ด่วน! ปค. มีคำสั่งให้ ‘รุ่งเรือง’ ปจ.ภูเก็ต ออกราชการไว้ก่อน พร้อมตั้งกก. สอบวินัยร้ายแรง
ปจ.ภูเก็ต – จากกรณี เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปปป นำหมายจับของศาลอาญาคดีทุจริตฯ ภาค 9 เข้าจับกุม นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร ปลัดจังหวัดภูเก็ต ประเด็นข้อถูกกล่าวหาว่าเป็น ตัวกลางเรียกรับเงิน ให้เจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อช่วยเหลือให้สอบบรรจุเข้ารับราชการได้ จากผู้เสียหายจำนวน 3 ราย รายละ 300,000 บาท รวมเป็นเงิน 900,000 บาท เหตุเกิดที่ อ. หาดใหญ่ จ.สงขลา
ต่อมา ผู้ต้องหาได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เป็นตำแหน่งหน้าที่ราชการเพื่อขอปล่อยตัวชั่วคราว ซึ่งศาลพิจารณาแล้วเห็นว่าตำแหน่งหน้าที่การงานมีความน่าเชื่อถือ จึงมีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวนั้น
ล่าสุด เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน วันเดียวกันนี้ นายวิฑูรย์ สิรินุกูล รองอธิบดีรักษาราชการแทน อธิบดีกรมการปกครอง ปฏิบัติแทนปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้เซ็นคำสั่งกรมการปกครอง เรื่อง ให้ นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร ปลัดจังหวัด (ผู้อำนวยการสูง) จังหวัดภูเก็ต ให้ออกราชการไว้ก่อน กรณีต้องหาว่ากระทำความผิดอาญา พร้อมกันนี้ยังมีคำสั่งกรมการปกครอง แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยร้ายแรง กรณีดังกล่าวเวย โดยให้ นายวินัย โตเจริญ เป็นประธานกรรมการ ดังนี้
- เปิดเบื้องหลัง นำจับ ‘ปลัดรุ่งเรือง’ ปมเรียกเงินสอบท้องถิ่น อ้างรู้จักผู้ใหญ่ เหตุเกิดตอนยังเป็น นอภ.
- บิ๊กเต่า ลุยค้นบ้านพัก ‘ปลัดรุ่งเรือง’ ในสงขลา หาหลักฐานเพิ่มคดีเรียกเงิน โกงสอบท้องถิ่น
กรมการปกครอง ออกคำสั่งกรมการปกครอง ที่ 1899 /2569 เรื่อง ให้ออกจากราชการไว้ก่อน กรณีต้องหาว่ากระทำความผิดอาญา ด้วย นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร เลขประจำตัวประชาชน xxxx ข้าราชการพลเรือนสามัญ ประเภทอำนวยการ ระดับสูง ตำแหน่ง ปลัดจังหวัด (ผู้อำนวยการสูง) จังหวัดภูเก็ต มีกรณีต้องหาว่ากระทำความผิดอาญา กรณีศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 9 ได้ออกหมายจับ ที่ จ.12/2569 ลงวันที่ 26 มิถุนายน 2569 ให้กับผู้บังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ เพื่อดำเนินการจับกุมนายรุ่งเรือง ธิมาบุตร ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดอาญาฐาน “เรียกรับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นเป็นการตอบแทนในการที่จะจงใจหรือได้จูงใจเจ้าพนักงานสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งรัฐ สมาชิกสภาจังหวัด หรือสมาชิกสภาเทศบาล โดยวิธีอันทุจริตหรือผิดกฎหมายหรือโดยอิทธิพลของตนให้กระทำการหรือไม่กระทำการในหน้าทีอันเป็นคุณหรือเป็นโทษแก่บุคคคลใด และฐานเรียกรับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นเป็นการตอบแทนในการที่จะจูงใจหรือได้จงใจเจ้าพนักงานของรัฐ เจ้าหน้าที่ของรัฐต่างประเทศ หรือเจ้าหน้าที่ขององค์การระหว่างประเทศ โดยวิธีอันทุจริตหรือผิดกฎหมาย หรือโดยอิทธิพลของตนให้กระทำการหรือไม่กระทำการในหน้าที่อันเป็นคุณหรือ
เป็นโทษแก่บุคคลใด”
และต่อมาได้มีการนำตัวนายรุ่งเรือง ธิมาบุตร ส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งกองกำกับการ 6 กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ได้รับคำร้องทุกข์กล่าวโทษไว้เป็นคดีอาญาที่ 8/2569 กรณีเช่นนี้
จึงถือว่านายรุ่งเรือง ธิมาบุตร มีกรณีต้องหาว่ากระทำความผิดอาญา และโดยที่มีเหตุให้ออกจากราชการไว้ไว้ก่อนกล่าวคือ ตำแหน่งปลัดจังหวัดเป็นตำแหน่งสำคัญของกรมการปกครองและกระทรวงมหาดไทย บุคคลที่ดำรงตำแหน่งดังกล่าวย่อมต้องดำรงตนเพื่อให้ได้รับความน่าเชื่อถือ ศรัทธา และความไว้วางใจจากประชาชนในพื้นที่การที่ นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร ต้องหาว่ากระทำความผิดอาญาในเรืองเกี่ยวกับการปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยทุจริต หรือเกี่ยวกับความประพฤติ หรือพฤติการณ์อันไม่น่าไว้วางใจ
โดยพนักงานอัยการมิได้ รับเป็นหนายแก้ต่างให้ และมิได้เป็นความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหโทษ นำมาซึ่งความไม่น่าเชื่อถือ ศรัทธา หรือความไม่ไว้วางใจจากประชาชนในพื้นที่และจากหน่วยงานภายในบังคับบัญชาของกรมการปกครองที่ นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร ปฏิบัติหน้าที่ และโดยที่นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร มีพฤติการณ์เกี่ยวกับการปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยทุจริต หรือเกี่ยวกับความประพฤติ หรือพฤติการณ์อันไม่น่าไว้วางใจ
ถ้ายังคงให้อยู่ในหน้าที่ราชการต่อไปอาจเกิดการเสียหายแก่ราชการ กรณีที่ นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร ต้องหาว่ากระทำความผิดอาญา นั้น พิจารณาเห็นว่าการดำเนินคดีจะไม่แล้วเสร็จโดยเร็ว สมควรให้ผู้นี้ออกจากราชการไว้ก่อน
ฉะนั้น อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 57 (5) และมาตรา 101 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 ประกอบข้อ 78 ข้อ 83และข้อ 34 ของกฎ ก.ก.พ. ว่าด้วยการดำเนินการทางวินัย พ.ศ. 2556คำสังกระทรวงมหาดไทย ที่ 251/2565 เรื่อง การมอบหมายอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับการดำเนินการทางวินัยและการอุทธรณ์ ลงวันที่ 27 มกราคม 2565 และคำสั่งกระทรวงมหาดไทย ที่ 820 /2568 เรื่อง แต่งตั้งผู้รักษาราชการแทนอธิบดีกรมการปกครอง ลงวันที่ 14 มีนาคม 2568จึงสั่งให้นายรุ่ งเรือง ธิมาบุตร ออกจากราชการไว้ก่อน
ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่มีคำสั่งเป็นต้นไป หากท่านประสงค์จะโต้แย้งคำสั่งนี้ ให้ทำคำร้องทุกข์เป็นหนังสือยื่นต่อปลัดกระทรวงมหาดไทย ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาชั้นเหนือขึ้นไป หรือยืนคำร้องทุกข์โดยส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนไปยังปลัดกระทรวงมหาดไทยก็ได้ ภายใน 30 วัน นับแต่วันทราบหรือถือว่าทราบคำสั่งนี้ ตามมาตรา 123วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 ประกอบกฎ ก.พ.ค. ว่าด้วยการร้องทุกข์ และการพิจารณาวินิจฉัยเรื่องร้องทุกข์ พ.ศ. 2551
ลงนามคำสั่ง นายวิฑูรย์ สิรินุกุล รองอธิบดี รักษาราชการแทนอธิบดีกรมการปกครอง ปฏิบัติแทน
ปลัดกระทรวงมหาดไทย


กรมการปกครอง ออกคำสั่งกรมการปกครองที่ 1898 /2569 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยอย่างร้ายแรง ด้วยนายรุ่งเรือง ธิมาบุตร เลขประจำตัวประชาชน xxxx ข้าราชการพลเรือนสามัญ ประเภทอำนวยการ ระดับสูง ตำแหน่ง ปลัดจังหวัด (ผู้อำนวยการสูง) จังหวัดภูเก็ต มีกรณีอันมีมูลที่ควรกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง
ในเรื่องมีพฤติกรรมในการเรียกรับเงินจากผู้สมัครสอบบรรจุเข้ารับราชการท้องถิ่น เพื่อแลกกับการช่วยเหลือให้สอบผ่านและได้รับการบรรจุเข้ารับราชการในพื้นที่ภาคใต้โดยเรียกรับเงินรายละ 300,000 บาท รวมเป็นเงิน 900,000 บาท และกล่าวอ้างว่าจะนำไปจ่ายให้กับเจ้าหน้าที่ของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น โดยปรากฏผู้เสียหายได้เข้าร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนเป็นคดีอาญาที่ 8/2569 เพื่อให้ดำเนินคดีกับนายรุ่งเรือง ธิมาบุตร ตามกฎหมาย อันเป็นมูลเหตุที่มาให้ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 9 ได้ออกหมายจับ ที่ จ. 12/2569 ลงวันที่ 26 มิถุนายน 2569 ให้กับผู้บังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ เพื่อดำเนินการจับกุมนายรุ่งเรือง ธิมาบุตร
ต่อมาได้มีจับกุมนายรุ่งเรือง ธิมาบุตร และนำตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
อาศัยอำนาจตามมาตรา 93 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.ศ. 2551 ประกอบกับข้อ 15 ของ กฎ ก.พ. ว่าด้วยการดำเนินการทางวินัย พ.ศ. 2556 และคำสังกระทรวงมหาดไทย ที่ 251/2556 เรื่อง การมอบหมายอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับการดำเนินการทางวินัยและการอุทธรณ์ ลงวันที่ 27 มกราคม 2565 และคำสั่งกระทรวงมหาดไทย ที่ 820 /2568 เรื่อง แต่งตั้งผู้รักษาราชการแทนอธิบดีกรมการปกครอง ลงวันที่ 14 มีนาคม 2568 จึงแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนเพื่อสอบสวนผู้ถูกกล่าวหา ในเรื่องดังกล่าว ประกอบด้วยบุคคลดังต่อไปนี้
1. นายวินัย โตเจริญ เป็นประธานกรรมการ
2. นายวีกิจ มานะโรจน์กิจ เป็นกรรมการ
3. ร้อยตำรวจตรี สิงห์คำ คำยอด เป็นกรรมการ
4. นายตรีรัตน์ หนูแก้วขวัญ เป็นกรรมการ
5. นายอนุชา เรืองอมรวิวัฒน์ เป็นกรรมการและเลขานุการ
6. นายกิตติธัช พรพุทธพงศ์ เป็นผู้ช่วยเลขานุการ
7. นางสาวฐิติมา แช่มช้อย เป็นผู้ช่วยเลขานุการ
ให้คณะกรรมการสอบสวนพิจารณาตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และระยะเวลาที่กำหนดในกฎ ก.พ.
ว่าด้วยการดำเนินการทางวินัย พ.ศ. 2556 แล้วเสนอสำนวนการสอบสวนมาเพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไป
อนึ่ง ถ้าคณะกรรมการสอบสวนเห็นว่ากรณีมีมูลว่าผู้ถูกกล่าวหากระทำผิดวินัยในเรื่องอื่น นอกจากที่ระบุไว้ในคำสั่งนี้ หรือกรณีที่การสอบสวนพาดพิงไปถึงผู้อื่น ให้ดำเนินการตามข้อ 48 หรือข้อข้อ 50
ของกฎ ก.พ. ว่าด้วยการดำเนินการทางวินัย พ.ศ. 2556 แล้วแต่กรณี สั่ง ณ วันที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2569
ลงนามคำสั่งโดย นายวิฑูรย์ สิรินุกุล รองอธิบดี รักษาราชการแทนอธิบดีกรมการปกครอง ปฏิบัติแทนปลัดกระทรวงมหาดไทย


