หน้าแรก การเมือง นายกฯ นำแถลงย...

นายกฯ นำแถลงยึดทรัพย์เครือข่ายหลอกลวง คืนเงินผู้เสียหาย 25 ล้าน ลั่น พร้อมใช้มติครม. อุดช่องโหว่

12.06.26 | 14:53 น.

“นายกฯ” นำแถลงยึดทรัพย์เครือข่ายหลอกลวง พร้อมคืนเงินผู้เสียหายกว่า 25 ล้านบาท ชี้ ความสำเร็จไม่ใช่แค่จับคนผิด บอกพวกนี้ในคุกก็เปลืองข้าวสุก แต่ต้องคืนเงินประชาชน ลั่น พร้อมใช้มติ ครม. – พ.ร.ก.อุดช่องโหว่ คนทำผิดต้องสลดหลาบจำ

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 12 มิถุนายน ที่สำนักงานป้องกันปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เป็นประธานการแถลงข่าว การยึดและอายัดทรัพย์สินรายคดีสำคัญ และการคืนเงินให้แก่ผู้เสียหายตามคำสั่งศาล โดยมี นายเทพสุ บวรโชติดารา เลขาฯปปง. และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมแถลงข่าว

ก่อนเริ่มการแถลงข่าว นายกฯได้นำผู้เข้าร่วมงานยืนสงบนิ่งถวายความอาลัย เพื่อแสดงความจงรักภักดีและน้อมสำนึกในพระกรุณาธิคุณ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

นายกฯกล่าวว่า หลังจากก่อนหน้านี้มีการแถลงผลปฏิบัติการ “พิฆาตยาเสพติด” เครือข่าย “หนูเฉิน” และเครือข่ายคนจีนผู้กระทำผิด ซึ่งเป็นการปราบปรามยาเสพติดล็อตใหญ่ วันนี้เป็นอีกหนึ่งประเด็นสำคัญต่อความมั่นคงปลอดภัยในชีวิตของพี่น้องประชาชน คือ การยึดและอายัดทรัพย์สินของมิจฉาชีพที่หลอกลวงประชาชนนำไปสู่กระบวนการคืนเงินให้กับผู้เสียหาย ถือว่าเป็นเรื่องที่มีความสำคัญมาก เพราะเมื่อถูกหลอกลวงความทุกข์ที่สุดคือการที่คิดว่าจะไม่ได้เงินคืน ซึ่งเป้าหมายของเราไม่ได้เพียงแค่จับดำเนินคดีเพียงอย่างเดียว พวกนั้นอยู่ในคุกก็เปลืองข้าวสุก แต่ต้องเร่งนำทรัพย์สินที่ประชาชนถูกหลอกลวงกลับคืน

อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จเหล่านี้จะเกิดขึ้นไม่ได้ ถ้าทุกท่านไม่ให้ความร่วมมือ จึงต้องกราบขอบพระคุณเพื่อนร่วมงานทุกคนที่ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี และไม่หวั่นไหวต่ออิทธิพลใดๆ ทุกครั้งที่ทำงานใหญ่แบบนี้ท่านคงเคยประสบปัญหาการให้ปัดเป่าคดี การผ่อนหนักเป็นเบา ผ่อนเบาเป็นหาย แต่ตั้งแต่ตนเข้ามาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ด้วยความสัมพันธ์ และความเชื่อมั่นที่ตนมีต่อทีมงาน ปปง.ทุกคน ทำให้การทำงานเกิดผลสัมฤทธิ์ ซึ่งรัฐบาลให้ความสำคัญกับความสำเร็จของกระบวนการนี้เป็นอย่างยิ่ง

Advertisement

“ที่มีคำถามว่ารู้ไหมว่าผมเป็นใคร เราไม่ได้สนใจว่าเขาเป็นใคร ทุกท่านพูดได้เต็มปากว่าเป็นใครไม่สน สิ่งเหล่านี้พวกเราแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าเราไม่พยายามให้ยาความจำกับเขา แต่ให้เขาไปทบทวนความจำในคุก ไม่ต้องให้เขาถามว่ารู้ไหมว่าเขาเป็นใคร แต่ต้องให้เขาถามว่า ทำไมถึงคิดผิดที่ต้องทำสิ่งชั่วร้ายเหล่านี้ ทำไมถึงกล้าที่จะมาทำร้ายประชาชนชาวไทยที่มีกฎหมายควบคุม และมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลสารทุกข์สุกดิบอยู่ นี่คือเป้าหมายของเรา ตั้งแต่เข้ามาเป็นรัฐบาลแรกจนถึงรัฐบาลที่สอง มูลค่าทรัพย์สินที่สามารถประเมินเป็นมูลค่าต่างๆ เราได้ทำการยึดทรัพย์มาจำนวนมากกว่า 40,000 ล้านบาท แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจจริง และความไม่หวั่นไหวต่ออำนาจอิทธิพลใดๆ ตามเจตนารมณ์ของรัฐบาลที่มอบหมายให้กับพวกท่าน ที่ให้เป็นทั้งผู้บำบัดทุกข์ บำรุงสุข ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ พิชิตอันธพาล อภิบาลประชาชน ซึ่งรัฐบาลจะดำเนินการต่อไปตราบใดที่คนเหล่านี้ยังไม่ได้ยำเกรงต่อกฎหมายบ้านเมือง“ นายกฯระบุ

นายกฯกล่าวอีกว่า สำหรับผู้กระทำความผิดมีทั้งชาวไทยและต่างชาติ ต้องถือว่าเป็นความผิดมหันต์ที่มารังแกคนไทย ซึ่งต้องเพิ่มความเข้มข้นความเด็ดขาดในการปราบปรามคดี และการยึดทรัพย์ ในฐานะหัวหน้ารัฐบาลที่ไม่ใช่แค่นายกรัฐมนตรีแต่เป็น รมว.มหาดไทยด้วย กำกับดูแลสำนักงาน ปปง. ด้วยตนเอง เพื่อให้ทุกท่านสบายใจว่าเมื่อปฏิบัติภารกิจซึ่งกระทำด้วยเจตนาที่ต้องการปกป้องประเทศ และประชาชน ท่านจะมีนายกรัฐมนตรีเป็นผู้ที่รับผิดชอบการกระทำของท่านทุกคน

พร้อมกันนี้ จะเร่งแก้ไขกฎหมายทุกด้านที่เป็นช่องโหว่ให้มีความรัดกุมมากที่สุด ตนและ รมว.ยุติธรรม ตกลงกันแล้วกับผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ว่าถ้าตรงไหนมีช่องโหว่จะใช้มติคณะรัฐมนตรีอุดช่องโหว่นั้น อาจจะออกเป็นมาตรการประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี แต่ถ้าไม่ทันใจจะออกเป็นพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) โดยใช้มติของคณะรัฐมนตรีในการช่วยสนับสนุนภารกิจของทุกท่าน ถ้าคนกระทำผิดยังคิดว่าจะมีช่องโหว่ออกมาพูดลอยหน้าลอยตาโดยไม่ยำเกรงกฎหมาย จากนี้ไปคอต้องตก ต้องสลด สำนึกในการกระทำ ยืนยันว่า รัฐบาลและหน่วยงานจะดำเนินการอย่างเต็มที่ให้หลาบจำ เพราะสิ่งที่ประเมินค่าไม่ได้คือชื่อเสียงของประเทศไทย ความเชื่อมั่นของต่างชาติ หรือแม้แต่คู่ค้าของประเทศหากมีเรื่องเหล่านี้จะเกิดผลกระทบทำให้เขาไปเลือกประเทศอื่นส่งผลให้ประเทศไทยเสียโอกาสมากมาย วันนี้เราจึงต้องเรียกแขกทั้งหมดให้กลับมาประเทศไทยอีกครั้ง เพื่อที่เขามาแล้วเงินทุกบาททุกสตางค์ของเขามีความคุ้มค่า และปลอดภัย นี่คือสิ่งที่ทุกฝ่ายต้องร่วมกันทำ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการยึดและอายัดทรัพย์สินเพิ่มเติมรอบนี้ มีการยึดและอายัดทรัพย์สินนายวิริยะกับพวก หลังพบมีธุรกรรมเชื่อมโยงกับเครือข่ายบัญชีม้าของเว็บไซต์พนันออนไลน์ จำนวน 128 รายการ มูลค่ากว่า 173 ล้านบาท และยึดและอายัดทรัพย์สิน น.ส.ธัญชนกกับพวก หลังพบพฤติกรรมลักลอบหนีภาษี จำนวน 104 รายการมูลค่า 94 ล้าน นอกจากนี้ ยังขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินในคดีของนางสาวแตงไทย เครือข่ายของยิมเลียก รวมมูลค่าจำนวน 20,288 ล้านบาท และยังนำเงินส่งคืนผู้เสียหายรวม 4 ราย 25 ล้านบาท