หน้าแรก การเมือง นพดล เชื่อไทย...

นพดล เชื่อไทยเหนือชั้นกว่า ได้ 2 อดีตปธ.ศาลทะเลโลกร่วมทีม ชี้ สภาสูงไทยปรับทำงานเชิงรุก พร้อมตอบโต้ ‘ฮุน เซน’

17.06.26 | 11:35 น.

‘สว.นพดล’ ชี้ ไทยเหนือชั้นกว่ากัมพูชาได้ 2 อดีตประธานศาลกฎหมายทะเลระดับโลกช่วยสู้ ยกเคสเคยชนะคดีติมอร์เลสเต-ออสเตรเลีย มาแล้ว อวยมีประสบการณ์-ต้นทุนสังคมสูง โต้กัมพูชาเป็นไปได้ยาก แบ่งเค้กก่อนลากเส้นเขตแดน ยันไม่ยอมแล้ว สภาสูงไทยปรับทำงานเชิงรุก หาก ‘ฮุน เซน’ โพล่งอะไรอีก พร้อมโต้ทันที

 

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 17 มิถุนายน ที่รัฐสภา นายนพดล อินนา สว. ในฐานะประธานคณะกรรมการที่ปรึกษาด้านต่างประเทศ วุฒิสภา ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ตั้งนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เป็นหัวหน้าคณะเจรจาฝ่ายไทย และนายทรงชัย ชัยปฏิยุทธ เอกอัครราชทูต ณ กรุงคูเวต เป็นรองหัวหน้าคณะ เพื่อเข้าร่วมกระบวนการประนอมภาคบังคับภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทางทะเล ค.ศ. 1982 (UNCLOS) ในกรณีข้อพิพาททางทะเลระหว่างไทยและกัมพูชา

โดยนายนพดล กล่าวว่า มีความเหมาะสมมากที่นายสีหศักดิ์เป็นหัวหน้าคณะ และเอกอัครราชทูต ณ กรุงคูเวต ซึ่งเคยเป็นอดีตรองอธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมายระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ ฉะนั้น น่าจะมีข้อมูลครบถ้วนที่จะไปสนับสนุนนายสีหศักดิ์ คงจะทำงานเป็นทีมกันได้ด้วยดี ส่วนทางฝั่งกัมพูชาก็ได้ตั้งนายปรัก สุคน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชา เป็นหัวหน้าคณะเหมือนกัน และมีรัฐมนตรีกิจการชายแดนเข้ามาเป็นรองหัวหน้าคณะ ซึ่งตนมองว่าฝ่ายไทยดำเนินการตามขั้นตอนได้ดี

นายนพดล กล่าวต่อว่า ในส่วนกรรมาธิการทั้ง 2 คน ที่ฝ่ายไทยเสนอ ได้แก่ Judge Albert Hoffmann ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายระหว่างประเทศจากแอฟริกาใต้ และ Judge Rudiger Wolfrum นักกฎหมายชาวเยอรมัน ต้องยอมรับว่ามีความเชี่ยวชาญ มีประสบการณ์และอาวุโสทั้งคู่ เพราะทั้งคู่เป็นประธานศาลกฎหมายทางทะเลระหว่างประเทศ

Advertisement

“นานๆ จะเสนอประธานทั้งคู่ ซึ่งก็จะมีความเชี่ยวชาญทางทะเลเป็นอย่างมาก ท่านหนึ่งเคยเป็นผู้ประนอมภาคบังคับของติมอร์-เลสเต และออสเตรเลีย เช่นเดียวกัน เป็นที่น่าสังเกตว่าทางติมอร์-เลสเตในอดีตเคยเสนอท่านนี้เป็นผู้ประนอม แสดงว่าท่านนี้ต้องมีความโดดเด่นมากทีเดียว และอย่าลืมว่ากรณีติมอร์-เลสเต และออสเตรเลีย ติมอร์-เลสเตได้เปรียบในเรื่องนี้” นายนพดล กล่าว

นายนพดล กล่าวว่า ฝั่งไทยจะไม่เสียเปรียบ เผลอๆจะมีความเหนือชั้นกว่าด้วยซ้ำไป แต่อย่างที่ตนเรียนมาโดยตลอด คณะกรรมาธิการทั้งหมดก็มีหน้าที่เสนอแนะ และรับฟังข้อคิดเห็นจากทั้งฝ่ายไทยและกัมพูชา ทั้งหมดนี้อยากให้มั่นใจได้ว่าบุคคลที่ถูกเสนอมาทั้งหมดเป็นผู้ทรงคุณวุฒิ และมีต้นทุนทางสังคมระดับโลกสูง คงไม่ทำอะไรที่ผิดกติกาของ UNCLOS โดยต้องลากเส้นตามหลักคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ ชัดเจนมาก จะไปทำอะไรนอกเหนือจากนี้คงไม่ได้ และตนคิดว่าท่านเหล่านั้นคงไม่ไปทำเพราะต้นทุนสูง และประสบการณ์ที่ท่านสะสมมา จนมาถึงวันนี้ก็ไม่ใช่ง่าย ดังนั้น จึงไม่น่าวิตกมากนัก

เมื่อถามว่า มองว่าต่อไปแผนของประเทศกัมพูชาจะมีการคุยเรื่องผลประโยชน์ก่อนที่จะมีการแบ่งเขตแดน และต้องเจรจาอย่างไรให้เหนือกว่าประเทศกัมพูชา นายนพดล กล่าวว่า ตนคิดว่ากระทรวงการต่างประเทศของเรารับทราบข่าวเบื้องต้นแล้ว และพยายามที่จะแย้งเรื่องนี้ ซึ่งก็ถูกต้องแล้ว เพราะกรรมาธิการทั้ง 5 คน เขามีแค่ข้อเสนอแนะเท่านั้นเอง ที่จะทำให้เกิดความเป็นธรรม ซึ่งการที่จะไปดำเนินการตามฝั่งกัมพูชาเสนอว่าหากขีดเส้น ลากเส้น หรือแบ่งเขตทางทะเลไม่สำเร็จ ก็ให้ทำเรื่องผลประโยชน์ไปพลางก่อน ซึ่งคงจะทำยาก เพราะเราไม่รู้ว่าหากไม่ลากเส้น ก็จะไม่รู้ว่ามีเขตที่ทับซ้อนอยู่ตรงไหน ฉะนั้น คิดว่าฝ่ายไทยคงแย้งเรื่องนี้ไป เป็นไปตามหลักกติกาสากล

เมื่อถามถึง กรณีที่สมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ออกมาตอบโต้เมื่อมีประเด็นเหล่านี้ ทางฝั่งวุฒิสภาของประเทศไทยในฐานะสภาสูงเช่นกันจะมีการตอบโต้อย่างไร นายนพดล กล่าวว่า นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภาของไทย ได้ลงนามแต่งตั้งกรรมการที่ปรึกษาด้านต่างประเทศของวุฒิสภาขึ้นมา โดยได้มอบหมายให้ตนเป็นประธาน หากมีกรณีใดที่ต่างประเทศโดยเฉพาะกัมพูชา หรือในอนาคตอาจมีประเทศอื่นซึ่งเรายังไม่ทราบ ทำให้ฝ่ายนิติบัญญัติโดยเฉพาะวุฒิสภา ของประเทศไทยในภาพรวมเสียหาย จากการปล่อยข่าวปลอม เราก็จะขอตอบโต้ ในทุกประเด็น เพื่อให้สังคมไทยและสังคมโลกได้เข้าใจ

นายนพดล กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมาเราได้เชิญทูตอาเซียนบวกสาม จำนวน 12 ประเทศ มาทำความเข้าใจเรื่องการยกเลิก MOU 43 44 ที่ผ่านมาทูตจำนวนทั้ง 12 ประเทศนั้น เข้าใจดี โดยจะนำไปขยายความให้กับประเทศที่ไม่ได้มาร่วมประชุมด้วย ซึ่งจะเป็นนโยบายหนึ่งของวุฒิสภาในการทำทูตเชิงรุก

เมื่อถามว่า ได้มีการประเมินว่าจะได้ข้อยุติเรื่องพื้นที่ทับซ้อนหรือไม่ นายนพดล กล่าวว่า ในอดีตที่ผ่านมา MOU 44 ไม่ได้มีการขยับไปไหน และไม่ได้มีความก้าวหน้าเลย แต่กรรมาธิการฯ ของเราได้มีมติเอกฉันท์ที่จะยกเลิก ดังนั้น นี่จะเป็นกติกาสากลช่องทางหนึ่งที่จะทำให้สามารถหาข้อยุติโดยใช้กติกาสากล และมีแนวโน้มที่จะประสบความสำเร็จ เพราะส่วนหนึ่งที่ MOU 44 ไม่ประสบความสำเร็จเพราะการลากเส้นของกัมพูชา ไม่เป็นไปตามมาตรฐานสากล เมื่อเทียบกับประเทศไทย ดังนั้นเมื่อเราดึงทุกอย่างเข้าสู่กติกาสากล คิดว่าหลายเรื่องน่าจะสามารถหาข้อยุติได้