หน้าแรก การเมือง สส.พีรพัฒน์ ป...

สส.พีรพัฒน์ ป้องรัฐบาล ยันงบปี 70 จำเป็นต้องใช้เครื่องมือพิเศษ รับวิกฤตโลก ปัดตีเช็คเปล่า

29.06.26 | 12:24 น.

“พีรพัฒน์” สส.ภูมิใจไทย โดดป้องงบปี 70 ยันรัฐบาลจำเป็นต้องใช้เครื่องมือพิเศษ รับวิกฤตโลก ปัดตีเช็คเปล่า ลั่นทุกบาทที่ใช้อยู่ภายใต้เงื่อนไขที่ชัดเจน ตรงเป้า ตรวจสอบได้

เมื่อเวลา 10.58 น. วันที่ 29 มิถุนายน นายพีรพัฒน์ รัชกิจประการ ส.ส.สตูล พรรคภูมิใจไทย อภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 2570 ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ว่า การจัดทำ พ.ร.บ.งบฯครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงที่ประเทศอยู่ใน 2 ความเป็นจริง คือ เศรษฐกิจกำลังส่งสัญญาณที่ดีขึ้น กลับมาอยู่ในสายตานักลงทุนอีกครั้ง แต่ความเป็นจริงอีกด้าน ในช่วงที่ผ่านมาไทยเผชิญแรงกระแทกจากวิกฤตโลกที่รุนแรงต่อเนื่อง ทำให้ประชาชนกังวลค่าครองชีพ ค่าไฟ น้ำมัน หนี้สิน เราจะก้าวต่อไม่ได้ถ้าฐานชีวิตไม่มั่นคง พ.รบ.งบฯฉบับนี้จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องทำ 2 หน้าที่คือ ประคองวันนี้ให้ประชาชนลุกขึ้นยืนได้ และ สร้างวันพรุ่งนี้ให้ประเทศเดินต่อได้ คือ หัวใจสำคัญของ พ.ร.บ.งบฯฉบับนี้

นายพีรพัฒน์กล่าวต่อว่า ส่วนคำถามและข้อกังวลเรื่องการใช้เครื่องมือพิเศษนั้น สถานการณ์ปกติมาตรการปกติอาจเพียงพอ แต่ในสถานการณ์ที่ไม่ปกติ ใช้เครื่องมือเดิมๆ อาจไม่เพียงพอ เพราะปีนี้ไม่มีอะไรที่ปกติ ประเทศเผชิญวิกฤตหลายด้าน วิกฤตพลังงานจากความขัดแย้งตะวันออกลาง ความมั่นคงไทย-กัมพูชา สงครามการค้า ภาษีสหรัฐ ภัยพิบัติทั่วประเทศไทย

“บางคนอาจมองว่ารัฐบาลไม่มีความจำเป็นใช้มาตรการพิเศษ แต่ผมเห็นต่าง และเชื่อว่ารัฐบาลจะทำการผิดพลาดครั้งใหญ่ถ้าใช้มาตรการเดิมๆ ในวันที่เผชิญวิกฤตถ้วนหน้า การใช้เครื่องมือพิเศษ ไม่ใช่การตีเช็คเปล่า ทุกบาทที่ใช้ต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขที่ชัดเจน ตรงเป้า ตรวจสอบได้ รักษาวินัยการคลัง ที่สำคัญตอบประชาชนได้ว่า ประชาชนจะได้รับอะไร จะมีรายได้มากขึ้นหรือไม่ ค่าครองชีพลดลงหรือไม่ นี่คือมาตรวัดความคุ้มค่าของ พ.ร.บ.ฉบับนี้” นายพีรพัฒน์กล่าว

นายพีรพัฒน์กล่าวว่า พ.ร.บ.งบฯฉบับนี้มีวงเงินเพิ่มขึ้นจากปีก่อนเพียง 0.2% ถือว่าน้อยมาก และงบปีนี้ไม่ใช่งบที่ใหญ่กว่าเดิม แต่แม่นกว่าเดิม แม่นในกลุ่มเป้าหมาย ปัญหาที่จะแก้ และผลลัพธ์ที่ประชาชนจะได้รับ เชื่อว่าเราทุกคนมีหน้าที่ที่เหมือนกันคือ การวางประชาชนไว้เหนือการเมือง เพราะวันที่ประชาชนกำลังเผชิญวิกฤตหลายด้าน สิ่งที่ไม่ต้องการจากสภาแห่งนี้คือ การมีผู้ชนะ ผู้แพ้ บนซากปรักหักพัง แต่ที่อยากเห็นคือ การตรวจสอบอย่างสร้างสรรค์ พร้อมรับฟังความเห็นต่าง ทุกฝ่ายร่วมมือหาทางออกให้ประเทศ ฝ่าวิกฤตวันนี้ เพราะสุดท้าย พ.ร.บ.งบฯฉบับนี้ไม่ใช่ของรัฐบาล ไม่ใช่ของพรรคใดพรรคหนึ่ง แต่คือเงินภาษีประชาชน