หน้าแรก การเมือง ภูมิใจไทย ย้ำ...

ภูมิใจไทย ย้ำไม่กระทบสัมพันธ์ ถอนชื่อพ้นร่างแก้รธน.เพื่อไทย ขอดูก่อน หากปรับแล้วจะร่วมหนุนหรือไม่

4.06.26 | 14:00 น.

‘ภราดร’ ลั่นไม่มีปัญหา กระทบพรรคร่วม หลัง ภท.ถอนชื่อหนุนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อไทย ยันคุยกันตลอด แจงเหตุหวั่นขัดคำวินิจฉัยศาล รธน.

เมื่อเวลา 13.15 น. วันที่ 4 มิถนายน ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีที่พรรคภูมิใจไทยมีมติถอนชื่อออกจากร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทยว่า พรรคภูมิใจไทยได้หารือกันถึงข้อกังวลจากฝ่ายกฎหมายของพรรค และคนที่ดูรัฐธรรมนูญมาโดยตลอด ทั้งนายนิกร จำนง นายศุภชัย ใจสมุทร ที่ท้วงติงว่าร่างของพรรคเพื่อไทยมีปัญหาและอาจไปขัดกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ 8/66 ที่วินิจฉัยว่ากรณีสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนโดยตรง ซึ่งร่างของพรรคเพื่อไทยกำหนดเอาไว้ว่าให้แต่ละจังหวัดไปเลือก 3 คน และส่งให้รัฐสภา เป็นผู้เลือก ซึ่งเรามองว่าอาจขัดคำวินิจฉัยของศาล

นายภราดรกล่าวว่า จากนั้นได้หารือกับพรรคเพื่อไทยในประเด็นนี้ ที่มีสมาชิกของพรรคภูมิใจไทยกว่า 30 กว่าคนไปร่วมสนับสนุนร่างแก้ไขของพรรคเพื่อไทย ทำให้พรรคภูมิใจไทยกังวล จึงขออนุญาตใช้สิทธิไม่ลงชื่อร่วมเป็นผู้สนับสนุนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ และได้คุยกับหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เลขาธิการพรรค และนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ เรียบร้อยแล้ว

ผู้สื่อข่าวถามว่า หากพรรคเพื่อไทยกลับไปแก้ร่างจะพิจารณาอย่างไร นายภราดรกล่าวว่า พรรคภูมิใจไทย บอกข้อกังวลที่มีต่อร่างของพรรคเพื่อไทยไปแล้วว่าคืออะไร จึงขึ้นอยู่กับพรรคเพื่อไทยว่าจะไปพูดคุยกันในพรรคว่ามีความเห็นในข้อกังวลของพรรคภูมิใจไทยอย่างไร และจะดำเนินการแก้ไขร่างอย่างไร

เมื่อถามว่า หากแก้ไขข้อกังวลแล้ว พรรคภูมิใจไทยจะร่วมลงชื่อสนับสนุนหรือไม่ นายภราดรกล่าวว่า ขอพิจารณาก่อน ที่จริงได้หารือกันมาโดยตลอดเพราะพรรคภูมิใจไทยและพรรคเพื่อไทยหารือกันมาตั้งแต่วันแรก โดยคุยกับนายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ที่ระบุว่าพรรคมีสมาชิก 70 คน ไม่สามารถยื่นได้ซึ่งได้ตอบไปว่าก็พร้อมที่จะสนับสนุน แต่เมื่อมีข้อกังวลก็ต้องเรียนไปตามตรง

เมื่อถามว่า จะเกิดความขัดแย้งและกระทบกับความร่วมมือในพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่ นายภราดรกล่าวว่า ไม่มี จะกระทบหากไม่มีการพูดคุยกัน อาจจะมีการเข้าใจผิดกันได้ แต่เมื่อคุยและหารือกันเชื่อว่าจะไม่มีความกระทบกระเทือนกัน เพราะแยกส่วนฝ่ายนิติบัญญัติกับฝ่ายบริหาร มีข้อกังวลตรงไหนก็พูดคุยกัน ขณะที่ฝ่ายบริหารก็ทำงานไป

Advertisement