เครือข่ายนิรโทษกรรมประชาชน แถลงการณ์โต้มติ ส.ว. ไม่รวมล้างผิดคดี ม.112 เลือกปฏิบัติชัดเจน ยันเป็นคดีการเมือง-หนึ่งในใจกลาความขัดแย้งทางการเมือง เรียกร้องรัฐสภาอย่าใช้อำนาจของประชาชน ละทิ้งประชาชน
เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนเผยแพร่แถลงการณ์เครือข่ายนิรโทษกรรมประชาชน โดยอ้างถึงมติของวุฒิสภาเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน ในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. … ในวาระสอง และวาระสาม และเห็นชอบร่างดังกล่าว โดยมีสาระสำคัญคือไม่นิรโทษกรรมคดีมาตรา 112 ในทุกกรณี รวมถึงเยาวชน ทั้งนี้ ขั้นตอนการผ่านร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวยังต้องส่งกลับไปยังสภาผู้แทนราษฎรว่าจะเห็นชอบตามที่วุฒิสภาแก้ไข หรือยืนยันตามร่างเดิม หรือต้องตั้งคณะกรรมาธิการร่วมระหว่างสองสภาพิจารณาต่อ
อย่างไรก็ดี เครือข่ายนิรโทษกรรมประชาชน ซึ่งเคยเสนอร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมประชาชน พ.ศ. … ต่อสภาผู้แทนราษฎร โดยให้รวมถึงการนิรโทษกรรมในคดีตามมาตรา 112 แต่สภาผู้แทนราษฎรมีมติไม่รับหลักการของร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา ขอยืนยันว่า
1.คดีมาตรา 112 ประมวลกฎหมายอาญานั้น เป็น “คดีการเมือง” และเป็นหนึ่งในใจกลางของความขัดแย้งทางการเมือง ในห้วงเวลาเดียวกับที่กำหนดไว้ในร่าง พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข ทั้งในแง่เป็นคดีที่ใช้ทำลายบุคคลที่เห็นต่างทางการเมือง เป็นหนึ่งในประเภทคดีที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติกำหนดให้ต้องถูกพิจารณาพิพากษาโดยศาลทหาร เป็นคดีที่เกิดจากการปราศรัยในที่ชุมนุมทางการเมืองหรือแสดงออกทางการเมือง และยังเป็นมาตราที่มีการบังคับใช้อย่างผันผวน โอกาสในการต่อสู้คดี การแสวงหาพยานหลักฐานและการได้รับการสิทธิในการปล่อยตัวชั่วคราวเข้าถึงได้ยากกว่าคดีปกติ อันเป็นการขัดต่อสิทธิมนุษยชนในสังคมประชาธิปไตย
2.นอกจากนี้ การดำเนินคดีมาตรา 112 ยังขัดต่อสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกตามกติการระหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง ซึ่งกลไกสิทธิมนุษยชนหลายภาคส่วนของสหประชาชาติมีความเห็นอย่างต่อเนื่องว่าการควบคุมตัวบุคคลในคดีดังกล่าวเป็นการควบคุมตัวโดยไม่ชอบ (Arbitrary Detention) โดยเฉพาะอย่างยิ่งการดำเนินคดีต่อเยาวชนที่ออกมาใช้สิทธิเสรีภาพในการแสดงออก ย่อมขัดกับความคุ้มครองเด็กตามอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก (Child Rights Convention)
3.จากข้อมูลของศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน พบว่าจากผู้ต้องขังคดีการเมือง 61 รายในปัจจุบัน จะมีผู้ต้องขังที่อาจได้รับประโยชน์จากการนิรโทษกรรมเพียง 13 ราย ซึ่งจะเห็นได้ว่า “ผู้ต้องขังทางการเมือง” ในคดีมาตรา 112 จะยังอยู่ในเรือนจำต่อไป ยังไม่นับคดีจำนวนมากที่ยังดำเนินอยู่ในกระบวนการพิจารณาชั้นต่างๆ ในขณะที่ผู้ได้รับประโยชน์จากการนิรโทษกรรมนั้นไม่ได้ถูกจองจำเสียด้วยซ้ำ
- วุฒิฯผ่านร่างกม.นิรโทษกรรม ไม่เกี่ยวม.112-ล้างผิดฮั้วสว. ส่งกลับสภาล่างเคาะ ศาลเริ่มเดินหน้าคดี44สส.
การนิรโทษกรรมคดีทางการเมืองอย่างเลือกปฏิบัติ โดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาครั้งนี้ จึงไม่ใช่การเยียวยาหรือแก้ไขความขัดแย้งของสังคม ในทางตรงกันข้ามการนิรโทษกรรมครั้งนี้เป็นการตอกย้ำถึงการจำกัดสิทธิเสรีภาพในการแสดงออก และความขัดแย้งของสังคมไทยที่ยิ่งหยั่งลึก ซึ่งอาจส่งผลต่อสถานะของสถาบันกษัตริย์ในใจของผู้คน
เครือข่ายนิรโทษกรรมประชาชนขอเรียกร้องให้รัฐสภาดำเนินการใดๆ เพื่อปล่อยตัวบุคคลที่ถูกดำเนินคดีที่ใช้สิทธิเสรีภาพในการแสดงออกโดยไม่มีการเลือกปฏิบัติ มิใช่การใช้อำนาจของประชาชน เพื่อละทิ้งประชาชน



