อิสริยะ ห่วง TH-AI passport เปิดช่องรัฐสอดแนมข้อมูล ปชช. ยกบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง วันนี้ยังไม่ได้คำตอบ กกต.
เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน นายอิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะรองประธานคณะอนุกรรมาธิการ (กมธ.) เพิ่มขีดความสามารถแข่งขันดิจิทัลไทย ในคณะ กมธ.การสื่อสาร โทรคมนาคม และดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) สภาผู้แทนราษฎร เล่าบรรยากาศภายในห้องประชุมอนุ กมธ.เมื่อวันที่ 22 มิ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งมีการเชิญผู้ประกอบการด้านเทคโนโลยีรวม 14 สมาคม ให้ความเห็นต่อโครงการ TH-AI Passport พร้อมระบุถึงข้อควรระวังและความน่ากังวลที่อาจเกิดขึ้นได้
นายอิสริยะกล่าวว่า วันนี้ผมมีโอกาสเข้าร่วมคณะอนุกรรมาธิการเพิ่มขีดความสามารถแข่งขันดิจิทัลไทย ภายใต้คณะกรรมาธิการ DE ที่เชิญผู้ประกอบการด้านเทคโนโลยีรวม 14 สมาคม เข้ามาให้ความเห็นต่อโครงการ TH-AI Passport ที่กำลังถูกจับตา
ความเห็นของกลุ่มผู้ประกอบการค่อนข้างไปในทิศทางเดียวกัน นั่นคืออยากเห็นประเทศไทยมีนโยบายด้าน AI ที่ก้าวหน้า ทันโลก แต่ก็กังวลต่อวิธีการ กระบวนการ แนวทางของโครงการ TH-AI Passport ดังที่เราเห็นข่าวกันมาตลอดนับเดือน
ความเห็นหนึ่งที่ผมคิดว่าน่าสนใจมาก คือข้อมูลที่วิ่งผ่าน TH-AI Passport ซึ่งเปรียบเสมือน “ตัวกลาง” (proxy) ระหว่างผู้ใช้งาน กับผู้ให้บริการโมเดล AI ของต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลฝั่งคำสั่งจากผู้ใช้ (prompt) หรือข้อมูลผลลัพธ์ที่ได้จากโมเดล (output) จะต้องผ่านคนกลาง คือบริษัทที่ได้สัญญาทำ TH-AI Passport ทั้งหมด
นั่นแปลว่า TH-AI Passport จะมีข้อมูลของคนไทย 5 ล้านคน (ถ้ามีคนใช้ครบตามโควต้า) ไปอยู่ในมือฟรีๆ (โดยใช้เงินของรัฐในการอุดหนุนค่าโมเดล) และสามารถรู้ได้ว่า ใครพิมพ์อะไรเข้าไปถามโมเดลบ้าง
ผมทราบดีว่า ใน TOR ของโครงการ มีเงื่อนไขเรื่องการคุ้มครองข้อมูลส่วนตัวอยู่ 4 ข้อย่อย มีกำหนดว่าข้อมูลการลงทะเบียน (“ผู้ใช้คือใคร”) ต้องจัดเก็บและประมวลผลในประเทศ ไม่มีการโอนถ่ายข้อมูลออกไปนอกประเทศ
ฟังดูดีครับ ว่าผู้ให้บริการโมเดลต่างชาติจะไม่รู้ว่าผู้พิมพ์คำสั่ง prompt คือใคร กฎเกณฑ์ดูรัดกุมดี
แต่ความน่ากลัวที่สุดอยู่ที่ในไทยเราเองนี่ล่ะครับ ว่าสุดท้ายแล้ว ข้อมูลว่าผู้ใช้คือใครที่เก็บอยู่ในประเทศไทย จะถูกปกป้องคุ้มครองดีแค่ไหน โดยเฉพาะจากภาครัฐเอง
เพราะท่านปลัด DE เองก็เคยให้ข่าวไว้ว่า จะเอาข้อมูลเหล่านี้ไปเทรนโมเดล AI ของไทยเอง เราจะมีอะไรการันตีว่า ต่อให้ปกป้องคุ้มครองข้อมูลจากบุคคลภายนอกได้ดีตามมาตรฐาน แล้วกระทรวง DE ล่ะ จะเข้าถึงข้อมูลของเราได้แค่ไหน
หลายท่านอ่านแล้วอาจบอกว่า ผมตีตนก่อนไข้ไปเอง แต่อย่าเพิ่งลืมกันนะครับว่าเราเพิ่งมีกรณีของ “บาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง” ที่ตามรอยประชาชนได้เป็นรายคนเกิดขึ้นมาหมาดๆ และยังไม่ได้รับคำตอบจาก กกต.เลยว่าใครเป็นคนสั่งทำสิ่งนี้ ดังนั้น ผมคิดว่าในประเทศไทยตอนนี้มี “ความพยายาม” ที่จะสอดแนมประชาชนอย่างจริงจัง ทั้งบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง และ TH-AI Passport อาจเป็นตัวอย่างของความพยายามเหล่านี้
ต้องขอบคุณ ดร.การดี ที่ให้โอกาสผมเข้าร่วมการประชุมครั้งนี้ด้วยครับ ถึงแม้เราอยู่กันคนละพรรคกัน แต่ในประเด็นที่ประชาชนสนใจ เราก็ทำงานร่วมกันเพื่อประโยชน์ของประเทศครับ
พร้อมกันนี้ นายอิสริยะยังแนบเอกสาร TOR ที่ระบุเงื่อนไขการคุ้มครองข้อมูล “จากคนนอก” ดังนี้




