หน้าแรก การเมือง อาจารย์รัฐศาส...

อาจารย์รัฐศาสตร์ วิเคราะห์ชัยชนะ รองอุ๊ ว่าที่นายก อบจ. ตอกย้ำอิทธิพลบ้านใหญ่ปราจีนฯ

25.01.26 | 22:30 น.

อาจารย์รัฐศาสตร์ วิเคราะห์ชัยชนะ รองอุ๊ ว่าที่นายก อบจ.ปราจีนบุรี ชี้ชัด ผลผลิตโครงสร้างอำนาจท้องถิ่น อิทธิพลบ้านใหญ่ ‘วิลาวัลย์’ สนามยุทธศาสตร์การเมืองระดับชาติ เตรียมความพร้อมก่อนเลือกตั้ง ส.ส.69

เมื่อวันที่ 25 มกราคม รศ.ดร.โอฬาร ถิ่นบางเตียว อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ระบุทางเฟซบุ๊ก Olarn Thinbangtieo วิเคราะหก์ชัยชนะของ รองอุ๊-นายกฤษฎิ์ กษมพันธุ์ ในการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ปราจีนบุรี ที่จัดขึ้นวันนี้ (25 ม.ค.) ความดังนี้

ชัยชนะของ “รองอุ๊” กับโครงสร้างอำนาจการเมืองท้องถิ่นจังหวัดปราจีนบุรี : บ้านใหญ่ เครือข่ายชั้นนำท้องถิ่น นัยความสัมพันธ์กับการเมืองระดับชาติ

ผลการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2569 นายกฤษฎิ์ กษมพันธุ์ (รองอุ๊) ได้รับชัยชนะอย่างขาดลอย แทนตำแหน่งของณภาภัช อัญชสาณิชมน (ส.จ.จอย) ที่พ้นจากสมาชิกภาพจากกรณีการถือหุ้นสื่อ

สะท้อนพลวัตสำคัญของการเมืองท้องถิ่นปราจีนบุรีในฐานะพื้นที่ที่โครงสร้างอำนาจของ “บ้านใหญ่” และ “เครือข่ายชั้นนำท้องถิ่น” ยังคงทำหน้าที่เป็นกลไกหลักในการกำหนดทิศทางทางการเมืองและการจัดสรรอำนาจในระดับพื้นที่ท่ามกลางสถานการณ์ที่แกนนำหลัก “โกทร” ยังถูกจองจำ แต่โครงสร้างอำนาจและเครือข่ายอำนาจยังคงปฏิบัติการกระชับพื้นที่อำนาจ อย่างต่อเนื่อง

ชัยชนะดังกล่าวตั้งอยู่บนฐานของต้นทุนทางการเมืองของบ้านใหญ่ปราจีน “ตระกูลวิลาวัลย์” ผนึกกำลังกับ “เครือข่ายอำนาจ” ที่กฤษฎิ์สั่งสมสร้างฐานอำนาจมาอย่างต่อเนื่อง ผ่านเส้นทางการเมืองในองค์การบริหารส่วนจังหวัด โดยเฉพาะการดำรงตำแหน่งรองนายก อบจ.ปราจีนบุรี ในสมัยของ สุนทร วิลาวัลย์ (โกทร) เป็นศูนย์กลางอำนาจของบ้านใหญ่และเป็นแกนกลางในการประสานเครือข่ายชั้นนำท้องถิ่นในจังหวัดปราจีน

Advertisement

จาก ส.อบจ. ไปจนถีงการดำรงตำแหน่งรองนายก อบจ. ทำให้กฤษฎิ์ได้เข้าไปมีบทบาทในกระบวนการบริหารสะสมประสบการณ์การตัดสินใจ การจัดสรรงบประมาณ และการกำหนดลำดับความสำคัญของนโยบายท้องถิ่น ส่งผลให้เขากลายเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายระดับนำของชนชั้นนำทางการเมืองในระดับจังหวัดอย่างเป็นรูปธรรม ชื่อเสียงของเขาเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางในเครือข่ายการเมืองท้องถิ่น ข้าราชการ กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน ฯลฯ

ในการเลือกตั้งนายก อบจ.ครั้งนี้ แม้กฤษฎิ์จะประกาศลงสมัครในนามอิสระ แต่ในความสัมพันธ์เชิงโครงสร้างอำนาจทางการเมือง ภาพจำทางการเมืองของเขายังคงผูกโยงอย่างแนบแน่นกับ “กลุ่มบ้านใหญ่วิลาวัลย์” และ “เครือข่ายชั้นนำท้องถิ่น” ที่ตนเองสั่งสมสร้างฐานอำนาจมาอย่างยาวนานทั้งในระดับนักการเมืองท้องถิ่น ข้าราชการระดับพื้นที่ ผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และผู้นำชุมชน ฯลฯ

การปรากฏตัวของ ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์ (ดร.โอ๊ะ) อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ บุตรสาวของโกทรนายสมชาย ระวังเหตุ ประธานสภา อบจ.ปราจีนบุรี, ด.ต.ศิลปชัย วงษ์นิกร หรือนายกตุ๋ย นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบางเดชะ, นายสมเกียรติ คำดำ หรือกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน ฯลฯ ที่ไปให้กำลังใจในวันสมัครรับเลือกตั้ง

เป็นการสื่อสารการเมืองเชิงสัญลักษณ์ในความสัมพันธ์เชิงโครงสร้างอำนาจทางการเมืองท้องถิ่น เป็นการยืนยันความต่อเนื่องของเครือข่ายอำนาจ ตระกูลวิลาวัลย์ในฐานะบ้านใหญ่ปราจีน และตอกย้ำสายสัมพันธ์ระหว่างการเมืองท้องถิ่น

ในเชิงโครงสร้างอำนาจ การเลือกตั้งนายก อบจ.ปราจีนบุรี ครั้งนี้สะท้อนลักษณะสำคัญของการเมืองท้องถิ่นไทย คือการเมืองแบบเครือข่ายชั้นนำ (elite network politics) การผนึกกำลังในเชิงยุทธศาสตร์การเมืองซึ่งต้องอาศัยการผสานเครือข่ายชนขั้นนำท้องถิ่นและความสัมพันธ์ทางสังคมในระดับพื้นที่ ตั้งแต่ บ้านใหญ่ เครือข่ายนักการเมืองในองค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล ไปจนถึงกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้นำกลุ่มผลประโยชน์ในท้องถิ่น เครือข่ายเหล่านี้ทำหน้าที่เป็นฐานสำคัญในการระดมทรัพยากร และคะแนนเสียง ซึ่งช่วยค้ำจุนความต่อเนื่องของอำนาจบ้านใหญ่และชนชั้นนำท้องถิ่นในระยะยาว จนทำให้ได้รับชัยชนะและการเลือกตั้งครั้งนี้

นอกจากนี้ การเลือกตั้งนายก อบจ.ปราจีนบุรี ยังถูกตีความในฐานะสนามยุทธศาสตร์ของการเมืองระดับชาติ ที่ทำหน้าที่เตรียมความพร้อมก่อนการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในเดือนกุมภาพันธ์ 2569

ชัยชนะของกฤษฎิ์จึงมีความหมายในฐานะสัญญาณของการจัดระเบียบเครือข่ายอำนาจใหม่ภายในจังหวัด และเป็นตัวชี้วัดศักยภาพของเครือข่ายบ้านใหญ่ในการระดมคะแนนเสียงเพื่อสนับสนุนผู้สมัครในการเมืองระดับชาติที่ตนเองสนับสนุน การเลือกตั้งครั้งนี้ภายหลังจากที่เครือข่ายดังกล่าวเผชิญแรงท้าทายจากกระแสการเมืองใหม่ในการเลือกตั้งปี 2566

ในบริบทนี้การเมืองท้องถิ่นปราจีนบุรีทำหน้าที่เป็นฐานโครงสร้าง (structural base) ของการเมืองระดับชาติ โดยบ้านใหญ่และเครือข่ายชั้นนำท้องถิ่นใช้พื้นที่ท้องถิ่นเป็นทั้งแหล่งสะสมทุนทางการเมือง พื้นที่ต่อรองอำนาจ และกลไกในการเชื่อมประสานกับพรรคการเมืองระดับประเทศ การเคลื่อนไหวของแกนนำบ้านใหญ่ในช่วงหลังสะท้อนความพยายามในการหลอมรวมเครือข่ายอำนาจระดับพื้นที่เข้ากับโครงสร้างพรรคการเมืองในค่ายสีน้ำเงิน เพื่อรักษาความได้เปรียบเชิงโครงสร้างท่ามกลางการแข่งขันทางการเมืองที่เข้มข้นขึ้นอย่างต่อเนื่อง

การเมืองของการเลือกตั้งนายก อบจ.ทำให้เราเห็นว่าชัยชนะของ “รองอุ๊” เป็นผลผลิตของโครงสร้างอำนาจท้องถิ่น อิทธิพลของการเมืองบ้านใหญ่ และการเมืองเชิงเครือข่ายของชนชั้นนำท้องถิ่น ที่ฝังรากลึกในจังหวัดปราจีนบุรี และดำรงอยู่ผ่านความสัมพันธ์ระหว่างบ้านใหญ่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และพรรคการเมืองระดับชาติ

การเลือกตั้ง อบจ.ครั้งนี้สะท้อนความต่อเนื่องและการปรับตัวของการเมืองแบบบ้านใหญ่และชี้ให้เห็นบทบาทของการเมืองท้องถิ่นในฐานะพื้นที่ยุทธศาสตร์ของการแข่งขัน การจัดวางอำนาจ และเครือข่ายความสัมพันธ์ทางอำนาจในการเมืองในท้องถิ่นที่จะเป็นรากฐานสำคัญสำหรับการเมืองการเลือกตั้งในระดับชาติในครั้งนี้