หน้าแรก การเมือง กมธ.ต่างประเท...

กมธ.ต่างประเทศ วุฒิฯ ผลักดันพื้นที่ชายแดนศูนย์กลางศก. – ท่องเที่ยว – ความร่วมมือตปท.

27.06.26 | 18:07 น.

กมธ.ต่างประเทศ วุฒิฯ ดูงานอีสานตอนบน ผลักดันพื้นที่ชายแดนศูนย์กลางศก. – ท่องเที่ยว – ความร่วมมือตปท.

เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน คณะกรรมาธิการ(กมธ.) การต่างประเทศ วุฒิสภา นำโดย นางจุฑารัตน์ นิลเปรม รองประธานคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ วุฒิสภา และประธานคณะอนุกรรมาธิการติดตามการดำเนินการตามพันธกรณีระหว่างประเทศ การพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ และความตกลงด้านการค้าและเศรษฐกิจระหว่างประเทศ พร้อมด้วยคณะกรรมาธิการ คณะอนุกรรมาธิการ ที่ปรึกษา และฝ่ายเลขานุการ เดินทางศึกษาดูงานด้านการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ณ จังหวัดนครพนม จังหวัดบึงกาฬ และจังหวัดอุดรธานี ระหว่างวันที่ 25–27 มิถุนายน 2569 เพื่อศึกษาศักยภาพด้านเศรษฐกิจชายแดน การค้า การลงทุน การท่องเที่ยว การคมนาคม และความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) นครพนม ประตูเศรษฐกิจลุ่มน้ำโขง

โดยได้รับฟังการบรรยายสรุปจาก นายวรวิทย์ พิมพันิตย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม และหัวหน้าส่วนราชการ ถึงศักยภาพของจังหวัดด้านเศรษฐกิจ การค้าชายแดน การลงทุน การท่องเที่ยว และความร่วมมือไทย–ลาว

จังหวัดนครพนมมีผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด (GPP) ปี 2567 มูลค่า 56,146 ล้านบาท มีพื้นที่เกษตรกรรมกว่า 2.01 ล้านไร่ หรือร้อยละ 58 ของพื้นที่ทั้งหมด และมีสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ที่มีชื่อเสียงหลายชนิด ขณะที่มูลค่าการค้าชายแดนในปีงบประมาณ 2568 สูงถึง 142,512 ล้านบาท จากจุดผ่านแดนและจุดผ่อนปรนการค้ารวม 6 แห่ง สะท้อนบทบาทของนครพนมในฐานะประตูการค้าเชื่อมโยงไทย สปป.ลาว เวียดนาม และจีนตอนใต้

จังหวัดยังได้รับการประกาศเป็นเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ ระยะที่ 2 โดยมุ่งพัฒนาเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ เมืองผลิตอาหารปลอดภัย และเมืองท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ผ่านโครงการโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ เช่น รถไฟทางคู่สายบ้านไผ่–นครพนม ศูนย์การขนส่งชายแดน และโครงข่ายคมนาคมตามแนวระเบียงเศรษฐกิจ R12
คณะยังได้ศึกษาดูงาน โครงการ Mekong River Eye ซึ่งเป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่ริมแม่น้ำโขง มีผู้เข้าใช้บริการสะสมกว่า 96,000 คน สร้างรายได้กว่า 6.27 ล้านบาท และมีแผนพัฒนาสู่ Smart Tourism ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล

Advertisement

นอกจากนี้ ยังได้เยี่ยมชม บ้านประธานโฮจิมินห์ (บ้านลุงโฮ) แหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ที่สะท้อนความสัมพันธ์อันยาวนานระหว่างไทยและเวียดนาม และเป็นตัวอย่างของการนำทุนทางวัฒนธรรมมาต่อยอดการท่องเที่ยวและสร้างรายได้ให้ชุมชนอย่างยั่งยืน ผลักดันบ้านแพงสู่จุดผ่านแดนถาวร คณะกรรมาธิการได้ศึกษาดูงาน จุดผ่อนปรนการค้าบ้านแพง เพื่อติดตามความคืบหน้าการผลักดันสู่การเป็นจุดผ่านแดนถาวร ซึ่งจะเป็นประตูเศรษฐกิจสำคัญของอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง บ้านแพงสามารถเชื่อมต่อประเทศเวียดนามผ่านเส้นทาง R8 ไปยังท่าเรือหวุงอ๋าง และเชื่อมโยงจีนตอนใต้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกันเส้นทาง R12 ยังเป็นเส้นทางหลักในการขนส่งสินค้าออกสู่ทะเลจีนใต้

คณะกรรมาธิการ ได้หารือร่วมกับหน่วยงานด้านความมั่นคง ศุลกากร และตรวจคนเข้าเมือง เพื่อผลักดันการพัฒนาจุดผ่านแดนควบคู่กับการรักษาความมั่นคง การป้องกันยาเสพติด และการอำนวยความสะดวกด้านการค้าและการลงทุน
โดยจังหวัดบึงกาฬนำเสนอแนวทางการพัฒนาภายใต้แนวคิด “8 ดี : มาบึงกาฬพบพานแต่สิ่งที่ดี ๆ” ครอบคลุมการพัฒนาเกษตรสมัยใหม่ การแปรรูปยางพารา การท่องเที่ยวธรรมชาติ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานรองรับสะพานมิตรภาพไทย–ลาว แห่งที่ 5 การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และการยกระดับสู่ Smart City เพื่อรองรับการเติบโตของเศรษฐกิจชายแดนในอนาคต

คณะกรรมาธิการได้ศึกษาดูงาน ศูนย์มรดกวัฒนธรรมไทย–จีน มูลนิธิศาลเจ้าปู่–ย่า จังหวัดอุดรธานี เพื่อศึกษารูปแบบการอนุรักษ์และสืบสานมรดกทางวัฒนธรรมของชุมชนไทยเชื้อสายจีน รวมถึงการบริหารจัดการแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่ได้รับการยอมรับในระดับประเทศ

คณะได้รับฟังการบรรยายเกี่ยวกับประวัติชุมชนไทยเชื้อสายจีน บทบาทของศูนย์มรดกวัฒนธรรมไทย–จีนในการเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม และความสัมพันธ์ไทย–จีน ตลอดจนแนวทางการบริหารจัดการที่เกิดจากความร่วมมือของภาคประชาชน ภาคเอกชน และหน่วยงานภาครัฐ จนสามารถพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่สำคัญของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

 

นอกจากนี้ คณะยังได้เยี่ยมชมอาคารจัดแสดงประวัติศาสตร์ วัตถุทางวัฒนธรรม และสัญลักษณ์แห่งมิตรภาพไทย–จีน ซึ่งสะท้อนถึงความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นของประชาชนทั้งสองประเทศ และเป็นตัวอย่างของการนำทุนทางวัฒนธรรมมาต่อยอดสู่การท่องเที่ยว การสร้างอัตลักษณ์ของเมือง และการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์

จากการศึกษาดูงาน คณะกรรมาธิการเห็นว่า จังหวัดนครพนม บึงกาฬ และอุดรธานี ล้วนมีศักยภาพในการพัฒนาเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ด้านเศรษฐกิจชายแดน การท่องเที่ยว และความร่วมมือระหว่างประเทศ จึงเสนอให้เร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบโลจิสติกส์ ยกระดับจุดผ่านแดน พัฒนา Smart Border และ Smart Tourism ควบคู่กับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และทุนทางวัฒนธรรม เพื่อยกระดับพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือสู่การเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจและความร่วมมือของอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงอย่างมั่นคง สมดุล และยั่งยืน สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs)

ทั้งนี้คณะผู้ร่วมเดินทางประกอบด้วย คณะกรรมาธิการ 1. นางจุฑารัตน์ นิลเปรม 2. นายชวภณ วัธนเวคิน 3. นายโสภณ มะโนมะยา 4. นางสาวเข็มรัตน์ สุรเมธีมาณพ 5. นายธนภัทร ตวงวิไล 6. นายกมล สุขคะสมบัติ
7. นายสมพาน พละศักดิ์ 8. นางประทุม วงศ์สวัสดิ์ 9. นายณพลเดช มณีลังกา คณะที่ปรึกษา 10. นางสาวกชกร เฟื่องฟ้า 11. นายภู่พิทักษ์ ภู่ประกิจ คณะอนุกรรมาธิการ
12. นายเฉลิมชัย ศรีจันทร์ 13. นายอภัย เอื้อสุนทร 14. นางสาวสรัญญา สาระภา ฝ่ายเลขานุการคณะกรรมาธิการ