โฆษกรัฐบาล โต้โซเชียล บิดข้อมูลแก้ไขน้ำท่วมหาดใหญ่ ยันไม่ตัดงบ สทนช.เตรียม 128 โครงการ 4.57 หมื่นล้าน ลุยแก้ปัญหาระยะยาว เผย ‘นายกฯ’ ตรวจการซ่อมแซมคลอง ร.1 หลังจบภารกิจเยือนมาเลเซีย
เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ตามที่มีการเผยแพร่ข้อมูลในสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมพื้นที่หาดใหญ่ จ.สงขลา อาจทำให้ประชาชนเข้าใจคลาดเคลื่อนว่ารัฐบาลไม่ให้ความสำคัญ หรือตัดงบประมาณในการป้องกันอุทกภัยว่า ข้อเท็จจริงไม่เป็นไปตามที่มีการกล่าวอ้าง โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ให้ความสำคัญกับปัญหาน้ำท่วมหาดใหญ่อย่างมาก จึงได้นำเรื่องนี้เข้าสู่การประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) เป็นวาระพิเศษ เมื่อวันที่ 8 ก.ค.ที่ผ่านมา เพื่อให้หน่วยงานรัฐ ภาคเอกชน จังหวัด และหน่วยงานปฏิบัติ นำข้อมูลจริงมาพิจารณาร่วมกัน
น.ส.รัชดากล่าวว่า ที่ประชุม กรอ.ไม่ได้ตัดงบประมาณ แต่เป็นการวางระบบป้องกันน้ำท่วมหาดใหญ่ทั้งเมือง โดยข้อเสนอวงเงิน 99.5 ล้านบาท ที่มีการรายงาน เป็นแผนระยะเร่งด่วน 9 รายการ ที่คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน (กกร.) สงขลา เสนอมา มีบางรายการที่อาจซ้ำซ้อนกับแผนงานของหน่วยงานหลักอย่างกรมชลประทาน หรือ สทนช. ที่มีการเสนอโครงการงบประมาณไว้ก่อนแล้ว จึงให้นำไปทบทวนและเสนอเข้ามาอีกครั้ง และในระยะต่อไปยังมีแผนการลงทุนเพื่อแก้ไขปัญหาระยะยาวของกรมชลประทานและแผนภาพรวมของ สทนช. 128 โครงการ วงเงินประมาณ 4.57 หมื่นล้านบาทด้วย
น.ส.รัชดากล่าวต่อว่า นายกฯยืนยันในที่ประชุม กรอ.ว่ารัฐบาลไม่ติดขัดเรื่องวงเงิน หากเป็นโครงการที่จำเป็นและแก้ปัญหาได้จริง แต่ต้องตรวจสอบให้โปร่งใส ไม่ซ้ำซ้อนกับโครงการของหน่วยงานอื่น และไม่เปิดช่องให้เกิดการแบ่งซื้อแบ่งจ้างหรือใช้งบผิดวัตถุประสงค์ ซึ่งการตรวจสอบงบประมาณไม่ใช่การไม่ช่วยประชาชน แต่คือการทำให้เงินทุกบาทถูกใช้เพื่อป้องกันน้ำท่วมหาดใหญ่จริงๆ และลดความเสียหายให้ได้มากที่สุด
ทั้งนี้ ในภายหลังเสร็จสิ้นภารกิจการเยือนมาเลเซีย ในวันที่ 10 ก.ค. นายกฯและคณะมีกำหนดลงพื้นที่ตรวจคลอง ร.1 ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญของระบบระบายน้ำหาดใหญ่ และเป็นพื้นที่ที่ต้องมีการลงทุนปรับปรุง โดยรัฐบาลได้เตรียมงบประมาณรองรับไว้แล้วด้วย
รัฐบาลต้องการเปลี่ยนการแก้ปัญหาจากการรอให้น้ำท่วมแล้วเยียวยา ไปสู่การป้องกันล่วงหน้า เพราะบทเรียนที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่าความเสียหายต่อชีวิตประชาชน เศรษฐกิจเมือง การท่องเที่ยว และภาคธุรกิจสูงกว่าการลงทุนป้องกันมาก และขอให้ทุกฝ่ายใช้ข้อมูลอย่างรอบคอบ ไม่ควรนำปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนไปปั่นกระแสทางการเมือง หรือสื่อสารเพียงบางส่วนจนทำให้สังคมเข้าใจผิด เพราะชีวิต ความปลอดภัย และทรัพย์สินของประชาชนสำคัญเกินกว่าจะถูกนำไปใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง
“หาดใหญ่จะเป็นต้นแบบของการใช้ กรอ.แก้ปัญหาเชิงพื้นที่ เรื่องใหญ่ที่กระทบประชาชนจริง รัฐบาลพร้อมหยิบขึ้นมาเป็นวาระพิเศษ เพื่อแก้ให้ตรงจุดและเกิดผลจริง ขออย่าเอาความเดือดร้อนของประชาชนไปสร้างความเข้าใจผิดทางการเมือง เพราะเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับชีวิตของประชาชน” น.ส.รัชดากล่าว



