นายกฯ เปิดโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่ง ลดเหลือดอกเบี้ย 3% กู้ได้สูงสุด 1 แสนบาท แบ่งเบาภาระพี่น้องเกษตรกร
ดอกเบี้ยคนละครึ่ง – นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานกรรมการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เป็นประธานในการเปิดตัวโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่ง ตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) พร้อมด้วย นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการ ธ.ก.ส. คณะกรรมการ ธ.ก.ส. และคณะผู้บริหาร ผู้บริหารจากกรมพัฒนาที่ดิน กรมวิชาการเกษตร กรมการข้าว กรมส่งเสริมสหกรณ์ กรมส่งเสริมการเกษตร และเกษตรกรในพื้นที่ จำนวนกว่า 2,000 คน เข้าร่วมเป็นสักขีพยาน ณ สหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส. จ.พระนครศรีอยุธยา
ซึ่งโครงการดังกล่าว เป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาล เพื่อยกระดับศักยภาพภาคการเกษตรในการเปลี่ยนผ่านจากเกษตรดั้งเดิมสู่ “เกษตรแม่นยำ เกษตรมั่นคง เกษตรยั่งยืน”


นายอนุทิน กล่าวว่า โครงการสินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่ง วงเงินโครงการ 30,000 ล้านบาท ระยะเวลาโครงการ 3 ปี โดยกำหนดวงเงินกู้รายละไม่เกิน 100,000 บาท อัตราดอกเบี้ย 6% ต่อปี และรัฐบาลสนับสนุนชดเชยดอกเบี้ยให้เกษตรกร 3% ต่อปี ทำให้เกษตรกรรับภาระดอกเบี้ยเพียง 3% ต่อปี ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด ทั้งนี้ โครงการมีเป้าหมายหลักเพื่อช่วยลดต้นทุนการผลิตให้แก่เกษตรกร และจะดำเนินการครอบคลุมช่วยเหลือเกษตรกรทั่วประเทศ สำหรับรูปแบบของโครงการเป็นการจัดหาสินเชื่อให้เกษตรกรนำไปใช้ลงทุนในการทำเกษตรกรรม เช่น การกู้เงินจาก ธ.ก.ส. เพื่อไปซื้อปุ๋ย โดยรัฐบาลจะเข้ามาช่วยรับภาระดอกเบี้ยให้ครึ่งหนึ่ง ซึ่งรัฐบาลคาดหวังว่าเมื่อต้นทุนของเกษตรกรลดลงแล้ว จะช่วยให้เกษตรกรสามารถทำผลผลิตได้มากขึ้นและมีรายได้เพิ่มสูงขึ้น ทั้งนี้ หัวใจสำคัญของโครงการไม่ใช่เพียงการให้การกู้เงินเท่านั้น แต่คือการสร้างโอกาสให้เกษตรกรเข้าถึงเงินทุนที่มีดอกเบี้ยต่ำ
“วันนี้รัฐนำสินเชื่อมาให้พี่น้องเกษตรกร ไปใช้ปลูกข้าว ไปทำเกษตรกรรม ครั้งนี้รัฐบาลจะออกให้ครึ่งนึง เที่ยวนี้ดอกเบี้ย 6% ก็เท่ากับพี่น้องออก 3% แล้วก็รัฐออก 3%” นายอนุทิน กล่าว
นายอนุทิน กล่าวว่า นอกจากมาตรการด้านดอกเบี้ย โครงการนี้ยังได้บูรณาการความร่วมมือกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อจัดอบรมพัฒนาทักษะเสริมความรู้ด้านการบริหารจัดการต้นทุนให้แก่เกษตรกร รวมถึงมีการสนับสนุนการยกระดับภาคการเกษตรด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม เช่น การส่งเสริมการเลือกใช้ปุ๋ยให้เหมาะกับสภาพดินเพื่อลดความสิ้นเปลือง การใช้เทคโนโลยีหรือโดรนมาช่วยวางแผนการเพาะปลูก ตลอดจนการเลือกใช้พันธุ์พืชที่ให้ผลผลิตสูงและทนต่อสภาพอากาศ
“จะไม่เอาแต่แจกปลาให้กับพี่น้องประชาชน แต่จะให้เบ็ดตกปลาที่จะทำให้พี่น้องสามารถไปบริหารจัดการรายได้ของตัวเอง สร้างโอกาสของตัวเองได้มากขึ้น” นายอนุทิน กล่าว

ภายหลังการกล่าวเปิดโครงการ สินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่ง นายอนุทิน นายกรัฐมนตรี ได้เยี่ยมชมการสาธิตใช้โดรนเพื่อการเกษตร พร้อมทั้งทดลองขับรถแทรกเตอร์ไฟฟ้า รวมทั้งเยี่ยมชมนิทรรศการ แปลงสาธิต และจุดบริการต่างๆ อาทิ จุดเรียนรู้การใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน จุดให้คำปรึกษาสินเชื่อ ธ.ก.ส. และจุดจำหน่ายปัจจัยการผลิตและปุ๋ย เป็นต้น
สำหรับ เกษตรกรที่ประสงค์เข้าร่วมโครงการ ต้องมีคุณสมบัติและปฏิบัติ ดังนี้
1.เป็นเกษตรกรลูกค้า ธ.ก.ส. และขึ้นทะเบียนเกษตรกรกับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง
2.พืชเศรษฐกิจสำคัญที่เข้าร่วมโครงการ 7 ชนิด ได้แก่ ข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปาล์มน้ำมัน มันสำปะหลัง ยางพารา อ้อย และผลไม้
3.เกษตรกรต้องผ่านการอบรม หรือเรียนรู้ การพัฒนาทักษะและบริหารจัดการต้นทุน (Reskill/Upskill) โดย ธ.ก.ส. หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และ/หรือหน่วยงานร่วมดำเนินการอื่น ๆ เช่น การใช้ปุ๋ยอย่างมีประสิทธิภาพตามค่าการวิเคราะห์ดิน เป็นต้น
4.ต้องใช้เงินกู้ เพื่อจัดซื้อปุ๋ยผ่านสถาบันเกษตรกร กลุ่มเกษตรกร หรือวิสาหกิจชุมชนที่เข้าร่วมโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่งฯ หรือแหล่งอื่นตามที่ ธ.ก.ส. กำหนด
5.เกษตรกรต้องใช้พันธุ์หรือเมล็ดพันธุ์ที่ได้รับการรับรอง มีมาตรฐานตามคำแนะนำของหน่วยงานราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หรือตามที่ ธ.ก.ส. กำหนด และจำหน่ายให้แก่เกษตรกรในราคาที่เหมาะสม ซึ่งกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ จะควบคุมราคาให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด
6.สามารถชำระหนี้เงินกู้ได้ตามระยะเวลาที่ ธ.ก.ส. กำหนด โดยเกษตรกรผู้กู้รับชำระค่าผลผลิตผ่านบัญชีเงินฝากของ ธ.ก.ส. และยินยอมให้ ธ.ก.ส. หักชำระหนี้จากบัญชีเงินฝาก
7.วงเงินกู้รายละไม่เกิน 100,000 บาท อัตราดอกเบี้ย 6% ต่อปี โดยรัฐบาลสนับสนุนชดเชยดอกเบี้ยให้ 3% ต่อปี เมื่อผู้กู้ปฏิบัติตามเงื่อนไขของโครงการ กำหนดชำระคืนเงินกู้ไม่เกิน 12 เดือน (ระยะเวลาชำระคืนไม่เกิน 30 เมษายน 2572)
และ 8.ระยะเวลาโครงการ 3 ปี นับตั้งแต่วันที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบและคณะกรรมการ ธ.ก.ส. เห็นชอบ ถึงวันที่ 30 เมษายน 2572




