หน้าแรก การเมือง จ่อแก้ กม.จัด...

จ่อแก้ กม.จัดซื้อจัดจ้าง สกัดผู้รับเหมาทิ้งงาน-เลิกเกณฑ์ราคาต่ำสุด หวังยุติวลี “ค่าโง่”

28.06.26 | 11:25 น.

“ปกรณ์” เผย จ่อแก้ พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างฯ สกัดผู้รับเหมาทิ้งงาน-เลิกเกณฑ์ราคาต่ำสุด หวังจบวลี “ค่าโง่” คาดชงสภา ก.ย.นี้

เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายกฎหมาย กล่าวถึงความคืบหน้าและเหตุผลการปรับปรุงแก้ไขร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 ว่า ขณะนี้ส่งเรื่องให้ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แล้ว อยู่ระหว่างการดำเนินการตามขั้นตอน

สำหรับวัตถุประสงค์การปรับปรุงร่าง พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างฯ ครั้งนี้ มี 3 ประเด็นหลักๆ คือ 1.ต้องการคุมเข้มการคัดเลือกคู่สัญญาของรัฐ โดยจะเน้นการพิจารณาจากประโยชน์ของราชการ ความสามารถการปฏิบัติงานของคู่สัญญา ผลงานในอดีต เช่น ประวัติการทำงานเป็นอย่างไร ส่งงานตามกำหนด มีประวัติไม่ดีหรือไม่ ตรงนี้จะนำมาเป็นเกณฑ์เพื่อกำหนดรายละเอียดป้องกันไม่ให้คู่สัญญาทิ้งงาน

เนื่องจากจะเห็นได้ว่า ในอดีตหลายโครงการรัฐถูกปล่อยทิ้งร้างเพราะมีปัญหา คือเดิมยึดหลักกรมบัญชีกลาง พิจารณาจากเกณฑ์เสนอราคาต่ำสุด แต่ต้องยอมรับว่า “ของดีราคาถูก อาจจะไม่มีในโลกเสมอไป” ไม่เช่นนั้นอาจจะได้สินค้าไม่มีคุณภาพตามราคา รวมถึงผู้รับเหมาที่ได้ราคาต่ำสุดหลังรับเงินงวดแรก มีโอกาสทิ้งงานสูงและไปตั้งบริษัทใหม่ ดังนั้นจึงต้องกำหนดหลักเกณฑ์นี้

2.กำหนดเกณฑ์รับผิดชอบของคู่สัญญาให้ชัดตั้งแต่ก่อนเริ่มงาน อาทิ กำหนดในสัญญาหากมีความผิดพลาดหรือความเสียหายจากผู้รับเหมาคู่สัญญา เช่น เกิดอุบัติเหตุหรืออุปกรณ์ก่อสร้างตกลงมาโดนรถหรือประชาชนเสียหาย ถ้าไม่หนักระยะแรกอาจตักเตือน แต่ถ้าเกิดซ้ำๆ กันประมาณ 3 ครั้ง รัฐสามารถบอกเลิกสัญญาได้ทันที

เพราะที่ผ่านมาการจะเลิกสัญญากับเอกชนที่ทำความเสียหาย ต้องผ่านหลายขั้นตอนใช้ระยะเวลานาน จึงเห็นว่าหลายโครงการยังคงค้างไม่มีคนเข้าไปฟื้นฟูพัฒนาต่อได้

Advertisement

3.ต้องมีการวางเงินประกันการอุทธรณ์ ก่อนเริ่มงาน

เมื่อถามว่า หลายโครงการของรัฐยังถูกปล่อยทิ้งร้าง จะแก้ปัญหาอย่างไร นายปกรณ์ กล่าวว่า ประเด็นนี้เป็นอีกปัญหาที่ต้องแก้ไข ตนได้หารือกับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และ สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ว่าหลักเกณฑ์ต้องแยกให้ออกระหว่างอาคารที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ กับเรื่องทุจริต ควรมองว่าโครงการดีๆ มีความจำเป็นหรือไม่ ฉะนั้นต้องแยกประโยชน์สาธารณะกับการสอบทุจริต หากโครงการนั้นเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ ควรเร่งหาคนเข้ามารับช่วงทำต่อ ส่วนเรื่องตรวจสอบก็แยกไปดำเนินการ เพื่อให้โครงการที่เป็นประโยชน์ไม่ถูกปล่อยทิ้งร้าง

“การตรวจทุจริตกับประโยชน์การก่อสร้าง ต้องแยกออกจากกัน ไม่เช่นนั้นจะเห็นโครงการรัฐถูกปล่อยทิ้งร้างคาราคาซังแบบนี้ เป็นพันๆ หมื่นๆ ทั้งในกรุงเทพและภูมิภาคต่างๆ เงินลงไปดองมหาศาล สร้างความเสียหายทางมูลค่าเศรษฐกิจ ฉะนั้นถ้ามีทางออก ควรทำต่อให้จบแล้วเปิดใช้เพราะทุกปีที่ผ่านไปมีความหมาย ไม่เช่นนั้นจะไม่ได้อะไรเลย แล้วกลายเป็นวลี ค่าโง่ อีก” นายปกรณ์ กล่าว

นายปกรณ์ กล่าวว่า การปรับปรุงร่าง พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างฯ เมื่อมีการกำหนดหลักเกณฑ์ชัดเข้มงวดมากขึ้น จะทำให้ผู้รับเหมาไม่กล้าทุจริต เพราะหากกังวลเรื่องทุจริตก็จะไม่กล้าใส่เงินลงไปทำตั้งแต่แรก ส่วนผู้รับเหมาที่ทำงานดี ทำงานตรงเวลาไม่มีปัญหา รวมถึงควรจะได้แต้มต่อกับกลุ่มนี้

นายปกรณ์ กล่าวอีกว่า ไทม์ไลน์หลังจากนี้ กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง จะนำการปรับปรุงร่างกฎหมายฉบับนี้ไปรับฟังความเห็น จากนั้นจะจัดทำร่างกฎหมายฉบับหลักและรับฟังความเห็นอีกครั้ง คาดว่าขั้นตอนทั้งหมดจะอยู่ประมาณ 2 เดือน จากนั้นจะนำเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) และอาจจะนำเสนอเข้าสู่การพิจารณาในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ช่วงกันยายนปี 2569 นี้