หน้าแรก การเมือง 30 ผู้ต้องขัง...

30 ผู้ต้องขัง ไม่เข้าเกณฑ์ อยู่เรือนจำรับโทษ 112 ต่อ หลังสภาผ่านร่างกม.นิรโทษกรรม แต่ไม่รวมคดีนี้

9.07.26 | 19:24 น.
แฟ้มภาพมติชน

ศูนย์ทนายความฯ กางตัวเลข 30 ชีวิต ไม่ได้รับประโยชน์จากร่าง กม.นิรโทษกรรม หลังสภาโหวตฉลุย ไม่รวมคดี ม.112

จากกรณีที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สร้างเสริมสังคมสันติสุข หรือร่างกฎหมายนิรโทษกรรม ตามที่วุฒิสภาแก้ไข ด้วยคะแนนเสียง 307 ต่อ 141 เสียง งดออกเสียง 2 เสียง ทั้งนี้ สิ่งที่วุฒิสภาแก้ไขเนื้อหาเพิ่มเติมจากในชั้นสภาผู้แทนราษฎรคือ ไม่ให้นิรโทษกรรมความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 แก่เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี

เกี่ยวกับเรื่องนี้ ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ออกรายงานเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม กรณี หาก 6,000 คน ได้ประโยชน์จาก พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุขฯ มีผู้ถูกดำเนินคดี ม.112 เท่าไร ถูกยกเว้นการนิรโทษกรรม? โดยตัวเลข 6,000 คน เป็นการอ้างอิงตาม นายนิกร จำนง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ที่อภิปรายในรัฐสภาเมื่อวันที่ 8 ก.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งศูนย์ทนายความฯชี้ว่า ตัวเลขดังก่ลาว “ไม่ทราบแน่ชัดถึงฐานการนับสถิติข้อมูล”

ศูนย์ทนายความฯระบุว่า หากลองพิจารณาในด้านกลับบ้างว่ามีจำนวนประชาชนที่ถูก “ยกเว้น” ไม่นับรวมในการนิรโทษกรรม เพราะถูกดำเนินคดีตามมาตรา 112 จำนวนเท่าไร?

ข้ออภิปรายหนึ่งที่พบเรื่อยมาตลอดการอภิปรายในสภาในวาระกฎหมายนิรโทษกรรมนั้น พบว่ามีการพยายามระบุว่าคดีมาตรา 112 มีจำนวนไม่มากนัก คิดเป็นอัตราส่วนน้อยเมื่อเทียบกับข้อหาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุมหรือแสดงออกทางการเมือง หรือระบุผู้ถูกดำเนินคดีข้อหานี้เป็นเพียงส่วนน้อยของประชากร เป็นผู้กระทำซ้ำๆ

จากข้อมูลศูนย์ทนายความฯ ซึ่งให้ความช่วยเหลือและติดตามสถานการณ์การดำเนินคดีมาตรา 112 มาตั้งแต่หลังการรัฐประหารของ คสช. พบว่ามีผู้ถูกดำเนินคดีในข้อหามาตรา 112 ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการแสดงออก ไม่รวมกรณีที่เป็นการแอบอ้างเพื่อเรียกผลประโยชน์ ในช่วงตั้งแต่หลังรัฐประหาร 22 พ.ค.2557 ถึงวันที่ 16 ก.ค.2568 (วันสุดท้ายตามที่ พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุขกำหนด) จำนวนอย่างน้อย 392 คน ใน 408 คดี

Advertisement

ตัวเลขดังกล่าว เป็นเพียงจำนวนที่ศูนย์ทนายความฯเพียงแต่ทราบข้อมูลและบันทึกข้อมูลได้เท่านั้น ทั้ง พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข กำหนดช่วงเวลาคดีที่ได้นิรโทษกรรมตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.2548 จนถึง 16 ก.ค.2568 รวมเวลากว่า 20 ปี ทำให้ตัวเลขสถิติคดีมาตรา 112 จากการแสดงออกจะมีจำนวนมากกว่านี้มาก

หากพิจารณาข้อมูลของคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาข้อมูลและสถิติคดีความผิดอันเนื่องมาจากแรงจูงใจทางการเมือง ได้พยายามรวบรวมข้อมูลทางสถิติของคดีข้อหาต่างๆ จากหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรม เมื่อปี 2567 จะพบว่า จากสถิติของส่วนระบบข้อมูลและสถิติ สำนักแผนงานและงบประมาณ สำนักงานศาลยุติธรรม ตั้งแต่ปี 2548 ถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2567 รวมมีตัวเลขในหมวดความผิดต่อพระมหากษัตริย์ ขึ้นสู่ศาลจำนวน 1,493 คดี แต่ไม่ได้มีการระบุจำนวนคนที่แน่ชัดไว้ และตัวเลขดังกล่าวเป็นเพียงจำนวนคดีที่ขึ้นสู่ศาลแล้ว

ขณะที่ข้อมูลสำนักงานเลขาธิการอัยการสูงสุด จะพบว่ามีคดีที่เข้ามาใหม่ในชั้นอัยการ มีสถิติคดีในหมวดความผิดต่อพระมหากษัตริย์ (มาตรา 107-112) ในช่วงปี 2553-2566 ยอดรวมอยู่ที่จำนวน 3,792 เรื่อง ผู้ถูกกล่าวหาจำนวน 1,838 คน (ในส่วนจำนวนคน ไม่ทราบว่าข้อมูลของอัยการได้มีการหักลบผู้ถูกดำเนินคดีซ้ำหลายคดีในวิธีการนับจำนวนหรือไม่)

โดยที่จำนวนคดีดังกล่าวของทั้งศาลยุติธรรมและอัยการ ก็ไม่ได้รวมคดีในช่วงหลังการรัฐประหาร 22 พ.ค.2557 ซึ่ง คสช.ได้ออกประกาศให้คดีข้อหานี้ต้องถูกพิจารณาพิพากษาในศาลทหารอีกด้วย

หากคิดเป็นอัตราส่วนเทียบกับการประมาณผู้ได้รับประโยชน์จากการนิรโทษกรรมตาม พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข จำนวนประมาณ 6,000 คน จะพบว่า จากสถิติคดีมาตรา 112 ที่ศูนย์ทนายความฯรวบรวมข้อมูลข้างต้น (ซึ่งนับตั้งแต่ปี 2557 ไม่ได้ย้อนไปก้อนหน้านั้น) จะคิดเป็นประมาณร้อยละ 6.5 ของจำนวนดังกล่าว แต่หากใช้สถิติของสำนักงานอัยการสูงสุด จะพบว่าคิดเป็นประมาณกว่าร้อยละ 30 ของจำนวนผู้ได้ประโยชน์ดังกล่าวเลยทีเดียว

แม้จำนวนดังกล่าวจะเป็นเพียงการประเมินจากตัวเลขเท่าที่มีอยู่ แต่ก็คิดเป็นจำนวน “ไม่น้อย” เลยทีเดียว หากเทียบสัดส่วนกันกับผู้ได้รับประโยชน์ดังกล่าวข้างต้น

ศูนย์ทนายความฯชี้ว่า หากพิจารณาในส่วนของผู้ต้องขังทางการเมืองในปัจจุบัน ในวันที่ 8 ก.ค.2569 จากการติดตามของศูนย์ทนายความฯ พบว่ามีผู้ต้องขังทางการเมืองอย่างน้อย 54 ราย ในจำนวนนี้มีผู้คาดว่าได้รับประโยชน์จากการนิรโทษกรรมจำนวน 10 ราย คิดเป็นไม่ถึงร้อยละ 20 ของผู้ถูกคุมขังอยู่ในปัจจุบัน

ส่วน ผู้ไม่ถูกนับรวม เนื่องจากถูกดำเนินคดีมาตรา 112 มีจำนวน 30 ราย และยังมีผู้ถูกดำเนินคดีมาตรา 110 อีก 5 ราย ที่ยังไม่มีความชัดเจนว่า พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข จะนับรวมด้วยหรือไม่

นอกจากนั้น ยังมีกลุ่มผู้ถูกดำเนินคดีมาตรา 112 ที่ยังอยู่ระหว่างพิจารณาคดี และยังไม่ได้ถูกคุมขัง ก็อาจความเสี่ยงถูกคุมขังเพิ่มเติมในระยะต่อไปอีกด้วย

ขณะที่ในกลุ่มผู้ต้องขังที่ยังต่อสู้ในระหว่างพิจารณาคดี มีผู้ต้องขังคดีมาตรา 112 ที่ถูกคุมขังมานานเกิน 1,000 วัน รวม 3 ราย ได้แก่ เก็ท โสภณ, อานนท์ นำภา, อารีฟ วีรภาพ

นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มผู้ต้องขังคดี ม.112-110 ที่อยู่ในระหว่างต่อสู้คดี และเผชิญหน้ากับโทษจำคุกสูงหลายราย ได้แก่ บัสบาส มงคล พ่อค้าขายเสื้อผ้าที่จังหวัดเชียงราย วัย 32 ปี ที่กำลังเผชิญหน้ากับโทษจำคุกในคดีมาตรา 112 สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ถึง 50 ปี 6 เดือน

อานนท์ นำภา ทนายความสิทธิมนุษยชนและผู้ต้องขังคดีมาตรา 112 ซึ่งถูกขังระหว่างอุทธรณ์อยู่ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ตั้งแต่วันที่ 26 ก.ย.2566 หลังศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาในคดี ม.112 จำนวน 11 คดี และโทษจำคุกในคดีต่างๆ ที่ยังไม่สิ้นสุดรวมกัน 31 ปี 9 เดือน 20 วัน หรือประมาณ 31 ปี 9 เดือนเศษ

เอกชัย หงส์กังวาน นักกิจกรรมทางการเมืองและผู้ต้องขังระหว่างฎีกาคดีมาตรา 110 จากกรณีถูกกล่าวหาว่าขัดขวางขบวนเสด็จของพระราชินี ถูกคุมขังมาตั้งแต่วันที่ 5 ก.ย.2568 หลังศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษากลับจากศาลชั้นต้นเคยยกฟ้องทุกข้อกล่าวหา เป็นลงโทษจำคุกเอกชัย 21 ปี 4 เดือน พร้อมกับจำเลยอีก 4 คน ได้แก่ ฟรานซิส, ตัน สุรนาถ และ ประชาชนอีก 2 ราย ซึ่งถูกจำคุกคนละ 16 ปี และศาลฎีกามีคำสั่งไม่ให้ประกันตัวทั้งหมดในระหว่างฎีกา

ด้านกลุ่มผู้ต้องขังคดีสิ้นสุดแล้ว ได้แก่ แม็กกี้ อดีตคนทำงานฟรีแลนซ์ในโรงแรม ผู้มีความหลากหลายทางเพศ วัย 29 ปี แม็กกี้ถูกคุมขังในคดีมาตรา 112 และถูกศาลพิพากษาจำคุก 25 ปี ปัจจุบันถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำกลางคลองเปรม

วุฒิ อดีต รปภ. ชาวเพชรบูรณ์ วัย 53 ปี ผู้ต้องขังคดีมาตรา 112 ที่ทราบว่าถูกคุมขังอยู่ยาวนานที่สุดในปัจจุบัน และยังเหลือโทษยาวนานอีกกว่า 15 ปี

พรชัย วิมลศุภวงศ์ ผู้ต้องขังในคดีมาตรา 112 จากการถูกพิพากษาโทษจำคุกรวม 12 ปี โดยหากต้องรับโทษเต็ม เขายังเหลือเวลาต้องถูกคุมขังต่อไปอีก 10 ปี

บูม จิรวัฒน์ พ่อค้าขายของออนไลน์วัย 33 ปี ผู้ต้องขังในคดีมาตรา 112 ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนให้ลงโทษจำคุก 6 ปี ครอบครัวของจิรวัฒน์กำลังเผชิญกับการประคับประคองชีวิต โดยภรรยาของเขากำลังต่อสู้กับโรคมะเร็งระยะที่สี่ ในขณะที่ลูกสาววัย 8 ขวบยังคงรอพ่อกลับบ้านอยู่ทุกวัน