“จักรภพ” รายงานตัวนั่ง ส.ส.สมัยแรก ห่วงขีดความสามารถพัฒนาประเทศระดับโลก เตรียมใช้เวทีสภา ถ่ายทอดความจริงทางการเมือง ในร่าง พ.ร.บ.นิรโทษ บอก “ทักษิณ” แนะให้ทำเพื่อส่วนรวม เป็น ส.ส.ต้องคิดถึงประวัติศาสตร์ อย่าคิดแต่ความนิยมวันนี้พรุ่งนี้
เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม ที่รัฐสภา นายจักรภพ เพ็ญแข เข้ารายงานตัวเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ต่อสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ภายหลังราชกิจจานุเบกษาประกาศให้เลื่อนลำดับบัญชีรายชื่อ ส.ส.แทน นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ที่ลาออกจากตำแหน่ง โดยมีสุไพรพล เพ็ญแข คู่สมรส ร่วมเดินทางมาด้วย
นายจักรภพกล่าวภายหลังเข้ารายงานตัวว่า ก่อนหน้านี้ เคยได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯให้เป็นรัฐมนตรีแล้วครั้งหนึ่ง แต่ยังไม่ตื่นเต้นเท่าครั้งนี้ที่ได้เป็น ส.ส. เพราะตำแหน่งนี้มีความสำคัญและศักดิ์สิทธิ์ คำว่าผู้แทนราษฎร แปลว่ามีทั้งคนมีอำนาจและมีอำนาจน้อย แต่ต้องเป็นตัวแทนของคนทั้งหมด ต้องประนีประนอมประสานประโยชน์ของเรื่องที่มีทั้งความเห็นตรงกันและไม่ตรงกัน เพื่อทำงานกฎหมาย และอีกงานหนึ่งของ ส.ส. คือการประกันระบบนิติรัฐ ใช้กฎหมายทำให้ประเทศอยู่ด้วยความดีงาม อย่างไรก็ตาม ลำดับแรกตนจะเข้าไปศึกษากับครูการเมืองที่มีหลายคน สองจะต้องไปศึกษากับคนในพรรค เพราะต้องการดูว่าคนเหล่านั้นต้องการอะไรบ้าง ทั้งนี้ ตนเป็นห่วงความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระดับโลก ตั้งแต่อดีตที่ผ่านมาประเทศมีความขัดแย้งทางการเมืองสะสม เท่ากับประเทศพัฒนาได้ไม่เต็มที่ จึงอยากสนับสนุนและส่งเสริมกลไกการพัฒนาประเทศ

จากนั้นเวลา 10.37 น. นายจักรภพกล่าวปฏิญาณตนในที่ประชุมสภาก่อนปฏิบัติหน้าที่
นายจักรภพให้สัมภาษณ์ต่อการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. … ว่าจะใช้เวทีสภาเป็นเวทีในการถ่ายทอดให้กับ ส.ส.ที่ไม่เคยเคลื่อนไหวทางการเมืองในอดีตได้ทราบว่าความจริงการเมืองไม่ใช่เรื่องฝ่ายแพ้ ฝ่ายชนะ แต่ในการเคลื่อนไหวมีชีวิต ครอบครัว ความสูญเสียพลัดพราก ล้มตาย บาดเจ็บ พิการ บางรายมีปัญหาทางจิต ภายหลังที่มีการต่อสู้การเมืองที่ยืดยาวต่อเนื่อง และต้องเข้าใจกายวิภาคการต่อสู้ทางการเมือง ว่าทำให้เกิดเหยื่อสงครามทั้งที่ตั้งใจและไม่ตั้งใจ
“จึงหวังว่าร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ ที่เชื่อว่าจะผ่านในเร็ววันจะเป็นสิ่งใหม่ ที่บอกว่าการต่อสู้ไม่ใช่เป็นเรื่องของการแพ้ชนะ แต่เป็นเรื่องของสันติสุข และบางครั้งต้องยอมอดทนฟังคำตอบที่ไม่ได้ตรงกับใจเราทั้งหมด แต่น่าจะทำให้ประเทศขับเคลื่อนได้ดีขึ้น ตรงนี้เรียกว่าจุดพบกัน ระหว่างความต้องการส่วนตัวกับความต้องการส่วนรวม ทั้งนี้ กฎหมายดังกล่าว ไม่ใช่กฎหมายที่สมบูรณ์ แต่เป็นเพียงจุดเริ่มต้น ให้เราได้หันกลับมามองหน้ากัน และคิดทำดีร่วมกัน” นายจักรภพกล่าว
เมื่อถามว่าก่อนหน้าที่จะมารับตำแหน่ง ส.ส. ขอคำแนะนำจาก นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เกี่ยวกับการพัฒนาประเทศหรือไม่ นายจักรภพกล่าวว่า มีครูหลายคน แต่นายทักษิณได้ขอคำแนะนำมากกว่าคนอื่น เพราะอยู่ใกล้กัน โดยนายทักษิณขอให้ทำเพื่อส่วนรวม หากไม่มีใครขอบคุณก็อย่าถามหาคำขอบคุณ และเมื่อวันหนึ่งเขาคิดได้ก็จะขอบคุณเราเอง นายทักษิณห่วงมากว่าคนในประเทศจะต่อสู้การเมืองกันมากจนลืมพัฒนาประเทศ นอกจากนี้ นายทักษิณยังห่วงเรื่องการเชื่อมกันระหว่างคนมีกับคนจน ยังไม่ดีเท่าที่ควร ความแตกต่างกันทำให้พูดคุยกันไม่รู้เรื่อง เพราะความต่างในเชิงฐานะ
“นายทักษิณยังฝากให้นึกถึงประชาชนเป็นหลัก เป็น ส.ส.ไม่ได้ถูกใจใครทุกคน แต่หากมีเหตุผลในการทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งให้ถูกต้องตามทำนองคลองธรรม หรือพูดง่ายๆ ว่าจะเป็น ส.ส.ให้ดีนั้นต้องคิดถึงประวัติศาสตร์ ไม่ใช่คิดถึงแต่ความนิยมวันนี้พรุ่งนี้เท่านั้น” นายจักรภพกล่าว




