ปลัด อบต. ร้องศูนย์ดำรงธรรม โดน รองนายก อบต. แย่งห้องทำงาน
เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2569 เวลา 11.20 น. ณ.ศูนย์ดำรงธรรม ศูนย์ราชการ จ.สระบุรี นายสมพิตร หึนกระโทก ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านป่า อ.แก่งคอย จ.สระบุรี หอบเอกสารหลักฐานเข้าร้องขอความเป็นธรรม กับศูนย์ดำรงธรรม กรณีที่ เมื่อบ่ายวานนี้ ( 1 ก.ค.2569) ได้มีนายสุรินทร์ บ่อทอง และ น.ส.ยุวนุช ทองวิจิตร ( 2 รองนายก อบต.) บ้านป่า ได้บุกรุกเข้ามาในห้องทำงานบริเวณชั้น 2 ของสำนักงาน อบต.ฯ ขณะที่นายสมมิตรนั่งทำงานอยู่ โดยนายสุรินทร์ ได้ปากเสียงถกเถียงกันกับนายสมพิตร และได้กระชากสายสัญญาณกล้องวงจรปิด และได้ขนเอกสารของทางราชการออกจากห้องที่ทำงานของนายสมพิตรออกไปไว้ด้านนอกห้อง

โดยนายสุรินทร์ และ น.ส.ยุวนุชได้ข่มขู่ พร้อมอ้างว่าเป็นคำสั่งของ นายสนิท ทองวิจิตร นายก อบต.บ้านป่า จะเอาห้องที่นายสมพิตรนั่งปฏิบัติราชการอยู่มาเป็นของ นายสุรินทร์ ซึ่งจากเหตุการณ์ครั้งนี้ถึงขั้น มีปากเสียงกัน ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องมาระงับเหตุ
ขณะเดียวกันยังได้นำป้ายชื่อที่ติดอยู่ประตูหน้าห้องออก แล้วนำป้ายชื่อของ นายสุรินทร์ รองนายกฯไปติดแทน ส่วนทรัพย์สินได้รับความเสียหายอยู่หลายรายการ ซึ่งนายสมพิตร ปลัด อบต.ฯ ได้เดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับ พ.ต.ท.ณัฐพล เวชกิจ พนักงานสอบสวน สภ.แก่งคอย ให้ดำเนินคดีกับ นายสุรินทร์ และ น.ส.ยุวนุช แล้ว ตั้งแต่ เย็นวานนี้ ( 1 ก.ค.2569) ตามหลักฐานเอกสาร และ คลิป ขณะเกิดเหตุนำส่งมาพร้อมคำร้องนี้ด้วยแล้ว ขอให้ ศูนย์ดำรงธรรมโปรดพิจารณาให้ความเป็นธรรมกับตนด้วย เพราะตนมองว่า เป็นการกลั่นแกล้งที่เกินกว่าเหตุ


นายสมพิตร หึนกระโทก ปลัด อบต.บ้านป่า เปิดเผยกับผู้สื่อข่าว ภายหลังเข้ายื่นคำร้องขอความเป็นธรรมกับศูนย์ดำรงธรรม ว่า ตนทำงานที่ อบต.บ้านป่าตั้งแต่ตอนเป็นรองปลัดฯ และสอบบรรจุได้รับการแต่งตั้งเป็นปลัดไปดำรงตำแหน่งที่ จ.ปราจีนบุรี ระยะหนึ่ง กระทั่งได้โยกย้ายกลับมาเป็นปลัดที่ อบต.บ้านป่า เมื่อปลายปี 2568 ส่วนมูลเหตุที่เกิดความขัดแย้งกับคณะผู้บริหารฯ ที่หลังผ่านการรับเลือกตั้ง กลับเข้ามาเป็น นายกฯ และทีมผู้บริหาร อีกวาระหนึ่ง สิ่งที่สร้างความไม่พอใจให้กับคณะผู้บริหาร อาจเป็นเพราะตนไม่ทำตามความประสงค์ของผู้บริหารฯ เนื่องจากเห็นความไม่ชอบมาพากลในการใช้งบประมาณเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างไฟ “โซลาร์เซลล์” ในพื้นที่ เพราะตนเห็นว่าเป็นการซ้ำซ้อนกันและไม่คุ้มค่า ถือเป็นการรักษาผลประโยชน์ในการใช้เงินงบประมาณ

ส่วนในเรื่องของ “ห้องทำงาน” ตนเป็นข้าราชการ “ปลัด” มีตำแหน่งสูงสุดในหมู่ข้าราชการประจำ สมควรมีห้องทำงานเป็นสัดส่วน เนื่องจากมีแฟ้ม มีเอกสารหลักฐานต่างๆ บางเรื่องเป็นความลับของทางราชการ มีเหตุผลสมควรหรือไม่ ที่จะให้ย้ายออกไปนั่งรวมกับข้าราชการคนอื่นๆ ท่านผู้บริหารฯ อ้างว่า ท่านมาจากประชาชน อยู่กับประชาชน ส่วนตนเป็นข้าราชการ รับราชการ เรียน และสอบได้มาตามขั้นตอนของกฎหมาย ย่อมมีสิทธิ ตามกฎหมายเช่นเดียวกัน ซึ่งสิ่งที่ตนถูกกระทำถือเป็นการ “กลั่นแกล้ง”กันเกินกว่าเหตุ
ด้านนายสนิท ทองวิจิตร นายก อบต.บ้านป่า พร้อมด้วย น.ส.ยุวนุช ทองวิจิตร รองนายก อบต.บ้านป่า ร่วมกันเปิดเผยเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับผู้สื่อข่าวว่า เรื่องนี้ถือเป็นนโยบายของตน ในฐานะผู้บริหารฯ อีกทั้งได้ผ่านการประชุมและแจ้งให้ ปลัดสมพิตร ทราบกันมาก่อนเป็นที่เรียบร้อยแล้วว่า จะมีข้าราชการ โยกย้ายมารับราชการที่นี่ใหม่ ตนจะขอปรับปรุงสถานที่ โดยจะขอห้องทำงาน ของปลัดฯ ให้ รองนายก (นายสุรินทร์) ส่วนห้องเดิมของนายสุรินทร์ จะให้ เลขานายกฯมานั่งแทน โดยให้ ปลัดสมพิตร ออกมานั่งรวมกับ รองปลัดที่ย้ายมาใหม่ และหัวหน้าสำนักปลัด (รวม 3 คน) มีอะไรก็ยื่นเข้าหากัน ปรึกษากัน ตนต้องการบริการประชาชนที่บริเวณ หน้าห้องเดิม ที่ปลัดสมพิตรเคยนั่งทำงานอยู่
ส่วนการทำงานนั้น นายสนิทกล่าวว่า ปลัดฯ ไม่สนองนโยบายของตนเลย เวลาประชุมเคยพูดคุยกัน ปลัดมีอะไรพูดคุยกัน ปลัดมีอะไรแนะนำผม งานจะได้เดิน แฟ้มเสนอไปค้างตลอด เมื่อทวงถามหรือมีการเรียกผู้รับเหมามาเซ็นสัญญากลับทำไม่ได้ อ้างผิดขั้นตอน อ้างโน่น นี่ (ขอดูก่อน) ไม่ยอมเซ็นผ่าน แม้ระหว่างการทำงาน ปลัดไม่เคยเข้ามาพบตนเลย แถมยังพูดกับข้าราชการอีกว่า ให้ตนไปพบปลัด ที่ห้องทำงานเอง หากต้องการพบ คนเป็นปลัดต้องให้คำปรึกษาข้อกฎหมาย ทำงานร่วมกัน ทำไมไม่มาคุยกัน ทำไมต้องไปร้องศูนย์ดำรงธรรม ไปร้อง ป.ป.ช. ไปร้องตำรวจ กับนายกฯ ตนเป็นนายก จะบริหารงานกันได้อย่างไร เงินเดือน ก็ไม่เคยค้างออกให้ตลอด ส่วนที่ทำงานใช่ว่าจะให้ไปนั่งทำงานที่สนามฟุตบอลเสียเมื่อไหร่
ในเวลาเดียวกันนายวินัย ประกาศิต กำนัน ต.บ้านป่า อ.แก่งคอย ได้มาติดต่อราชการที่ อบต.บ้านป่า ผู้สื่อข่าวจึงได้สอบถามกับกำนันถึงการทำงานของปลัด อบต.ว่าเป็นอย่างไร โดยกำนันกล่าวว่า จากการที่เคยร่วมงานกันมาตนมองว่า ปลัดสมพิตร (ปลัด อบต.) การทำงานรอบคอบรักษาผลประโยชน์ของประชาชน และที่พึ่งทราบจากผู้สื่อข่าว ว่า นายสมพิตร ถูกย้ายห้องทำงาน ส่วนตัวตนไม่รู้ว่าระหว่าง ผู้บริหารฯกับปลัดเขามีอะไรกัน แต่ ปลัดฯ ถือว่าเป็นข้าราชการที่มีตำแหน่งสูงสุดในหมู่ข้าราชการ สมควรต้องมีห้อง ส่วนตัวที่เป็นสัดส่วน เพราะคนเป็นปลัดย่อม มีเอกสาร จาก อำเภอ จังหวัด หรือที่เป็นความลับไม่อาจเปิดเผยได้ ย่อมต้องเป็นส่วนตัวพอสมควรจะให้ไปนั่งทำงานร่วมกับข้าราชการคนอื่นๆดูไม่เหมาะสม



