หน้าแรก การเมือง รมช.คมนาคม ยั...

รมช.คมนาคม ยัน ไฮสปีด 3สนามบิน ยังไม่ได้ข้อสรุป สิ้นสุดสัญญา เล็งชงทางออก กพอ.เคาะ

14.07.26 | 11:41 น.

รมช.คมนาคม ยัน การสิ้นสุดสัญญารถไฟ 3 สนามบิน ยังไม่ได้ข้อสรุป รอชงทางออก กพอ.เคาะ ย้ำ ต้องรักษาผลประโยชน์รัฐให้มากที่สุด

เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวถึงกรณีข่าวว่ากระทรวงฯ เตรียมนำเสนอแนวทางสิ้นสุดสัญญาร่วมทุนให้คณะกรรมการเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) กรณีโครงการรถไฟความเร็วสูง (ไฮสปีด) เชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง สุวรรณภูมิ อู่ตะเภา) นั้น

นายสิริพงศ์ กล่าวว่า ยังไม่ใช่บทสรุป ซึ่งก็เป็นหนึ่งในทางเลือกที่จะต้องนำเสนอเพื่อประกอบการพิจารณาให้แก่ กพอ. เนื่องจากตัวเลขและค่าการก่อสร้างเปลี่ยนไป ฉะนั้นกล้องต้องมาดูว่าหากต้องการทำให้โครงการสมบูรณ์ในการเชื่อมต่อ 3 สนามบิน จากกรุงเทพไปถึงอีอีซี จะต้องดำเนินการอย่างไรให้ครบถ้วน ซึ่งก็อาจจะต้องพิจารณาแนวทางอื่น แต่ยืนยันว่า ปัจจุบันยังไม่มีมีการสรุปว่าจะเป็นแนวทางใด เพราะต้องพิจารณาในเรื่องงบประมาณ ความเหมาะสม ความคุ้มค่าการลงทุนและร่วมทุน ก่อน

เพราะฉะนั้น อย่างแนวทางอย่างรถไฟ Missing Link หรือการเดินหน้าไฮสปีด ก็ต้องเป็นแนวทางที่ต้องนำเสนอเช่นเดียวกัน เพราะต้องนำเสนอหลายแนวทางเพื่อมาประกอบการ

เมื่อถามว่า หากมีการสิ้นสุดสัญญาโครงการนี้ จะต้องมีการดำเนินมาตรการอะไรกับเอกชนหรือไม่ นายสิริพงศ์ กล่าวว่า ก็ต้องมีส่วนที่มาพิจารณากันว่าการผิดสัญญาหรือเหตุแห่งการเลิกสัญญา ใครที่มีการกระทำผิดต่อสัญญาบ้างก็ต้องตรงนั้น แต่ส่วนตัวเชื่อว่าไม่น่าจบง่าย เพราะรัฐและเอกชนต่างคงไม่ยอม ฉะนั้นก็ต้องสู้กันในทางกฎหมาย

Advertisement

เมื่อถามย้ำว่า หากสรุปเช่นนั้นจะต้องมีการเรียกค่าชดเชยหรือไม่ นายสิริพงศ์ กล่าวว่า ต้องมาดูกันแต่เชื่อว่ามีแน่นอน

เมื่อถามย้ำว่า จะต้องมีการทำลิสต์การรับงานรัฐในอนาคตหรือไม่ นายสิริพงศ์ กล่าวว่า สุดท้ายต้องมาสู้กันในข้อกฎหมายว่าสาเหตุเกิดขึ้นจากอะไร หากถามว่าตอนแรกเริ่มโครงการกระทรวงคมนาคม ไม่สามารถส่งมอบพื้นที่ได้หรือไม่ ซึ่งก็จริงเพราะบางพื้นที่ไม่สามารถส่งมอบพื้นที่ให้ได้ แต่ที่ผ่านมาก็มีวิธีการการแก้ปัญหาอย่างการไปทำ MOU ว่าจะดำเนินการอย่างไร ส่วนภาคเอกชนมีบางส่วนที่จะต้องรับภาระหนี้ไปแล้วไม่ได้ชำระหนี้หรือไม่ซึ่งก็จริง ซึ่งก็ MOU ที่ระบุว่าในช่วงเริ่มดำเนินการก็อาจจะยังไม่ต้องชำระหนี้จะต้องขอจ่ายดอก ฉะนั้นก็ต้องไปดู MOU แต่จะบอกว่าฝ่ายไหนมีส่วนผิดสัญญาบ้าง ก็อาจจะมีทั้งสองฝ่ายฉะนั้นก็ต้องมาดูกัน ว่าส่วนไหนใครต้องชดเชยอะไร

นายสิริพงศ์ ยืนยันว่า ถึงอย่างไรรัฐ ก็ต้องรักษาประโยชน์ของรัฐให้มากที่สุด

ขณะที่ นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายกฎหมาย กล่าวถึงเรื่องดัง กล่าวว่า ยังไม่เห็นเรื่องการดำเนินการสิ้นสุดสัญญาร่วมทุนโครงการดังกล่าว ซึ่งเรื่องยังอยู่ที่การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) และยังไม่ได้ออกมาจากกระทรวงคมนาคม

เมื่อถามว่า การสิ้นสุดสัญญาลงทุนโครงการดังกล่าวจะสามารถทำได้หรือไม่ นายปกรณ์ กล่าวว่า ตนยังไม่เห็นรายละเอียด เพราะต้องไปดูสัญญาตัวสัญญาหลัก และรายละเอียดก่อน