วรศิษฎ์ เผย คณะกก.ตรวจสอบฯ เตรียมสรุปผลปมทุจริตสอบท้องถิ่น ส่งปลัดมท. 1-2 วันนี้ ยัน เรื่องไม่เงียบอย่างที่มีเสียงวิจารณ์ แต่ขอเวลาทำงานเพื่อให้ได้ผลที่ชัดเจน ระบุ แย่กว่าการทำงานช้าคือการวินิจฉัยผิด
โกงสอบท้องถิ่น – เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 1 กรกฎาคม ที่รัฐสภา นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบกระบวนการทุจริตสอบท้องถิ่น ว่าการเชิญบุคคลเข้าให้ข้อมูลขณะนี้เสร็จเรียบร้อยแล้ว อีก 1-2 วันที่เหลือจะเป็นการสรุปข้อมูล เพื่อสรุปผลรายงานต่อปลัดกระทรวงมหาดไทยต่อไป ซึ่งสิ่งที่คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงได้ลงไปดู คาดว่าจะได้เห็นพฤติการณ์อยู่แล้ว และเมื่อสรุปข้อเท็จจริงเสร็จแล้ว หน่วยงานอื่นๆ จะนำไปดำเนินการอย่างไรต่อก็เป็นเรื่องที่ต้องว่ากันต่อไป พร้อมย้ำว่าการสรุปข้อเท็จจริงจะมีออกมาใน 1-2 วันนี้
ทั้งนี้ กรอบการทำงานของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงของกระทรวงมหาดไทย จะโฟกัสเฉพาะในส่วนของกระทรวง แต่ในส่วนของภาพรวมทั้งหมด ว่ามีใครเกี่ยวข้องบ้าง ซึ่งมีบุคคลภายนอกเข้ามาเกี่ยวจำนวนมาก ซึ่งหลายคนทราบแล้วว่าเป็นใครบ้าง จะเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และตำรวจ
นายวรศิษฎ์กล่าวต่อว่า ขณะนี้มีหลายคนพูดว่าวันก่อนเจอแล้ว จับแล้ว แต่วันนี้เงียบแล้วยังหาคนผิดไม่ได้ จริงๆ แล้วไม่ใช่แบบนั้น เราทำงานบนข้อเท็จจริงที่กระจัดกระจาย และมีจำนวนมาก จึงอยากขอเวลาให้ทีมตรวจสอบทำงาน เพราะสิ่งที่แย่กว่าการทำงานช้าคือการวินิจฉัยผิด หากทีมตรวจสอบไม่ชัดเจนในข้อมูล หรือไม่มีการยืนยันที่ชัดเจน แล้ววินิจฉัยออกมา ความผิดพลาดจะยิ่งหนักเข้าไปใหญ่ แต่ขอให้สบายใจในขั้นตอนการตรวจสอบของทุกหน่วย ยืนยันว่ามีความตั้งใจในการตรวจสอบอยู่แล้ว
เมื่อถามว่า สามารถเปิดเผยเบื้องต้นได้หรือไม่ว่าต้นตอมาจากไหน นายวรศิษฎ์กล่าวว่า คงยังไม่สามารถเปิดเผยในขณะนี้ ขอให้เป็นหน้าที่ของทีมสรุปข้อมูลให้เสร็จก่อนดีกว่าเพราะการเปิดข้อมูลเชิงรายละเอียดมากเกินไป จะส่งผลการทำงานของข้อมูลเจ้าหน้าที่ ซึ่งขณะนี้ข้อมูลกระจัดกระจาย หากเปิดเผยออกมาอาจเป็นการชี้ช่องให้ผู้กระทำผิดได้ตั้งตัวในการจัดการสิ่งที่เกิดขึ้น จึงขอให้ทีมตรวจสอบได้ทำงานอย่างเต็มที่
เมื่อถามว่า ในกระบวนการตรวจสอบนี้ รวมถึงเรื่องคลิปเสียงที่มีการปล่อยออกมาด้วยหรือไม่ นายวรศิษฎ์กล่าวว่า เรื่องคลิปเสียง จริงๆ เป็นประเด็นหลัง และเชื่อว่า ขณะนี้ทั้งตำรวจ และ ป.ป.ช.ทำงานอยู่ ซึ่งคลิปเสียงไม่ได้ออกมาตอนนี้ แต่ออกมาก่อนหน้านี้แล้ว และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ส่งข้อมูลเหล่านี้ให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบแล้ว
เมื่อถามว่า การแถลงข่าวที่จะเกิดขึ้นจะมีการเปิดเผยข้อมูลถึงต้นตอของขบวนการด้วยเลยหรือไม่ นายวรศิษฎ์ย้ำว่า ต้นตอของขบวนการมีหลายส่วน แต่ในวันดังกล่าวจะมีการแถลงผู้ที่เกี่ยวข้องเฉพาะในส่วนของกระทรวงมหาดไทย
เมื่อถามว่า ขั้นตอนการสอบสวนเบื้องต้น พบว่ามีบุคคลในกระทรวงมหาดไทยระดับใดเข้ามาเกี่ยวข้องบ้างนั้น นายวรศิษฎ์ระบุว่า ได้ดำเนินการสอบสวนบุคคลที่เกี่ยวข้องในทุกระดับตามที่มีข้อมูลส่งเข้ามา รวมถึงบุคคลที่มีการกล่าวอ้างในคลิปเสียงด้วยแล้ว
เมื่อถามว่า เหตุใดจะต้องรอให้ครบ 7 วัน ตามเวลาราชการ ถึงจะดำเนินการได้ นายวรศิษฏ์ชี้แจงว่า เนื่องจากคดีนี้ไม่ใช่การจับคนขโมยของ ขณะเดียวกันคดีนี้ก็มีความซับซ้อนและมีระเบียบ รวมถึงข้อกฎหมายหลายอย่าง อีกทั้งยังมีผู้เกี่ยวข้องค่อนข้างมาก ด้วยเหตุนี้ตนจึงมองว่า 7 วันราชการไม่ได้ถือว่าช้าเกินไป เพราะในวันนี้สิ่งที่สังคมกำลังรออยู่คือข้อเท็จจริง แต่หากเราให้ข้อเท็จจริงออกไปโดยที่ไม่มีพยานและหลักฐานรองรับก็จะถือเป็นเรื่องที่น่ากลัว
เมื่อถามว่า หลักฐานที่มีอยู่สามารถสาวไปถึงตัวผู้บงการได้หรือไม่ นายวรศิษฎ์ระบุว่า เราเห็นอยู่แล้วว่ามีใครบ้าง แต่ขอให้รอดูการสรุปข้อเท็จจริงอีกครั้งหนึ่ง เพราะยังมีกระบวนการที่อยู่ภายนอกอีกจำนวนมาก
นายวรศิษฎ์ให้ความมั่นใจว่า ถ้ามีคนในกระทรวงมหาดไทยเข้าไปเกี่ยวข้องจริง หากดูตามพยานหลักฐานยังไงก็เจอ ซึ่งเราก็อยากให้ทีมตรวจสอบสามารถทำงานได้โดยไม่มีการแทรกแซงด้วย
เมื่อถามว่า จะสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนได้อย่างไรบ้างนั้น นายวรศิษฎ์กล่าวว่า ในวันนี้มีหน่วยงานที่เป็นองค์กรอิสระเข้ามาตรวจสอบร่วมอยู่แล้ว ก่อนกล่าวว่า หากนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ไม่มีความจริงใจในการตรวจสอบจริง ตนอยากย้อนถามกลับว่า ทำไมถึงต้องตั้งหน่วยงานตรวจสอบขึ้นมาถึง 5 หน่วยงานหลัก ในการจับตาการสอบครั้งนี้ ฉะนั้น จึงเป็นความชัดเจน และความตั้งใจตั้งแต่แรกอยู่แล้วที่ให้หน่วยงานเหล่านี้เข้ามาตรวจสอบ ทั้งนี้ หากพบข้อเท็จจริงว่ามีใคร หรือหน่วยงานไหนเข้ามาเกี่ยวข้องนายกรัฐมนตรีก็มีคำสั่งว่าต้องจัดการ เพราะเรื่องนี้ส่งผลถึงความเชื่อมั่นในระดับประเทศ และความมั่นคง



