พริษฐ์ ยกคำวินิจฉัยศาล รธน. แย้ง ภท. ชี้ชัดที่มา ส.ส.ร.ไม่เข้าข่ายเลือกโดยตรง ไม่เสี่ยงขัดคำวินิจฉัยแน่ ย้อนถาม ถ้ากังวลจริง ก่อนหน้านี้ยกมือรับหลักการทำไม ย้ำเพื่อไทย หากเอาเสียง ปชน.ไปรวม ยื่นร่างเดิมเข้าสภาได้แล้ว
จากกรณีนายนิกร จำนง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ชี้แจงมติพรรคภูมิใจไทยถอนชื่อจากการลงชื่อสนับสนุนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทย โดยอ้างถึงคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ที่ 18/2568 สุ่มเสี่ยงจะขัดกัน ในส่วนที่ว่าการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ต้องเป็นไปตามบทบัญญัติ หมวด 15 การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ซึ่งรัฐสภามีอำนาจแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญได้ แต่รัฐสภาไม่อาจให้ประชาชนเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญได้โดยตรง เนื่องจากร่างของพรรคเพื่อไทยกำหนดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) โดยตรง 300 คน และให้รัฐสภาเลือกให้เหลือ 100 คน อาจเป็นประเด็นโต้แย้งได้ในเรื่องเจตจำนงของประชาชนในการเลือก ส.ส.ร.นั้น
เกี่ยวกับเรื่องนี้ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน ระบุทางเฟซบุ๊กช่วงดึกวันที่ 4 มิถุนายนว่า สัปดาห์ที่แล้ว ทางผมและ ส.ส.พรรคประชาชน ได้ร่วมลงชื่อให้กับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทย เนื่องจากเราเห็นว่าร่างของพรรคเพื่อไทยมีหลักการที่สอดคล้องกับแนวคิดของพรรคประชาชน ในการสนับสนุนให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการเลือกตั้ง ส.ส.ร. และในการไม่เพิ่มอำนาจพิเศษให้กับสมาชิกวุฒิสภามาชี้ขาดเรื่องเนื้อหาในร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
- ภท.แจงยิบเหตุสั่งส.ส. ถอนชื่อร่างเพื่อไทย ยันไม่กระทบสัมพันธ์พรรคร่วม แต่ห่วงที่มาส.ส.ร. เสี่ยงทำรบ.ล้ม
- เพื่อไทย ถอย ไม่ยื่นร่างแก้รธน. ขอคุยภูมิใจไทย หลังถอนชื่อ พร้อมปรับที่มาสสร.
อย่างไรก็ตาม ผมได้ทราบจากข่าวว่า ทาง ส.ส.จากพรรคภูมิใจไทย ที่เคยลงชื่อให้กับร่างของพรรคเพื่อไทย มีความประสงค์จะถอนรายชื่อของตนออก โดยให้เหตุผลว่าพรรคภูมิใจไทยมีความกังวลว่าร่างของพรรคเพื่อไทยจะขัดคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ 18/2568
1.ผมเห็นว่าข้ออ้างของพรรคภูมิใจไทยมีความน่าสงสัย เพราะ :
– 1.1. คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ 18/2568 กำหนดเพียงแค่ว่า “รัฐสภาไม่อาจให้ประชาชนเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญได้โดยตรง” แต่ผมเห็นว่าร่างของพรรคเพื่อไทยกำหนดให้ ส.ส.ร.มีบางส่วนที่รัฐสภาคัดเลือกจากรายชื่อบุคคลที่ประชาชนเลือกตั้งมาในเบื้องต้น จึงไม่ควรจะเข้าข่าย “การเลือกโดยตรง” ที่จะเสี่ยงไปขัดกับคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ
– 1.2. หาก ส.ส.พรรคภูมิใจไทย กังวลเรื่องคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ 18/2568 (10 ก.ย.2568) จริงตามที่อ้าง เหตุใดในการประชุมรัฐสภา 1 เดือนหลังจากนั้น (15 ต.ค.2568) ส.ส.พรรคภูมิใจไทย ยังคงลงมติรับหลักการ ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทยในวันนั้น ที่มีเนื้อหาเหมือนหรือแทบจะไม่ต่างกับร่างของพรรคเพื่อไทยในวันนี้
2.ผมเคารพสิทธิของพรรคเพื่อไทย ในการพิจารณาว่าจะเดินหน้าต่ออย่างไร
– 2.1. หากพรรคเพื่อไทยมีความประสงค์จะเดินหน้าต่อด้วยร่างที่ได้จัดทำมาแล้ว ทางผมและ ส.ส.พรรคประชาชนก็พร้อมสนับสนุนต่อไปในการลงชื่อ – ความจริงแล้ว รายชื่อ ส.ส.พรรคประชาชน 30+ คน ที่ได้ลงชื่อไปแล้ว ก็น่าจะเพียงพอให้พรรคเพื่อไทยสามารถเสนอร่างเข้าสู่รัฐสภาได้อยู่แล้ว (รธน.กำหนดให้ต้องได้รายชื่อ ส.ส.อย่างน้อย 100 คน / ส.ส.พรรคเพื่อไทย 70+ คน + ส.ส.พรรคประชาชน ที่ลงชื่อไปแล้ว 30+ คน ก็เพียงพอแล้ว)
– 2.2. แต่หากพรรคเพื่อไทยมีความประสงค์จะนำร่างไปปรับ ทางเราก็เคารพสิทธิของพรรคเพื่อไทย โดยหากพรรคเพื่อไทยยังคงต้องการรายชื่อจาก ส.ส.พรรคประชาชน สำหรับร่างใหม่ ทางเราคงต้องพิจารณาจากเนื้อหาในร่างใหม่ของพรรคเพื่อไทยอีกครั้งหนึ่งก่อนดำเนินการลงชื่อใดๆ

