‘โฆษกกมธ.พัฒนาการเมืองฯ’ เผย พิรุธเพียบ หลัง รองอธิบดีปกครองฯ ให้ข้อมูลขัดแย้งกันเอง ปม แชตไลน์ ‘ช่วยน้ำเงินด้วย’ บอก เป็นเรื่องเทคนิคลงรายละเอียดไม่ได้ ขณะ กมธ.พิสูจน์กลางที่ประชุม ไม่พบไลน์อธิบดีฯแล้ว ย้ำ ต้องไม่มีใครโดนกลั่นแกล้ง มีมติ 3 ข้อ ดำเนินการต่อ
เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน เวลา 13.10 น.ที่รัฐสภา น.ส.ชลณัฏฐ์ โกยกุล ส.ส.กทม.พรรคประชาชน ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร แถลงผลการประชุมเรื่องร้องเรียนขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับพฤติการณ์การใช้อำนาจหน้าที่และการวางตัวเป็นกลางทางการเมืองของอธิบดีกรมการปกครองเรื่อง ช่วยน้ำเงินด้วย ว่า เบื้องต้นได้มีการชี้แจงจาก นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร อดีตปลัดจังหวัดภูเก็ต กรณีถูกสั่งย้ายด่วนแบบฟ้าผ่า หลังจากลงพื้นที่บังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด จากการบุกรุกพื้นที่สาธารณะในจังหวัดภูเก็ต นายรุ่งเรืองยืนยันว่าสาเหตุการย้าย เพราะมีการร้องเรียนเรื่องการเรียกรับผลประโยชน์ เป็นการจัดฉากเพื่อที่จะเอาตนออกจากพื้นที่ นายรุ่งเรืองยังได้เปิดเผยหลักฐานสำคัญซึ่งเป็นบทสนทนาทางไลน์ ว่าให้ช่วยน้ำเงินด้วย นายรุ่งเรืองได้ยืนยันต่อกรรมาธิการว่าการที่บอกว่า “100% ครับนาย” เป็นไปด้วยความตกใจในฐานะผู้ใต้บังคับบัญชา ซึ่งไม่สามารถที่จะปฏิเสธคำขอของผู้บังคับบัญชาได้

น.ส.ชลณัฏฐ์ กล่าวว่า ส่วน นายวินัย โตเจริญ รองอธิบดีกรมการปกครอง ที่มาชี้แจงแทน นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง ได้ชี้แจงว่าโดยปกติการสั่งย้ายของกรมฯ จะทำตามระบบราชการที่มีหนังสือชัดเจน ส่วนไลน์มีการใช้เพียงเพื่อประชาสัมพันธ์ ส่วนข้อความช่วยน้ำเงินด้วย นายวินัยระบุว่า เป็นเรื่องส่วนบุคคลขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบ รวมทั้งการชี้แจงของอธิบดีต่อกระทรวงมหาดไทยด้วย อย่างไรก็ตามในกรรมาธิการ เกิดการถกเถียงอย่างหนักเมื่อรองอธิบดีกรมการปกครอง ให้ข้อมูลขัดแย้งกันเองถึง 3 ครั้ง ว่า การตั้งคณะกรรมการสอบสวน ที่ตอนแรกรองอธิบดีฯบอกว่าได้มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนไปแล้ว แต่สุดท้ายสรุปว่าไม่ทราบ และยังไม่มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวน
น.ส.ชลณัฏฐ์ กล่าวต่อว่า ทางสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ชี้แจงว่า ราชการต้องวางตัวเป็นกลางทางการเมืองตลอด 24 ชั่วโมง แล้วต้องมีมารยาททางการเมืองดังนั้นเมื่อมีข้อห้าม ไม่ให้ข้าราชการไปสนับสนุนเรื่องการเลือกตั้งหรือพรรคการเมืองใดๆ จึงถือว่าข้าราชการทำไม่ได้ และหากผู้บังคับบัญชาละเลย ไม่ตั้งคณะกรรมการสอบสวนทั้งที่มีมูลความผิด ผู้บังคับบัญชาก็อาจจะมีความผิด ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ได้ ส่วนคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้แจงว่า ได้รับเรื่องร้องเรียนเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน ว่าเขาขายการทุจริตต่อหน้าที่หรือไม่
โฆษกกมธ.กล่าวว่า ในกรรมาธิการได้มีการตั้งข้อสังเกตถึงความผิดปกติของการโยกย้ายนายอำเภอ กว่า 300 ตำแหน่ง ช่วงก่อนการเลือกตั้งเพียง 1-2 เดือน ซึ่งกว่า 50% ของผู้ที่ถูกโยกย้ายเข้าไปทำหน้าที่เป็นประธานอนุกรรมการการเลือกตั้งประจำเขต ประมาณ 120 เขตเลือกตั้ง 40 กว่าจังหวัด ซึ่งถือว่าเป็นตำแหน่งสำคัญในการคุมการเลือกตั้ง ขณะที่น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานกมธ.ฯได้จี้ถามถึงเส้นแบ่งความสงบเรียบร้อยและข้อมูลเพื่อประโยชน์ทางการเมือง จึงอยากให้หน่วยงานรัฐแสดงความกล้าหาญในการตรวจสอบผู้มีอำนาจอย่างเท่าเทียม นายอนุสรณ์ แก้ววิเชียร ส.ส.นนทบุรี พรรคประชาชน ในฐานะรองประธานกมธ.ฯได้ตั้งข้อสังเกตถึงข้อพิรุธในการตอบคำถามของรองอธิบดีกรมการปกครอง ที่ไม่ตรงกันและได้ย้ำว่าในชั้นศาลพยานหลักฐาน ทาง นิติวิทยาศาสตร์จะพิสูจน์ความจริงเรื่องแช็ตไลน์ได้ อย่างแน่นอน

“ดังนั้น เพื่อให้เกิดความโปร่งใสทางกรรมาธิการจึงมีมติให้ดำเนินการดังนี้ 1.ทำหนังสือถึงปลัดกระทรวงมหาดไทยเพื่อสอบถามความคืบหน้า และให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีแช็ตไลน์ช่วยน้ำเงินด้วย 2. ทำหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเพื่อรายงานพฤติการณ์ และการใช้อำนาจรัฐ ที่ส่อไปในทางไม่เป็นกลางทางการเมือง เพราะมีการโพสต์ในไลน์กลุ่ม อส. ให้ช่วยน้ำเงินอย่างชัดเจน จึงต้องการให้มีการดำเนินการสอบสวนเรื่องนี้ให้ถึงที่สุด และ3. เลือกเอกสารเพิ่มเติมจากกรมการปกครอง ถึงข้อมูลสถิติการโยกย้ายย้อนหลังตั้งแต่ปี 2562 เพื่อนำมาเปรียบเทียบความผิดปกติของการโยกย้ายครั้งนี้” น.ส.ชลณัฏฐ์ กล่าว
น.ส.ชลณัฏฐ์ กล่าวว่า ประธานกมธ.ฯได้ย้ำว่าอำนาจรัฐต้องไม่ถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองของฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด และเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องการกลั่นแกล้งกัน หรือเป็นเรื่องความขัดแย้งในตัวบุคคล แต่ต้องการพิสูจน์ว่าระบบราชการและองค์กรอิสระของไทยยังมีความน่าเชื่อถือ เป็นที่พึ่งของประชาชนได้หรือไม่ เพราะถ้าข้าราชการที่ทำงานสุจริตต้องถูกย้ายเพราะไม่ยอมก้มหัวให้การเมือง สังคมไทยจะไม่เหลือความหวังอะไรแล้ว
เมื่อถามว่า กมธ.ฯจะพิจารณาเรื่องนี้ต่อหรือไม่ นางสาวชลณัฏฐ์ กล่าวว่า จากที่กรรมาธิการเชิญ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มาชี้แจงวันนี้แต่ไม่ได้มา ได้ทำหนังสือขอเลื่อนชี้แจงต่อ กมธ.เป็นวันที่ 18 มิ.ย.นี้ จึงต้องรอดูว่าจะมาชี้แจงหรือไม่
ต่อข้อถามว่าทางรองอธิบดีกรมการปกครอง ได้ชี้แจงเกี่ยวกับการใช้งานของไลน์ว่าเป็นสาธารณะหรือไม่อย่างไร น.ส.ชลณัฏฐ์ กล่าวว่า รองอธิบดีฯชี้แจงว่าเรื่องทางเทคนิคจะไม่สามารถลงรายละเอียดได้ แต่ยืนยันว่าการติดต่อกันทางไลน์ไม่ได้ทำแบบเป็นทางการ เป็นการติดต่อกันส่วนบุคคล โดยในที่ประชุมมีการทดสอบโดยนำหมายเลขโทรศัพท์ไปแอดไลน์ ปรากฏว่าปัจจุบัน ไลน์ดังกล่าวไม่สามารถเพิ่มเพื่อนได้แล้ว ทั้งที่ก่อนหน้านี้สามารถเพิ่มได้ จึงไม่มั่นใจว่าไลน์ของนายนฤชา หายไปไหน และการที่อธิบดีกรมการปกครองมอบหมายให้รองอธิบดีฯ มาชี้แจงแทนสรุปว่าไม่สามารถที่จะตอบคำถามในบางอย่างได้ให้ความชัดเจนถึงข้อสงสัยและข้อเท็จจริงที่ กมธ.ถามได้




