุมรอบประสานงานของกลุ่มอาเซียนบวก 3 โดยมีจีนให้การสนับสนุน และผู้แทนรัฐสภาจีนก็จะเสนอบุคคลเข้าร่วมเป็นกรรมาธิการด้วยเช่นกัน

